อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เชียร์ผอ.พุทธศาสนาฯ สะสางสังคมสงฆ์ให้สะอาด

สนับสนุน ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ กวาดบ้านตัวเองให้สะอาด สะสางสังคมสงฆ์ให้โปร่งใส เพื่อเป็นโมเดลแก่หน่วยงานอื่นๆ พุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เวลา 10.00 น.


ควันหลงเรื่อง “เงินทอน” ของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียไม่เฉพาะในวงข้าราชการเท่านั้น ยังรวมไปถึงคณะสงฆ์ด้วย แม้บางวัดจะปฎิเสธออกมาว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เรื่องเงินทอน มันบ่งบอกว่าการทุจริตคอร์รัปชัน ได้เข้าไปกัดกร่อนในสังคมไทยในทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งสังคมพระ สังคมทหาร

สังคมพระ เป็นสังคมที่เราชาวพุทธถือว่าเป็นสังคมของคนดี มีศีลธรรม เพราะพระสงฆ์เป็นเครื่องหมายของคนดี ส่วนทหารเป็นสังคมของการมีวินัย มีความรักชาติ วันนี้ทั้ง 2 สถาบันมีข่าวคราวเกี่ยวกับการทุจริตก็อดที่จะเป็นห่วงด้านศีลธรรมในสังคมไทยไม่ได้ หรือสังคมไทยตอนนี้ไม่มีกลุ่มคนดีให้น่าเชื่อถือแล้ว เหลือแต่ “จำพวกมือใครยาวสาวได้สาวเอา”

ผมอดเป็นห่วง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ได้ เพราะตอนนี้คนในบ้านของท่านเอง ทำบ้านของท่านสกปรก และเมื่อสืบลงไปลึกๆ ผมเชื่อว่า “คงมีใต้พรม” อีกมากมาย ไม่เฉพาะเงินอุดหนุนวัด เงินอุดหนุนพระปริยัติสามัญเท่านั้น ผมทราบว่า แม้แต่งบเผยแผ่ก็กำลังจะถูกตรวจสอบ



นอกจากท่าน ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดจากคนในบ้านทำเลอะเทอะแล้ว ที่หนักกว่าคือ ทำสังคมสงฆ์ ทำวัดให้สะอาด อันนี้แหละหนัก เพราะสังคมสงฆ์เชื่อมาตลอดว่า สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ คนในสำนักงานพุทธก็เหมือนเด็กวัด ที่จะต้องคอยดูแลอุปถัมภ์พระสงฆ์ วันหนึ่งท่านจะไปตรวจสอบ จะไปดูสืบสวน จะไปรื้อโครงการก็แน่นอนอาจจะมีเสียงพระค้านออกมาหรือไม่เห็นด้วย

สำหรับผมเห็นด้วยกับ “การปัดกวาดสำนักงานพุทธและสังคมพระสงฆ์” เรื่องเงินทอนใครจะไปคิดว่ามันเกิดขึ้นในสังคมที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่า “เป็นหน่วยงาน เป็นสถาบันที่ใกล้คิดกับธรรมะบ่มเพาะในการเป็นคนดีมาตลอด”





ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินหน้าต่อไปเถอะครับ อย่าหวั่นไหว แต่การเดินหน้าของท่านในการตรวจสอบ ผมอยากแนะนำให้ท่านปรึกษากรรมการมหาเถรสามาคมให้ดี ปรึกษาคนที่รู้เรื่องสังคมสงฆ์ให้มาก อย่าทำคนเดียว เพราะไม่อย่างนั้นทั้งคนในบ้านท่านและสังคมสงฆ์ถล่มท่านแน่ ซึ่งเท่าที่ดูตั้งแก่เกิดเรื่องมา ผมว่าผู้อำนวยการพุทธท่านทำถูกแล้ว คือแจ้งให้สังคมรู้ว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้น แล้วก็นิ่งเดินหน้าตรวจสอบ ไม่ออกสื่อจ้อจนทำให้บ้านตัวเองและสังคมสงฆ์บอบช้ำมากไปกว่านี้

สังคมสงฆ์เป็นสังคมหนึ่งที่อยู่ด้วยกันแบบหลวมๆ แม้เราจะมีโครงสร้างใหญ่โต มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน แต่ในแง่ของความเป็นอยู่แล้ว ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมาจากพื้นฐานที่ต่างกัน ต่างคนต่างโตมาจากการดิ้นรนของตัวเอง สังคมสงฆ์จึงเป็นสังคมที่มี “อีโก้สูง” ไม่เชื่อฟังใคร ไม่ค่อยยอมรับความคิดเห็นที่ต่างจากความคิดของตนเองเป็นสังคม “ร้อยพ่อพันแม่”



และแต่ละรูปก็มีญาติโยม มีผู้อุปถัมภ์เป็นของตนเอง จึงไม่ค่อยเชื่อฟังใคร ไม่ค่อยยอมรับความคิดเห็นจากภายนอก ยิ่งจากอำนาจรัฐด้วยแล้ว อย่าลืมว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด เป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลจากรัฐ เป็นคนที่โตมาจากความล้มเหลวของรัฐ ผลที่ตามมาจึงมีบางรูปมีความคิดต่อต้านรัฐและคนของรัฐ

ผมให้กำลังใจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ท่านเดินหน้าต่อไปในการตรวจสอบการทุจริตใน สังคมสงฆ์ ในบ้านของท่าน ปัดกวาดให้สะอาด เป็น
“โมเดล” ตัวอย่างให้กับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เพราะผมเชื่อว่าทุกสังคมหากตรวจสอบจริงเจอทุจริตทุกที่ เพราะชอบมีพวกแอบอ้างว่าเป็นคนดี หากจะเล่นคนดีแบบนี้ ต้องสร้างระบบตรวจสอบให้เข็มแข็ง เอาใจช่วยครับ...ปัดกวาดบ้านท่านให้สะอาดและไปสะสางสังคมสงฆ์ด้วย
…...................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณภาพ สมหมาย สุภาษิต (ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอนวัด)


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.08K