อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ชีวิตในวังวน'รับจ้างขนยา' เบื้องหลังโลกอีกใบ ตอน1

เมื่อเข้าสู่วังวนนี้ กลับมีเงินมหาศาล บ้านที่สร้างให้ครอบครัวอยู่ แทบเป็นคฤหาสน์ เป็นเครื่องเตือนใจในการถีบตัวเองจากความจนมุ่งไปชนความรวย ทางลัดจากเม็ดเงินยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย!! พุธที่ 17 พฤษภาคม 2560 เวลา 08.00 น.


ผู้อ่านสุดที่รักครับ เรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่ได้มาจากการทำข่าวอาชญากรรม ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องต้องเปลี่ยนชื่อ ใช้นามสมมุติ อย่างไรก็ดีผมพยายามเขียนให้ดูคล้ายนิยายเรื่องสั้นสักเรื่อง แต่ขอโทษ!! มันมีกลิ่นอายของความจริงในชีวิตคนเจือจางอยู่ในเรื่องนี้

โปรดอ่านด้วยความหวังว่า...มันจะเป็นเพียงเรื่องเล่า ทั้งๆ ที่มันมีกลิ่นฉุนของความจริงจนแสบระคายจมูกไปหมด โปรดดื่มด่ำในรสแห่งความจริง 2 ตอนที่จะมาเปลือยให้เห็นเบื้องหลังของโลกอีกใบหนึ่ง...


ชลัช” เป็น รปภ. ให้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นยามที่คนในหมู่บ้านชมว่าทำงานดี นิสัยใช้ได้ แต่ 6 เดือนก่อนนั้น เขาคือนักโทษในเรือนจำคุมขังคดียาเสพติด ผลจากการเป็นนักโทษชั้นดีในคุก ทำให้เขาได้รับการลดโทษมาเรื่อยๆ จนได้รับอิสรภาพออกมาเป็นพลเมืองในสังคมไทยอีกครั้ง

ในอดีตนั้นชีวิตเขาเวียนวนอยู่กับ
ยาเสพติด ตั้งแต่เด็ก มันเป็นยามหัศจรรย์ที่เขาจ้องมองด้วยความฉงน ยาที่ทำให้คนจำนวนมากลุ่มหลงและหล่นหายไปในโลกแห่งความจริง ลอยละล่องสู่โลกแห่งความฝันมายาหลีกหนีทุกข์ตรงหน้าเพื่อควานหาความสุขเพียงชั่วยามแสนสั้น ก่อนกลับมาเจอความทุกข์อันยาวนานของความเป็นจริงต่อ



ดังนั้นทุกคนต่างถูกเย้ายวนความสุขแสนสั้นนี้ ต้องเสพครั้งแล้วครั้งเล่าจนร่างกายถูกสูบในความฝัน เหลือเพียงสภาพอันน่ารังเกียจในความจริง สมองและห้วงคิดบกพร่องไร้ซึ่งการสนทนาได้ปกติ แต่ทุกคนก็ยังหวังใฝ่หามาเสพอยู่ทุกเวลา

ดังนั้นยาเม็ดแล้วเม็ดเล่าจึงถูกส่งกระจายผ่านชุมชน ว่ากันว่าเมื่อยาจำนวนมากถูกนำมาพักไว้ที่บ้าน ซึ่งเช่าเตรียมปล่อยยา เอเยนต์ยาจะเข้ามารับยาหมดไปไม่ถึง 15 นาที จากนั้นก็กระจายต่อกันเป็นทอดๆ ลงลึกถึงระดับชุมชน เป็นคำสั่งบังคับบัญชาที่เด็ดขาด และโทษของการไม่เชื่อฟังดื้อดึงอมยา อมเงิน คือ
“ความตาย” เท่านั้น ไม่มีอุทธรณ์ลดโทษให้มากความ!!

“ชลัช” ผ่านวงจรยาเสพติดจากการเริ่มเสพ ก่อนไปสู่การเริ่มลำเลียงยาเสพติดกระจายต่อจากขาใหญ่ในชุมชน เขามีหน้าที่เดินยา ได้เงินเพียงพอมาเสพยาอย่างมีความสุขไปวันๆ เท่านั้น แต่เมื่อหลายครั้ง หลายวัน หลายเดือน หลายปีล่วงผ่าน เขาเริ่มเห็นถึง เม็ดเงินมหาศาลไหลเข้ามาสู่วงจรธุรกิจนี้ คนในชุมชนซึ่งมีสภาพแร้นแค้นไร้ความฝันไม่ต่างจากเขา


แต่เมื่อล่วงเข้าสู่ธุรกิจนี้ มันกลับมีเงินมหาศาล ชุมชนอาจแออัด แต่บ้านที่มันสร้างให้ครอบครัวมันอยู่ แทบจะเป็นคฤหาสน์ เป็นอนุสรณ์และเครื่องเตือนใจของการถีบตัวเองจากความจนมุ่งไปชนความรวย ด้วยทางลัดจากเม็ดเงินยาเสพติด!! ซึ่งผิดกฎหมาย !!



ไม่นานและไม่นาน “ชลัช” ก็ถูกตำรวจจับกุม ยามีจำนวนไม่มาก หลักร้อย เดิมทีตำรวจต้องการให้เขาต่อยา นำยาไปส่งเพื่อจะจับลูกค้า หรือไปรับยาใหม่ เพื่อจับเอเย่นต์ หวังให้เขาเป็นนกต่อ แต่เขาทำไม่สำเร็จด้วยความตั้งใจ เพราะหากสำเร็จ เขาอาจรอดจากคุกตาราง

แต่กฎหมายไม่อันตรายเท่า “กฎหมู่ของยาเสพติด” ที่ศักสิทธิ์และขลังยิ่ง เขาจะถูกฆ่าตายอย่างหมาข้างถนนโดนรถชนยามค่ำคืนได้ แน่นอนตำรวจทั้งขู่และตบหัวเขา ย่ำยีราวกับเขาเป็นสัตว์นรกกลับชาติมาเกิด ที่สูญสิ้นความเป็นคนต้องก้มหน้ารับโทษในเรือนจำอย่างผู้ถูกลืมเลือนในสังคม เขาอยากมีชีวิตเหมือนคน มากกว่าเป็นลูกไล่ของตำรวจ ลูกไล่นี้ไม่อาจจะลาออกได้ตราบชั่วชีวิต

โลกของเรือนจำดูน่ากลัวสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ “ชลัช” นั้น มันกลายเป็นที่ปลอดภัยยิ่ง เหล่าขาใหญ่ต่างนิยมที่เขาไม่ขายเพื่อนพ้องในวงการ ในเรือนจำเขาได้รับการดูแลอย่างพอเหมาะ ไม่ถูกรังแก หรือถูกมองจากนักโทษรุ่นเก่าว่าเป็นหญิงน่าแย่ง

ในเรือนจำแห่งนี้เขามีชีวิตรอดเพียงพอจะเห็นคนติดยาตายอย่างหมดสภาพในนั้น ความตายของพวกซามูไร ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของพวกติดยาในเรือนจำที่มีหน้าที่คอยดูแลขาใหญ่ แลกกับยาเสพติดมาเสพ ทำให้ “ชลัช” อนาถใจ ในเมื่อเขาไม่ได้ติดยางอมแงมถึงขนาดต้องไล่ล่าหามันอย่างเอาเป็นเอาตาย การถอยห่างเลิกจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจกว่า ด้วยรางวัลแห่งการไม่ทรยศหักหลังใคร ทำให้เขามีชีวิตในนั้นได้ปลอดภัย



สามารถไปนั่งสมาธิออกกำลังกายกับนักโทษคนอื่นๆ ปรับจิตใจหลังกำแพงสูงใหญ่ ตั้งสติ สร้างเรี่ยวแรง ปรับสภาพจิตใจจนสงบและเริ่มมองหาการมีชีวิตใหม่จนได้เป็นนักโทษชั้นดี ซึ่งก็ไม่ได้มาจากพฤติกรรมของเขาเองเท่านั้น แต่มาจากการผลักดันของขาใหญ่ในนั้นกับผู้คุมด้วย

“มึงเป็นคนดี พอออกจากคุกไปแล้ว ไปหางานทำดีๆ มีปัญหาอะไรให้ติดต่อคนชื่อ เติ้ล ทุกอย่างจะได้รับการแก้ไข” ขาใหญ่สักคนในคุกฝากงาน รปภ. ที่หมู่บ้านแห่งนี้ให้เขา ประวัติติดคุกถูกมองข้ามราวกับไม่เคยปรากฏในประวัติมาก่อน เขาทำงานเป็น รปภ. ที่นี้ พยายามตั้งต้นชีวิตใหม่ หนักเอาเบาสู้ เขาไม่แตะบุหรี่และเหล้าสุราอีกต่อไป กาแฟกระป๋องเป็นสิ่งเดียวที่เขาติด เพื่อต่อสู้อาการง่วงนอน มือถือถูกๆ สักเครื่อง เป็นเพื่อนเพลินให้เพลงขับกล่อมเขาอย่างค่ำคืน

ก่อนติดคุก “ชลัช” มีแฟนสาวคนหนึ่ง วันเวลาในเรือนจำทำให้เขาพลัดพรากกับเธอ แต่เมื่อออกมาแล้ว เขาตามหาเธอจนพบว่าลูกชายของเธอวัย 3 ขวบกำลังน่ารัก แน่นอนมันไม่ใช่ผลงานของเขา แต่เป็นใครสักคนในชุมชน ซึ่งเธอได้มาเป็นผัวและหวังจะอยู่ไปชั่วกาล แต่ผัวของเธอก็แสนสั้นในความสัมพันธ์ เพราะถูกจับข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และไปอยู่ในเรือนจำสักแห่งเสียก่อน

เมื่ออกจากเรือนจำ “ชลัช” เต็มไปด้วยความคะนึงหาให้กลับไปหาเธออีกครั้ง เด็กน้อยวัย 3 ขวบ แม้จะไม่ใช่ผลงานของเขา แต่รอยยิ้มของเด็กเหมือนรอยยิ้มของหญิงสาวเลย ยิ่งมองยิ่งรัก ยิ่งคิดว่าเป็นลูกของตัวเอง สนิทและเล่นด้วยกันประสาพ่อลูก



แต่ในเมื่อเกิดมาเป็นคนไม่มีเงินรวยล้นฟ้า เมื่อยามเด็กน้อยป่วย ครอบครัวต่างต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐเพื่อความถูก ต้องนั่งรอเป็นวัน ต้องถูกมองอย่างอนาถา แต่หัวใจของแม่รักลูกพร้อมยอมโดนดูถูกจากคนในโรงพยาบาลเพื่อให้ลูกได้รักษา แต่มันเป็นโรคที่รักษาได้ยาก และระบบประกันสุขภาพไทยไม่คลอบคลุม ทุกอย่างต้องใช้เงิน ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย

ชีวิต รปภ.ของ “ชลัช” ไม่อาจต่อเติมเต็มกับการรักษาครั้งนี้ได้ แต่เขาผู้ที่เด็กเรียกว่า “พ่ะ..” แทนคำว่า “พ่อ” ไม่ยอมให้มีอุปสรรคขวางกั้นต่อการมีชีวิตของลูกคนนี้ เขาต้องหาทาง คิดและคิดว่าจะทำอย่างไรจึงเดินออกจากปัญหานี้ได้!!

แล้วเขาก็นึกถึงคำพูดของขาใหญ่ กรณีเกิดปัญหา แน่นอนเขาโทรศัพท์ไปหา “เติ้ล” จากเบอร์ที่ได้รับก่อนออกจากคุก เมื่อเล่าให้อีกฝ่ายฟังจบ ชายชื่อ “เติ้ล” ก็เปล่งเสียงอันดังออกมาว่า...

ทุกอย่างแก้ได้ มีงานให้มึงทำพอดี” พลันที่ได้ยินคำตอบนี้ “ชลัช” ก็รู้แล้วว่า มันจะเป็นงานอะไรไปไม่ได้ นอกจากงานที่เขาคุ้นเคย คนในชุมชนทุกคนต่างเคยทำมา ใช่แล้ว...จะเป็นอะไรไปได้เล่า หากไม่ใช่
“งานรับจ้างขนยา”

เรื่องราวของ “ชลัช” จะเป็นอย่างไรต่อ?? คุณผู้อ่านที่รักโปรดติดตามอ่านต่อตอนที่ 2 ในวันพุธหน้านะครับ สวัสดีครับ.
…........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุววรณ”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 266