อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ชีวิตสุขสันต์"ฝนตกน้ำท่วม ตกท่อ-เกือบโดนงูฉกตาย!

ตอนจมน้ำนักข่าวหนุ่มไฟแรงไม่ทันคิดอะไร นอกจากเอาตัวขึ้นมาให้ได้ ช่วงที่เท้าเหยียบความว่างเปล่าเหมือนโลกทั้งใบหายไปตรงหน้า เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น แต่ยาวนานที่สุดในชีวิตเขา!! พุธที่ 31 พฤษภาคม 2560 เวลา 08.00 น.


กระแสฝนตกน้ำท่วมกำลังมาแรง จึงขอเชิญตัวละครคนใหม่ของ “หนอนโรงพัก” เขาจะมาบรรเลงพบปะผู้อ่าน ตอนนี้เป็นตอนแรก และหากกระแสดีคงจะมีเรื่องเล่าให้ขับขานต่อไป

“กิตติ” นักข่าวร่างท้วมไฟแรง ผู้มีชีวิตที่สุดแสนพลิกผัน ปัจจุบันทำงานเป็นนักข่าวตระเวนอาชญากรรมให้กับสื่อหนังสือพิมพ์แห่งหนึ่ง ลักษณะท่าทางของเขาสังเกตได้ง่าย คือ อ้วน กระดุมเสื้อปิดแทบจะไม่มิด ราวกับเป็นคนสุขภาพดีร่ำรวย มีกินอย่างตลอดเวลา

แต่!! ท่านผู้อ่าน...อย่าให้รูปร่างหลอกความเป็นจริงได้ “กิตติ” อ้วนเพราะไม่มีจะกิน เป็นเหตุผลเหลือเชื่อของความจนที่ดลบันดาลให้คนไม่มีจะกินอ้วนกว่าคนมีจะกินได้ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกควรมาศึกษาทำวิจัยหาข้อมูลไว้

วันหนึ่งกรุงเทพพระมหานครโดนฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนเช้า มนุษย์กรุงเทพพระมหานคร ทั้งหลายแทบจะบรรลุซาโตริทันทีว่า เช้ามานี้รถติดบรรลัยอย่างแน่นอน!! ว่าแล้วก็ออกบ้านกันเช้าเพียงเพื่อพบว่าถนนหน้าบ้านน้ำท่วมอย่างหนักหน่วง คนต่างวิดน้ำที่นองเต็มตลิ่ง (ชัน) ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ “วันลอยกระทง” เสียหน่อย พระพิรุณร่วงลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ท่อระบายน้ำ ทำหน้าที่ไม่ทัน อยากจะแช่งด่าฝนว่า
“ระบายไม่ทันโว้ยย” น้ำจึงเจิ่งนองก่อนกลายเป็นท่วม เต็มถนน



น้ำบรรลุสัจธรรมเมื่ออยู่ที่สูงก็มักจะลงที่ต่ำ มันพุ่งเข้าหาที่ต่ำอย่างเด็ดเดี่ยว จึงไหลลงอย่างต่อเนื่อง ที่ต่ำนั้นก็คือ “บ้านคน” นั่นเอง ทั้งคืนจึงไม่ต้องทำอะไรนอกจากวิดน้ำกับตะโกนบอกรถ “ขับเบา ๆ หน่อยโว้ย น้ำเข้ามาจะถึงห้องน้ำบ้านกูแล้ว” ลุงขายเกาเหลาโวย จยย.ที่ขับขี่มาอย่างว่องไวราวกับจะรีบไปตายที่ไหน

“กิตติ” ตื่นเช้าและควบมอเตอร์ไซค์หวังไปทำงาน ฝนตกอย่างหนัก น้ำท่วมเต็มซอยหอ เขาตัดสินใจใส่เสื้อกันฝน ขี่รถทะยานไปอย่างแช่มช้า เพราะกลัวว่าหากว่องไว จะมีคนด่ายันบรรพบุรุษซึ่งนอนหลับในโลงมาหลายสิบปีแล้ว คงไม่อยากจะถูกปลุกด้วยคำด่าคิดถึงอย่างแน่นอน

“กิตติ” ควบ จยย.คู่ใจที่ซื้อมาด้วยความยากลำบาก ผ่านมาหลายงาน ทั้งม็อบ ทั้งความรุนแรง วันนี้ลุยกับน้ำท่วม เขาเฉย ๆ ไม่ระคายอย่างแน่นอน เมื่อไปถึงถนนใหญ่ ความไฟแรงของเขาจุดติดท่ามกลางสายฝน เขาเห็นภาพน้ำท่วมและรถราติดขัด คนรอรถเมล์ คนขี่ จยย.อย่างช้า ๆ กางเกงถูกถลก ผู้หญิงถือส้นสูง มือบังฝน รอรถเมล์ด้วยความลำบากอย่างสาหัส



เขาลงจากรถทันที ภาพตรงหน้า คือภาพข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ เขาจะบันทึกภาพนี้ไว้ให้ประจักษ์ไปชั่วร้อยปี ตราบเท่าที่ภาษาไทยยังคงมีอยู่บนโลก ให้คนรุ่นหลังได้เล่าขาน เขาจึงฉวยกล้องมา และเดินไปถ่าย ผู้คนหันมามอง “กิตติ” พยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาไม่สนใจ บอกทุกคนว่า “อย่ามองกล้อง ทำตัวธรรมชาติ ผมแค่มาถ่ายรูปทำข่า...”

พูดไม่ทันจบ!! “กิตติ” ก็จมหายลงในสายน้ำ ราวกับถูกสูบโดยพญานาค หายไปอย่างตื่นตะลึง ประชาชนที่ประกอบภาพของ “กิตติ” พยายามตะโกนบอกกิตติแล้วว่า “ระวัง ไอ้น้อง มันมีท่อน้ำอยู่”

ท่อน้ำขนาดใหญ่พอ 2 คนโอบ มันเปิดฝาท่ออยู่ตรงนั้นทั้งคืน จนน้ำนองปิดร่องรอยมิด มีคนพยายามจะเอาไม้ไปปักไว้ แต่ได้เพียงคิด ยังไม่ได้ไปปัก ชาวบ้าน ประชาชนแถวนั้นต่างรู้กันว่าเป็นท่อให้ระวังไว้ ทุกคนรู้กันหมด

ยกเว้น..อะแฮ่ม…!!ใช่ครับ “กิตติ”

นักข่าวหนุ่มไฟแรงลงไปสัมผัสน้ำท่วมมิดหัวอย่างรวดเร็ว แต่เขามีสติที่มีมากกว่าสตางค์ทั้งเดือนของเขา จึงตะเกียกตะกายอีท่าไหนไม่ทราบ ขึ้นมายังพิภพ สูดออกซิเจนได้สำเร็จ “กิตติ” ยันกายออกมา โดยมีประชาชนยืนมอง แทนที่เขาจะได้บันทึกภาพ กลายเป็นเขาถูกบันทึกเรื่องราวจากมือถือของประชาชนที่ยืนรอกันแทน

มีคนวิ่งมาถามเขา...เขาพยายามตั้งสติ เมื่อตั้งได้ ก็พบว่าความอายมาเยือนเสียแล้ว ไม่ใช่อายธรรมดา แต่คือการอายสุดๆ ในชีวิต จึงวิ่งขึ้นรถแล้วรีบเดินทางไปเสีย เปียกก็เปียก ตอนนี้กล้องก็เปิดไม่ได้เสียแล้ว เขามองท่ออย่างเจ็บปวด มีพลเมืองดีเอาไม้ไปวางไว้แล้ว “กิตติ” หายไปชั่วแว่บ แต่เสียวชั่วนาน ดีที่น้ำไม่เข้าปาก ไม่งั้นอาจ...ตายได้!! ชีวิตช่างสุขสันต์เสียจริง “กิตติ” คิด


แต่ตอนจมน้ำเขาไม่ทันคิดอะไร นอกจากเอาตัวขึ้นมาให้ได้ ตอนเท้าเหยียบความว่างเปล่า เขาเหมือนโลกทั้งใบหายไปตรงหน้า เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น แต่มันยาวนานที่สุดในชีวิตเขา

“กิตติ” อายจนไม่อยากสบหน้าใคร เขาเปียกอย่างถึงที่สุด เห็นประชาชน (อีกแล้ว) ชี้มาที่เขา ก็รู้สึกหงุดหงิด ก็ตั้งใจมาทำข่าวถ่ายรูป แต่พลาดท่า จะให้ทำไงได้เล่า ยังจะมาชี้สมน้ำหน้ากันอีก ดูสิๆ คนเมืองกรุงมันใจร้ายเสียจริง เหมือนที่ “หนอนโรงพัก” บอกเลย หลอกให้รัก ให้รออยู่จริงๆ ใจร้ายที่สุด คนเจ็บปวดอับอายยังชี้นินทาซุบซิบสมน้ำหน้าได้อีก

“ชี้อะไร!!!” เขาเหลืออดโวยออกไป
   
“งู!!!”



เท่านั้นแหละ “กิตติ” โดดลงจากรถทันที งูมันหนีน้ำจนมาอยู่ในเครื่องเลื้อยพันจนแทบจะจุมพิตหัวเข่าเขา มอเตอร์ไซค์สุดที่รักที่หมั่นดูแล ตอนนี้ถูกทิ้งตะแคงกลางน้ำท่วม ส่วน “กิตติ” โดดขึ้นฟุตบาทอย่างว่องเหลือเชื่อว่าอวบขนาดนี้จะเพรียวได้ไวจริง ๆ “ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ขอบคุณจริง ๆ คนกรุงเทพนี่มีน้ำใจจริง” เขายกมือไหว้สิบทิศ

ช่างเป็นเช้าที่เจ็บปวดยิ่งนักสำหรับ “กิตติ” ต้องรอมูลนิธิมาจับงู โดนกองบรรณาธิการสุดที่รักด่าว่า “เข้าเวรแล้วทำไมไม่ถ่ายน้ำท่วม ไม่เห็นหรือไงวะ!!” เขาอยากแจงว่า ตั้งใจจะถ่ายแล้วแต่พลาดท่าเสียก่อน แถมงูเข้ารถ แต่ไม่อยากพูดอันใด ทำใจว่ากลับหอไปอาบน้ำดีกว่า แต่พอสตาร์ทเครื่องเท่านั้น ก็ปรากฏว่า...ใช่ครับ...ไม่ติด เขายิ้มและหัวเราะร่าราวกับตัวร้ายในหนังแอ็คชั่นยึดโลก ก่อนจะพูดออกมาดังๆ ว่า...

“ฝนตกน้ำท่วมรถติด ชีวิตสุขสันต์จริงๆ เลย โว้ยยยย”

ประชาชนจำนวนมากได้ยินเสียง “กิตติ” ต่างพยักหน้าอย่างพอใจ ทุกคนเห็นด้วย ใช่...เขาพูดถูก พูดแทนเสียงของ คนกรุงเทพพระมหานคร ทุกคนจริงๆ
………………………..
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 79