อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ขยะทะเล"มหันตภัยใหม่ของโลก!!

ประเทศไทยถูกจัดอันดับประเทศที่มีปริมาณขยะทะเลเป็นอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นข้อมูลที่น่าหวาดวิตกเป็นอย่างยิ่ง!! พุธที่ 7 มิถุนายน 2560 เวลา 09.00 น.


ทุกวันนี้ “ปัญหาขยะ” นับวันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นขยะบก ขยะทางทะเล ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากการไร้จิตสำนึก ขาดความตระหนัก รวมถึงการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ส่งผลให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมากมาย มีการพูดถึง “ปัญหาขยะบนบก” กันมามากแล้ว...

วันนี้จึงขอพูดเฉพาะ
“ขยะทางทะเล” เพราะอยากให้รู้กันว่าทั่วโลกประสบภาวะวิกฤติจากมลพิษทางทะเล หรือขยะทะเล อย่างหนักหน่วงรุนแรง และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น!!

ที่มาของ “ขยะทางทะเล” พบว่าร้อยละ 80 เกิดจากกิจกรรมบนบก และอีกร้อยละ 20 เป็นกิจกรรมทางทะเล เป็นการทิ้งขยะตามบ้านเรือนชุมชน จากนักท่องเที่ยวและการประกอบอาชีพทางทะเล จากการประมง จากการขนส่งทางเรือ เรือสำราญท่องเที่ยวและจากโรงงานอุสาหกรรมต่างๆ ขยะเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็น “ขยะพลาสติก”



โดยที่พบมากที่สุด ได้แก่ ถุงพลาสติก ภาชนะบรรจุอาหาร หนังยาง หลอดและฝาขวดเป็นส่วนใหญ่ และส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการจำกัดขยะมูลฝอยบนบกที่ไม่เหมาะสม การฝังกลบไม่ถูกวิธี ทำให้ไหลลงทะเลในช่วงฤดูฝนหรือเวลาน้ำไหลบ่าท่วม


ทำให้ประเทศไทยถูกจัดอันดับประเทศที่มีปริมาณขยะทะเลเป็นอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก (วารสาร Scienceปี 2558) ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าหวาดวิตกเป็นอย่างยิ่ง

พฤติกรรมการทิ้งขยะของคนไทยเริ่มเกิดปัญหา เพราะวิถีชีวิตดั้งเดิมเคยใช้วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ แต่พอเปลี่ยนมาใช้วัสดุพลาสติกที่คล่องตัว สะดวกสบายแต่ไม่รู้ว่า “ภัยใกล้ตัว” กำลังจะตามมา เนื่องจากพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ยิ่งเมื่อมีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็วทำให้อัตราการผลิตเพื่ออุปโภค บริโภคเพิ่มมากขึ้น หากระบบการจัดการบนบกไม่ถูกต้องและดีพอ ก็จะเกิดผลกระทบตามมา



“ขยะทางทะเล” เกิดผลกระทบหลายด้าน อาทิเช่น กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ทำลายทั้งพืชพันธุ์และสัตว์น้ำ นำไปสู่ผลกระทบต่อการทำการประมง การท่องเที่ยว การคมนาคมทางทะเล จึงเป็นการทำลายเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างมากมาย

ปัจจุบัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นหน่วยงานหลักเพียงหน่วยงานเดียวที่เข้าไปดำเนินการจัดการและแก้ไขปัญหา “ขยะทะเล” อย่างจริงจัง แต่เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายทางเท่านั้น จึงเห็นควรว่า...

1.หน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการขยะมูลฝอยที่ต้นทาง ควรกำหนดมาตรการและดำเนินการจัดการขยะมูลฝอยบนบกที่เป็นต้นทางของปัญหาอย่างแท้จริง เพื่อลดขยะลง ไม่ปล่อยให้ขยะล้นทะลักและไหลลงสู่ทะเลอีก โดยเฉพาะขยะที่เป็นสารพิษ

2.หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นทหารเรือ ตำรวจน้ำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอื่นๆ ต้องช่วยกันเก็บกวาด และบริหารจัดการขยะในทะเลให้หมดสิ้น และไม่ให้มีการทิ้งขยะอีก

3.ให้ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ช่วยกันสร้างสำนึก สร้างความตระหนัก และร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียผลกระทบตามมา โดยการช่วยกันเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก การจัดการขยะที่บ้านที่เป็นต้นทาง ลดการใช้ การใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ การจัดเก็บอย่างถูกวิธี การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการจัดการขยะ จะทำให้ปัญหาขยะมูลฝอยและขยะทะเลลดลงและหมดไปในที่สุด





ต้องขอชมเชย กรม ทช. และกระทรวง ทส. ที่ริเริ่มและตั้งใจในการแก้ไขปัญหา “ขยะทะเล” อย่างจริงจังและต่อเนื่องเสมอมา หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นร่วมเป็นเครือข่ายเพื่อร่วมกันจัดการขยะเพิ่มมากขึ้น

ที่สุดหวังว่า “ขยะทางทะเล” จะหมดไปจากประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ และทะเลไทยจะกลับมาสดใส สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง...
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 411