อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คิดถึง'ดาบตำรวจ'คนนั้น ที่ทำให้รู้ว่าโลกยังไม่ล่มสลาย

จำชื่อเขาไม่ได้ จำได้แค่ว่ายศดาบ ทุกครั้งที่ย้อนคิด มันเจ็บปวด แต่จะรู้สึกถึงมือที่ตบบ่าเสมอมา เวลาเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิต ก็ยังรู้สึกได้ว่าดาบแกจะยังปลอบใจเราเสมอมา มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ พุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เวลา 08.00 น.


บางคราวก็ผมก็นั่งคุยกับเพื่อนนักข่าวต่างๆ นานา พวกเราสายอาชญากรรมทำงานกับตำรวจ รู้สึกอย่างไรกับตำรวจ?? บางคนก็ตอบว่า“ก็อย่างที่รู้ๆ กัน” บางทีก็ถามว่าทำไมถึงมาทำงานสายนี้“สนุกดี เจอศพ ได้คิดเหมือนนักสืบโคนัน” บางคนก็ตอบมาว่า “มันได้ครุ่นคิด ทำข่าวให้เป็นข่าวหน่อย มันมีเรื่องราว ไม่ใช่ฟังว่าใครเถียงกันยังไง แล้วเอามาเขียนลงให้ชาวบ้านอ่านเรื่องทะเลาะกันไปๆ มาๆ แทน”

ผมถาม “วิชัย” ที่กลับมาทำงานเป็นนักข่าวอีกครั้งว่า...รู้สึกอย่างไรกับตำรวจ??

“วิชัย” เหม่อมองหน้าผมอยู่สักพัก ด้วยความที่สนิทสนมกันพอสมควร “เห็นว่าเป็นหนอนโรงพักนะ จึงจะเล่าให้ฟัง จริงๆ ไม่ได้อยากมาทำสายอาชญากรรมหรอก ไปสมัครการเมือง เขาไม่รับ เอามาลงอาชญากรรมเลย ตอนแรกก็กลัว...จะกลัวอะไรล่ะ...ผีนะสิ เจอศพ แล้วตำรวจอยากคบที่ไหน นี่ทำไปทำมาจนออกแล้วกลับมาทำข่าวอีก ก็เกือบจะสิบปีแล้ว บางคืนช่วงเหงาๆ มานั่งย้อนคิด ก็นึกได้ว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมานะ ตำรวจที่เจอไม่ค่อยจะทำให้เสียความรู้สึกเท่าไหร่ หรือไม่พอใจเลยนะ แบบประสบการณ์ตรงๆ ที่เจอต่อหน้า ทั้งการทำข่าว อาจจะมีบ้างที่งัดกันตามประสานักข่าว แต่ก็ผ่านไปได้ ส่วนใหญ่จะเจอแต่ความรู้สึกดีๆ ของตำรวจมากกว่า แต่ที่แย่ๆ ก็มี ซึ่งเป็นส่วนน้อย”

ว่าแล้ว “วิชัย” ก็ย้อนความหลัง...



เรื่องมันเกิดเมื่อ 20 ปีก่อน สมัยที่วิชัยเป็นเด็ก สมัยปีวิกฤติเศรษฐกิจ 40 ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะล่มสลายกลายเป็นต้มยำกุ้งระบาดไปทั่วทวีปเอเชีย พ่อของวิชัยทำงานค้าขาย มีเรื่องต้องขึ้นโรงพักกับฝรั่งคนหนึ่ง ตอนนั้นแม่ของวิชัยท้องน้องอยู่ จำได้ว่าตอนนั้นวิชัยเป็นเด็ก อายุ 10 ขวบ รถตำรวจมาบ้าน แล้วพาพ่อไปโรงพัก พ่อไม่ได้ถูกขังในห้อง แต่อยู่โซนที่กักขังนะ ตำรวจไม่ได้เอาเข้าห้องขัง

แม่ที่อุ้มท้องก็พยายามโทรศัพท์หาทนายและมิตรเพื่อขอความช่วยเหลือ ไปกดเงินเพื่อเตรียมค่าใช้จ่ายประกันตัว ก่อนจะขับรถพาวิชัยไปโรงพัก “สถานีตำรวจต่างจังหวัดนะ โทรมๆ ไม้ๆ พ่ออยู่ข้างบน แม่ก็พาขึ้นไป เห็นบรรยากาศมันไม่ดี โรงพักนะ ใครจะอยากให้ลูกไป ก็เลยบอกให้รอในรถ ฝากฝังตำรวจยศดาบนายหนึ่งบอกช่วยดูแลหน่อย”

ดวงตา “วิชัย” มองเหม่อ แต่ทุกอย่างคืนสู่ความหลัง คล้ายภาพวันนั้นอยู่ตรงหน้าก็มิปาน จับได้ว่าเขานั่งรอในรถ ด้วยประสาเด็ก จึงลงจากรถไป เพราะแม่ขึ้นไปนาน เราก็ใจไม่ดี คิดว่าพ่อต้องติดคุกแน่นอน ไม่เข้าใจว่าฝรั่งมาทำร้ายพ่อเราทำไม โกรธมาก ลงจากรถ ก็พอดีเจอกับดาบ แกเป็นดาบแก่ๆ ใส่แว่น ร่างท้วม ใส่ชุดสีกากี ประจำสิบเวร ประสานักข่าวตระเวนก็ต้องเรียกว่า “ป๋า” แกพาเราลงจากโรงพัก พาเดินเล่น ตบบ่า พูดจากล่อม

“แม่ขึ้นไปแป๊ปเดียว ไม่นานหรอกหนู นี่หนูอายุเท่าไหร่ ปอ.อะไร”



“วิชัย” ตอบไปสั้นๆ เขาชำเลืองมองหาแม่และหาพ่อ จิตใจตอนนั้นไม่ดีเลย น้ำตามันเริ่มคลอเบ้า ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขา ทำไมพ่อต้องโดนรังแกถึงเพียงนี้ “ความผิดไม่ใช่ฝรั่งคนนั้น หลายปีผันผ่านมันอาจเป็นคนไทยกันเองนี่แหละที่ทำร้ายครอบครัวเขา”

ดาบแกก็พาปลอบใจ เดินตบบ่าชวนคุยนั่นนี่
ต้องตั้งใจเรียน โตขึ้นจะได้มีชีวิตที่สดใส” แกก็ปลอบประโลมวิชัย ตอนนั้นเครื่องแบบตำรวจสีกากีมันเลือนหาย เห็นแต่ความเป็นมนุษย์กับมนุษย์พูดคุยกัน มันเหมือนว่าอุปสรรคตรงหน้าแม้จะคงอยู่ แต่ก็ทุเลาลงไป ดาบแกพาปลอบพูดคุยกับเด็กชายในวันนั้นอยู่นาน

วินาทีนั้น “วิชัย” รู้สึกว่า...เขารู้สึกสงบมาก เด็กน้อยคนนั้นสงบใจอย่างยิ่ง รูปปั้นตำรวจตามโรงพักสมัยก่อน ที่เป็นรูปตำรวจอุ้มผู้หญิงและมีเด็กยืนข้างๆ มันส่งสายตาและพลังสู่ตัวเขาอย่างมหาศาล


“คำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มันมีความหมายที่ทำให้เราเข้าใจได้ เพียงแค่การกระทำของดาบตำรวจนายนั้น เพียงแค่ไม่กี่นาที หน้าที่ของตำรวจเพียงแค่ปลอบประโลมเด็กน้อยคนหนึ่งให้หายตื่นกลัวจากการที่พ่อโดนฝรั่งแจ้งความจับ แม่หอบท้องที่ตั้งครรภ์ไปเคลียร์คดีบนโรงพัก ดาบแกปลอบและดูแลเราเป็นอย่างดีได้ แกเหมือนเป็นฮีโร่ที่พาเราเดินฝ่าความทุกข์ยากไปได้ แกเหมือนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่างแท้จริง เป็นผู้ดูแลประชาชนอย่างที่สุด”



ตอนนั้นผมนึกถึงฉากสำคัญของเรื่อง The Dark Knight Rises” ที่แบทแมนกล่าวกับจิม กอร์ดอนว่า “ฮีโรอาจเป็นใครก็ได้ แม้เพียงแค่คนที่ทำบางสิ่งง่ายๆ เช่น การเอาเสื้อโค้ทมาคลุมไหล่ให้เด็กผู้ชายเพื่อบอกเขารู้ว่า...โลกมันยังไม่สูญสลาย”

วิชัยพยักหน้าเห็นด้วย เวลาชีวิตคนเรามันเดินผ่านไปข้างหน้าเรื่อยๆ ประวัติศาสตร์ชีวิตเป็นสิ่งที่เราไม่ตระหนัก จนกว่าเราจะพบความจริงในปัจจุบัน แล้วทันใดนั้นเราก็จะพบว่าเหตุแห่งอดีตมันอาจนำไปสู่ผลของปัจจุบันได้ ใครจะรู้ว่าเด็กชายคนนั้นจะกลายเป็นนักข่าวสายตำรวจ สายอาชญากรรมในวันนี้ ลึกๆ แล้วบางทีเขาอาจจะชอบตำรวจ เพราะดาบตำรวจท่านนั้นได้แสดงความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ออกมา จนเด็กคนนั้นรู้สึกอบอุ่นและเดินผ่านทุกข์ครั้งนั้นไปได้

คดีจบสิ้น!! พ่อถูกปล่อยตัวออกมา กลับบ้าน ถึงบ้านแม่ร้องไห้ เขาเป็นห่วงน้องในครรภ์แม่ว่าจะสะเทือนใจหรือไม่ เวลาหมุนผ่าน “วิชัย” ไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะเดินมาถึงจุดนี้ เขาพบเจอตำรวจหลากหลายรูปแบบ แต่ถ้าถามว่าเขาเกลียดตำรวจไหม เขาไม่รู้สึกเช่นนั้น



ฮีโร่ในชีวิต “วิชัย” อาจมีหลายคน พ่อ แม่ ตัวละครการ์ตูนสักตัว แต่คนที่ทำให้เขารู้ว่าโลกไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น มันยังมีความดีงามคงเหลืออยู่ในใจคนเสมอมา อาจเป็นดาบตำรวจท่านนั้น คนที่ตบบ่าจับไหล่ พาเด็กน้อยเดินรอบๆ โรงพัก เพื่อบอกว่า “โลกยังมีความหวังและแสงสว่างเสมอ แม้ในยามที่มืดที่สุดแห่งชีวิต ก็ยังมีแสงนำพาเราเดินออกจากอุปสรรคไปได้ ไม่มีอนธการใดที่จะสิ้นหวังจนเดินไปหาแสงสว่างไม่ไหว”

“จำชื่อเขาไม่ได้ จำได้แค่ว่ายศดาบ ทุกครั้งที่ย้อนคิด มันเจ็บปวด แต่จะรู้สึกถึงมือที่ตบบ่าเสมอมา เวลาเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิต ก็ยังรู้สึกได้ว่าดาบแกจะยังปลอบใจเราเสมอมา มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” วิชัยกล่าวพลางจับไหล่ของตัวเอง

ปีนี้ครบรอบ 20 ปี วิกฤติต้มยำกุ้ง แด่ผู้บาดเจ็บจากวิกฤตินั้นทุกคน แด่ดาบตำรวจผู้ทำให้รู้ว่า...ความดีและมิตรภาพของมนุษย์นั้นงามงดเพียงใด ไม่ว่าท่านจะอยู่หรือจากโลกนี้ไปแล้ว ขอข้อเขียนนี้เป็นการระลึกถึง จากใจเด็กน้อยคนนั้นที่ได้รู้ว่า “โลกยังไม่ล่มสลายลงหรอก”

ไม่มีคำพูดใดจะเหมาะสมที่จะกล่าวผ่านพื้นที่ตรงนี้ว่า “ขอบคุณครับ...”
…..........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพประกอบบางส่วน : The Dark Knight Rises

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 163