อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ผลงาน 3 ปี'ทวงคืนผืนป่า'แย่! เร่งขจัดพวกเกียร์ว่าง

เวลาที่เหลือของรัฐบาลและ คสช. ยังมีพอสำหรับเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จ โดยเฉพาะจัดการกับข้าราชการที่ปล่อยเกียร์ว่างไม่ยอมทำงาน ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในขณะนี้ และนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พุธที่ 10 พฤษภาคม 2560 เวลา 09.00 น.


เมื่อเร็วๆ นี้ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ได้ประกาศถึงความสำเร็จนโยบายสำคัญ 2 เรื่อง ที่ดำเนินการมาครบแล้ว 3 ปี คือ “การทวงคืนผืนป่า” และ “การจัดสรรที่ดินทำกิน” โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การทวงคืนผืนป่า ตัวเลขที่แถลงว่าจำนวนพื้นที่ที่ยึดคืนมาตามนโยบายทวงคืนฝืนป่า จะพบว่าได้พื้นที่มาจำนวนมากจริงๆ แต่ในทางคุณภาพหากไปดูในรายละเอียดถึงพื้นที่ที่ยึดครองได้จริง คือสามารถให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่และสละสิทธิการครอบครอง ตัวเลขอาจจะน้อยลง และหากใช้ตัวเลขในพื้นที่ที่สามารถเข้าไปปลูกป่าฟื้นฟูได้จริง ตัวเลขความสำเร็จในการทวงคืนฝืนป่าก็ยิ่งต่ำลงไปอีก

แต่เพื่อความสบายใจต่อเรื่องนี้ คิดว่าหากนายกฯ แต่งตั้ง จ้าง หรือขอความร่วมมือจากสถาบันการศึกษามาทำการศึกษาหาความจริงในเรื่องนี้ ก็จะได้พบความจริงที่อาจไม่ตรงกับตัวเลขที่นายกฯ ได้รับรายงานจากหน่วยงานทางราชการ ทำให้เกิดความผิดพลาดในการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดและดำเนินการตามนโยบาย และที่สุดแล้วก็ผิดพลาดในเป้าหมายจริงได้



2. การจัดสรรที่ดินทำกิน รัฐบาลนี้ได้มีนโยบายการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชนและประชาชนผู้ยากไร้ ได้ใช้ประโยชน์และครอบครองที่ดิน เป็นการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชุมชนในรูปแบบ “แปลงรวม” โดยยังไม่ให้กรรมสิทธิ์ แต่ให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐได้ ทั้งที่เป็นป่าสงวนหรือที่ราชพัสดุ โดยกำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ได้แบ่งงานกันทำ ทั้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินการจัดหาที่ดิน โดยการยึดคืนฝืนป่าที่ถูกบุกรุกกลับคืนมา, กระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่จัดที่ดินลงแปลงให้กับผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน, กระทรวงเกษตรฯ ทำการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน

เมื่อผลงานด้าน “ทวงคืนฝืนป่า” ตามข้อหนึ่งมีปัญหา ไม่เป็นไปตามเป้าหมายจึงไปกระทบต่อการจัดสรรที่ดินทำกินอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และยังไปกระทบต่อนโยบายการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 40 % ของรัฐมนตรี ทส.อีกด้วย เพราะทุกปัญหามีการเชื่อมโยงกัน



ในเวลาที่เหลือของรัฐบาล และ คสช. ยังมีเวลาพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จ ดังนี้

1. รัฐบาลต้องกำหนดเส้นตายที่ให้ส่วนราชการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมายที่กำหนด และตามดำริที่นายกฯ ให้ไว้ เพราะงานด้านนี้เริ่มมีความเฉื่อยมากขึ้น ในขณะที่เป้าหมายยังมีอีกมาก แต่เวลาของรัฐบาล และ คสช. เริ่มลดน้อยลง และต้องไม่ให้ผู้บุกรุกผืนป่าใหม่ได้รับสิทธิใดๆ อีกหลังจากนี้เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มและเปลี่ยนมืออีก ไม่ควรให้คนกระทำผิดได้รับโอกาสเหมือนที่ผ่านมา

2. ต้องเร่งรัดติดตามการทวงคืนผืนป่า โดยให้มีเป้าหมายที่เป็นไปตามความเป็นจริง และควบคุมให้ดำเนินการตามเป้าหมายให้ได้ เพราะหากการยึดคืนผืนป่าล้มเหลวแล้ว อาจจะทำให้ไปกระทบกับโครงการอื่นที่ตามมาได้

3. ตรวจสอบการจัดสรรที่ดินทำกินในทุกโครงการที่ผ่านมาเสียใหม่ทั้งหมด ว่าใครได้รับไปแล้ว หากขายเปลี่ยนมือไปโดยไม่มีเหตุผลที่เพียงพอก็ไม่ควรได้รับใหม่อีก ใครได้รับมากเกินไปก็ควรยึดมาแบ่งปันใหม่ ใครไม่มีสิทธิที่จะรับก็ต้องยึดคืนมาดำเนินการใหม่ทั้งสิ้น

4. นำบางโครงการเกี่ยวกับการจัดที่ดินทำกินที่ล้มเหลวมาเป็นบทเรียน แล้วแก้ไขเพื่อให้โครงการจัดที่ดินทำกินของรัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่รัฐบาล คสช. และนายกฯ คาดหวังและตั้งใจไว้

5. ต้องจัดการกับฝ่ายข้าราชการที่ปล่อยเกียร์ว่างไม่ยอมทำงานอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องทำให้กลุ่มคนเหล่านี้กลับมาร่วมมือกับรัฐบาล และ รมต.ทส อย่างจริงจังมากขึ้น เพราะเป็นยุคสมัยที่เหมาะสมที่สุดในการทำงาน มีความร่วมจากหน่วยงานอื่นมากมาย โดยเฉพาะจากฝ่ายทหาร และมีคำสั่งพิเศษสนับสนุนให้ทำงานได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะ “ข้าราชการสังกัดสีแดงในอดีต” ที่ยังยึดมั่นรับใช้อยู่กับอำนาจเก่าไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งมีอยู่จำนวนหนึ่ง และในจำนวนนี้บางคนยังมีอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ ไม่ได้ถูกขจัดหรือทำลายไปเหมือนในหน่วยงานอื่นที่มีการขจัดไปเกือบหมดสิ้นแล้ว แต่ที่ ทส. พวกนี้ยังมีอยู่อย่างเหนียวแน่นคงทน และบางคนยังใกล้ชิดติดศูนย์อำนาจ

หากไม่จัดการกับ “ฝ่ายข้าราชการ” จำพวกนี้อย่างจริงจัง โดยปล่อยไว้เช่นนี้ก็ไม่มีวันที่จะ “ทวงคืนผืนป่า” และ “การจัดสรรที่ดินทำกิน” สำเร็จตามที่หวังและตั้งใจไว้
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภาพจาก กมธ.สิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    36%
  • ไม่เห็นด้วย
    64%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 969