อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ทำไมถึงย้ายบ้านหนีไม่ได้? ต้องทนอยู่ในสมรภูมิรบ4ศพ

พ่อๆ ย้ายบ้านเถอะนะ หนูกลัวผี ไม่มีใครกล้าไปท้ายซอยเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง มีคนบอกเจอลุงแกเดินไปมา แล้วเห็นคนร้องเพลงอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ...หนูกลัวผี!! พุธที่ 28 มิถุนายน 2560 เวลา 08.00 น.


“พ่อขา...เราย้ายบ้านได้ไหม...จักรยานหนูเอาไปจอดที่ปากซอย ไปซื้อขนมที่ร้านอาเปาะ กลับมาหายเลย...ฮือๆ” ลูกสาวโผกอดพ่อแล้วเล่าเรื่องที่ประสบพบเจอให้อย่างน่าอนาถ

ฝ่ายพ่อทำได้เพียงลูบผมลูก กัดฟันพูดออกไปว่า “เดี๋ยวพ่อจะซื้อใหม่นะลูก”

ลูกสาวยังคงร้องไห้น้ำตาไหลสะอึกเป็นพักๆ ในใจของพ่อรู้ดีว่าลูกเข้าใจว่าเขาไม่อาจหาซื้อจักรยานให้ลูกได้ในเร็ววัน คงต้องปล่อยจักรยานไป ซึ่งเขาสอนลูกปั่นเมื่อเดือนก่อน ลูกมีความสุขมากกับการปั่นจักรยานเป็น แต่เพียงชั่วเวลาสั้นๆ จักรยานก็หายไปพลันด้วยฝีมือของไอ้หัวขโมยเฮงซวยสักตัวในหมู่บ้านที่เอาไป

เขาปลอบลูกอยู่นาน เมื่อส่งลูกนอน ภรรยายหลับแล้ว ผู้เป็นพ่อออกมานั่งเงียบๆ ที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ ครุ่นคิดอย่างเจ็บปวด ทำไมหมู่บ้านเขาถึงหัวขโมยเยอะขนาดนี้ โทรศัพท์ไปบอกประธานหมู่บ้านก็ได้เสียงตอบกลับอย่างเซ็งๆ



“โอ้ย...คุณแค่จักรยานลูกหาย ผมนี่โดนงัดบ้านครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้แล้ว จนต้องไปหาซื้อปืนถ้ามันปีนมาเจอผม จะยิงให้ร่วงเลย ทำไมโจรเยอะแบบนี้กันเนี่ย”

ผู้เป็นพ่อปวดขมับ ลูกสาววิงวอนให้ไปแจ้งตำรวจ แต่ก็คงทราบดีว่าตำรวจจะทำอะไรได้ โจรในหมู่บ้านแห่งนี้ชุมยิ่งกว่ายุง ซึ่งพอหน้าฝนยุงมาเป็นชุด เขาต้องเร่งลูกเข้าบ้าน ย้ำว่าระวังอย่าให้ยุงกัด แต่ยุงที่ว่าแน่ๆ ยังไม่เท่าโจรที่ชุกชุม

หมู่บ้านที่เขาอุตส่าห์เก็บเงินซื้อมา มันเป็นที่ดินผืนที่เขาภูมิใจ บ้านที่หวังให้ครอบครัวเติบโต แต่นานๆ ไป ปัญหามากเหลือเกิน เขาต้องย้ำให้ลูกอย่าไปหลังหมู่บ้าน เด็กดมกาวรวมตัวราวกับเป็นสโมสรเริงรมย์ ถัดไปขี้ยานอนนิ่งโดยไม่มีใครทำอะไรทั้งสิ้น

บ้านที่เขาหวังจะเป็นนิวาสถานแห่งความสุข ไม่อาจให้ความสุขได้อีกต่อไป บ้านหลังเล็กๆ ที่เขาต้องผ่อนจ่ายทุกเดือน เพื่อให้ดอกหมด แต่เงินต้นไม่ลด บ้านที่เขาหวังจะเป็นสถานที่ความทรงจำให้ลูกเติบโต บัดนี้ลูกสาวร้องขอให้เขาย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น



ย้ายไม่ได้ลูก...” ผู้เป็นพ่อปลอบลูกอยู่หลายครั้ง ภายในใจเขาอยากทำตามที่ลูกขอ แต่ชีวิตมันไม่ง่ายเหมือนลมปาก มันยากเย็นยิ่งนัก ขายบ้านในช่วงนี้ ใครจะซื้อ มิหนำซ้ำจะหาเงินที่ไหนไปซื้อบ้านใหม่

ชีวิตของเขาท่ามกลางสังคมเมือง ทำไมมันไม่มั่นคงเสียอย่างนี้ ผู้เป็นพ่อนั่งเซ็ง...เลยเที่ยงคืนแล้วเขายังไม่หลับตาไม่ยักง่วงเพราะความเครียดจากคำพูดลูกสาวปลิวเป็นคมมีดฉีกกระชากใจ

เสียงคาราโอเกะของบ้านห่างไป 2-3 หลังดังราวกับงานเลี้ยง ซึ่งจัดกันอยู่ทุกคืน ไม่มีทีท่าจะหยุดลง เขาทำใจไม่ได้ ใครๆ ก็รู้ว่าบ้านหลังนั้น “เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย” สักอย่างที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ มันเหิมเกริมจัดงานราวกับประกาศศักดา ทำได้เพียงทนๆ หวังให้มันเลิกงานไวๆ จะได้นอนกันอย่างสงบสักที

ข้างบ้านที่เปิดเสียงเพลงดังลั่นนั้น ก็เป็นลุงแก่ๆ ที่ไม่มีใครอยากสุงสิง ปัญหามากมายเกิดจากแกเลี้ยงหมานับสิบตัว มันถ่ายอุจจาระที่บ้านทุกหลังในซอยราวกับเป็นโถส้วมของมัน ลุงแก่ๆ เลี้ยงหมาแต่ไม่มีปัญญาดูแล ได้ข่าวว่าหมาไปกัดเจ้าเปาะ คนขายของชำปากซอย ต้องไปฉีดยาจนเบื่อโลก ทุกคนในซอยพยายามพูดแล้วพูดเล่าให้ลุงดูแลหมาดีๆ หรือไม่ก็เอาไปปล่อย แต่ลุงก็ไม่สนใจ ยังคงทำตัวดื้อด้านเหมือนเดิม!!



แถมบ้านของลุงนั้น ใครจอดหน้าบ้านไม่ได้ แกไล่หมด!! ใครขับรถเร็วแกออกมาด่า แต่พอแกทำตัวแบบนี้ พอคนอื่นด่า ลุงกลับหงุดหงิด “กูไม่กลัวใคร ปืนกูก็มี ถ้ามีปัญหามากก็ย้ายหนีสิวะ มาอยู่ทำไมในซอยนี้”

แกพูดง่าย แต่จะย้ายไปไหน ไม่ได้เป็นอภิมหาเศรษฐีจะเอาเงินที่ไหนย้ายบ้านเล่นเหมือนเพลย์บอยเปลี่ยนคู่ควงเล่า

ลำบากยิ่งนัก...ผู้เป็นพ่อคิด ทำไมชีวิตมันถึงกลายเป็นแบบนี้ เขานั่งถอนหายใจ กำลังคิดจะไปนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืด ตื่นแซงตะวันขึ้น เพื่อไปทำงานในถนนที่มากด้วยรถรา หากวันไหนฝนตก ซอยก็น้ำท่วม ชีวิตช่างเยี่ยมยอดพระเจ้าจอร์จเสียจริงๆ

ชายหนุ่มถอนหายใจราวกับถูกกักในกรงขังทรมานไม่มีทางออก กำลังคิดจะไปนอนข่มตาให้หลับ ก็พอดี “เสียงปืนดังสนั่นลั่นในซอย!!” ทำเอาเขาต้องรีบวิ่งไปดูลูกกับภรรยา พลางกอดปลอบโยน เสียงปืนดังอยู่หลายนัด

เมื่อเงียบลง เขาก็ยังกอดลูกปลอบใจ พยายามพูดกับลูกที่บอกให้ย้ายบ้าน เขาปลอบอยู่นาน จนรถตำรวจเปิดไซเรนมา เสียงนอกบ้านดังสนั่น จึงย่องออกไปดูเจอนักข่าวมากันเต็ม จึงได้เลียบเคียงสอบถามไปว่าเกิดอะไรขึ้น??



คนในบ้านที่เปิดเพลงดัง เห็นหมามาถ่ายหน้าบ้าน จึงเตะหมาไป ปรากฎว่าเป็นหมาของลุงแก่ๆ ข้างบ้าน จนนำไปสู่การทะเลาะกัน คนในบ้านนั้นก็คิดว่าแน่หยิบปืนมา ลุงแกก็ไปหยิบปืน คราวนี้ดวลสนั่นกันอย่างกะยุคคาวบอย ปรากฏว่าลุงโดนยิงดับตายคาที่ ส่วนคนในบ้านก็ไม่รอด เจอฤทธิ์แม่นปืนของลุง ซัดเข้าไปตายยกบ้าน 3 ศพ รวมแล้วสมรภูมิคาวบอยนี้ดับกันไป 4 ศพ หมาหอนกันระงมเลย

เอ...พี่...ลุงแกเลี้ยงหมาจะไปเพาะฟาร์มขายหรือครับ” นักข่าวร่างอ้วนผิวดำซึ่งมีคนเรียกว่า “กิตติ” อธิบายคร่าวๆ ทำเอาผู้เป็นพ่ออ้าปากค้าง ตัวสั่นตกตะลึงอย่างเหลือเชื่อ

พ่อๆ ย้ายบ้านเถอะนะ พ่อหนูกลัวผี ไม่มีใครกล้าไปท้ายซอยเลย ตั้งแต่เกิดเรื่อง มีคนบอกเจอลุงแกเดินไปมา แล้วเห็นคนร้องเพลงอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุ หนูกลัวผีนะพ่อ ย้ายบ้านเถอะ ย้ายบ้านเถอะ”

ผู้เป็นพ่อแทบจะหลั่งน้ำตา ใจอยากทำตามที่ลูกบอก แต่ไม่มีวันทำได้ ค่าบ้านงวดนี้หืดขึ้นคอทีเดียว ทำได้เพียงปลอบลูกไปว่า...

“ย้ายไม่ได้ลูก...ย้ายไม่ได้...ผีไม่มีจริง...อดทนหน่อยนะ...อดทนหน่อย” ถ้อยประโยคสุดท้ายของผู้เป็นพ่อราวกับพูดให้ตัวเองฟังอย่างเจ็บปวดกับชีวิตของชนชั้นกลางในกรุงเทพพระมหานคร...
…...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16