อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

​​​​​​​ถูก'แก๊งคอลเซ็นเตอร์'หลอก โดนนักข่าวลับลวงพรางอีก

เวลาคนเราโดน “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หลอกจนเป็นเรื่องราวออกสื่อ คนที่โดนหลอกมักกลัวว่าตัวเองจะเป็นคนโง่ที่ถูกหลอกให้โอนเงินคาตู้เอทีเอ็ม จึงพยายามปฏิเสธ ปัดความโง่ของตัวเองออกไปทันที!! พุธที่ 3 พฤษภาคม 2560 เวลา 08.00 น.


สมัยก่อน ผมชอบตระเวนตามโรงพัก ยิ่งช่วงเวลาประมาณสองทุ่ม ช่วงที่รถในกรุงเทพพระมหานครกำลังติดสุดๆ ชนิดขับออกไปไหนไม่ได้ ต้องค้างเติ่งบนถนนอย่างน่าเหนื่อยใจยิ่ง ช่วงนี้แหละครับ ที่ผมจะเข้าไปนั่งตามโรงพักใดสักที่ เพื่อรอรถโล่งๆ

ส่วนใหญ่เวลา
“นักข่าว” ไปนั่งตามโรงพักก็มักจะเลือกไปนั่ง ห้องสืบสวน นัยว่าจะได้ข่าวจากการที่ตำรวจทำงาน ได้ดูคนมาแจ้งความด้วย บางทีก็นั่งคุยกับตำรวจไปอย่างเพลิดเพลิน

เรื่องราวมันเริ่มจาก ผมไปนั่งโรงพักแห่งหนึ่ง ซึ่งห้องสืบสวนอยู่แยกออกจากตัวโรงพัก เป็นเอกเทศเอกราษฎร์ต่างหาก หากผู้เสียหายแจ้งความบนโรงพักแล้ว ต้องเดินมาที่ห้องสืบสวน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร

ตอนผมเดินไปแจกหนังสือพิมพ์ที่ห้องสืบสวนนั้น มี “ตำรวจนักสืบนอกเครื่องแบบ” นั่งอยู่ในห้อง 2 คน รายหนึ่งไปนอนหลับที่ห้องพักหลังห้องสืบ อีกนายนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ เล่นเกมรัมมี่ในคอมพิวเตอร์ เพราะวันนี้ขารัมมี่ไม่ครบเลยต้องเล่นกับสมองกลไปพลางๆ ก่อน ส่วนผมนั่งดูโทรทัศน์ตรงโซฟา พอสักพักอีท่าไหนไม่ทราบ ผมกับตำรวจสลับที่นั่งกันแบบไม่ได้นัดหมาย คือผมไปเล่นเกมรัมมี่ในคอมพิวเตอร์ ส่วนตำรวจก็ไปนั่งดูทีวีแทน



ทันใดประตูห้องสืบสวนเปิดออกมา หญิงวัย 40 ปีเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าผมทันที “คุณตำรวจช่วยด้วยคะ” ฝ่ายตำรวจจริงที่นั่งดูทีวีอยู่ลุกขึ้นยืน ส่วนผมนั้นยังคงนั่งลงทำอะไรไม่ถูก วินาทีนี้ผมกลายเป็นตำรวจไปแล้วสินะ “โดนอะไรมาครับ” ผมตามน้ำไปก่อน


“โดนพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก...”

เรียนผู้อ่านครับ...เวลาคนเราโดนหลอกโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แบบนี้ เป็นเรื่องราวที่สื่อมวลชนนำเสนอมามากมาย คนที่โดนหลอกจะกลัวว่าตัวเองเป็นคนโง่ที่ถูกหลอกให้โอนเงินคาตู้เอทีเอ็มไปได้ ลักษณะท่าทางทั้งคำพูดและทางกายจะพยายามปฏิเสธ ปัดความโง่ของตัวเองออกไปทันที!!

กรณีนี้ก็เช่นกัน ผู้เสียหายยกแม่น้ำทั้ง 5 และเมฆบนท้องฟ้ามาปกปิดและหว่านล้อมไม่ให้ถูกมองว่าเป็นคนโง่ที่พลาดโอนเงินเอง โดยการอธิบายว่าไอ้กลุ่มคนร้ายมันอ้างว่าทำงานหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินผิดกฎหมาย โดยมันขอตรวจสอบเงินของผู้เสียหาย เพราะพบว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและธุรกรรมผิดกฎหมายทั้งหลายแหล่

การหว่านล้อมผ่านทางมือถือนั้น ใช้เวลาไม่นาน จิตวิทยา และการควบคุมด้วยคำพูดทำให้ผู้เสียหายเดินทางไปตู้เอทีเอ็มและกดโอนเงินไปให้เบาะๆ เฉียดแสน แถมคารมไอ้คนร้ายยังไม่เบาเพราะมันหลอกให้ผู้เสียหายกดโอนเงินถึง 2 ครั้งด้วยกัน



“แต่พี่เคยได้ยินว่ามันมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะมีเพื่อนทำงานอยู่ในหน่วยนี้” แกยืนกราน

ต่พี่เคยได้ยินว่ามันมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะมีเพื่อนทำงานอยู่ในหน่วยนี้” แกยังยืนกราน

ต่พี่เคยได้ยินว่ามันมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะมีเพื่อนทำงานอยู่ในหน่วยนี้” ยังจะยืนกรานอีก

ต่พี่เคยได้ยินว่ามันมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะมีเพื่อนทำงานอยู่ในหน่วยนี้” เอ่อ..มากไปไหม!!!

คุณผู้อ่านเห็นประโยคนี้ 4 ครั้งคงจะเบื่อใช่ไหมครับ ผมฟังประโยคนี้จากผู้เสียหายหลายรอบมาก แกย้ำไปย้ำมาอยู่นั่น จนทำให้ผมไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริงว่าไปไงมาไง จึงต้องค่อยๆ ถาม “พี่ครับเรื่องมันเป็นยังไงกันครับ ลองเล่าตั้งแต่แรกสิครับ...” ผมพยายามวิงวอนสอบถามหว่านล้อม “ผมรู้ว่าพี่มีเพื่อนทำงานอยู่ในหน่วยนี้ แต่ก่อนจะไปหาเพื่อน เอาเรื่องของพี่ก่อนมันไปไงมาไง(วะเนี่ย!!!)”

ตำรวจหนึ่งนายยังคงหลับในห้องพัก ที่ ห้องสืบสวน มีผมกับตำรวจจริงๆ นั่งฟังผู้เสียหายเล่า ผมเป็นฝ่ายถาม เพราะตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น พึ่งมาทำงานสืบสวนได้เพียง 1 เดือนแถมดูแลเรื่องฝ่ายธุรการเสียอีก ผมเลยถามไถ่เรื่องราวจนพบว่า ช่วงก่อนเลิกงาน ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากคนร้ายอ้างว่าอยู่หน่วยงานรัฐขอตรวจสอบบัญชี

จากนั้นการคุยมือถือกันพักใหญ่ๆ ทำให้ผู้เสียหายไปกดเงินที่เอทีเอ็มโอนเงินไปให้คนร้ายถึง 2 ครั้ง ระหว่างนั้นมือถือยังคาหู การสนทนายังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวว่าสายเสียแล้ว โดนหลอกเข้าเต็มๆ ก็ตอนกดโอนสำเร็จ ถึงตอนนั้นคนร้ายก็วางสายทันที ทีมงานอีกชุดก็เร่งกดเงินจากตู้เอทีเอ็มสักจุดในประเทศไทยออกมา เอาไปใช้สบายเลย



ผมฟังเรื่องราวทั้งหมด ได้ข้อมูลอย่างเรียบร้อย ทางตำรวจทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเท่านั้น แหม...
“แก๊งคอลเซ็นเตอร์” นะครับ ไม่ใช่แก๊งเกรียนวิ่งราวกระเป๋า ถือเป็นเรื่องระดับชาติเลย กำลังพลโรงพักจะไปแกะเส้นทางการเงินคอมพิวเตอร์ดิจิตอลจากไหน จึงทำได้เพียง...ลงไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ส่วนผมนะหรือครับ... เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดที่ได้รับการถ่ายทอดแล้ว จึงลุกออกจากห้องไป

“จะไปไหนนะ??” ผู้เสียหายถาม

ผมเกือบหลุดว่า... ไปเขียนข่าวสิครับ” แต่ยังชั่งใจไว้ทัน

“เมียมาหาครับ” ก่อนจะวิ่งจ้ำขึ้นรถขับออกจากโรงพักทันที กลัวความแตก ประมวลเรื่องราวเพื่อส่งเป็นข่าวลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ทันทีทันใด ตามข้อเท็จจริงแล้ว ผมไม่ได้โกหกนะครับและไม่ได้ปลอมเป็นตำรวจด้วย แต่พี่เล่นทึกทักว่าผมเป็นตำรวจเอง สงสารผู้เสียหายนะครับ สงสารเหมือนกัน แต่งานข่าวมันต้องทำครับ ต้องลงข่าวให้สังคมตระหนักช่วยกันทำลาย “แก๊งมหาประลัย” พวกนี้ไปให้ได้

เรื่องเหลือเชื่อของข่าวนี้ คือ “จับได้” ครับ ในเวลาต่อมาตำรวจสามารถขยายผลจับกุม “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ได้ พบอยู่ต่างประเทศ ประสานหน่วยงานระหว่างประเทศไปจับกันทลายแก๊งคนไทยไม่พอ ยังได้ข้อมูลว่า มี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ต่างชาติมาฝังตัวในประเทศไทยเราด้วย จึงนำไปสู่การปราบปรามแก๊งต่างชาติพวกนี้ต่อ

พื้นที่ซึ่งมันมาตั้งฐานนั้นก็อยู่ในเขตรับผิดชอบโรงพักที่ผู้เสียหายมาแจ้งความด้วย แถมไม่พอ ไอ้นักข่าวที่ร่วมไปทำข่าวทลายแก๊งนี้ด้วยก็คือ...แต้น แต้น แต้น...!!

ผมนั่นเอง..!!!

ป.ล.ตอนไปจับทลายแก๊งนี้ก็มันส์ครับ แต่เนื้อที่ไม่พอ... !! อาทิตย์หน้ามาเขียนต่อครับคุณผู้อ่านสุดที่รัก
…...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 122