อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แค่ขอดูบัตรตำรวจก่อนค้นตัว ถูกตะคอก'หัวหมอนะมึง'

สัปดาห์นี้พาไปรู้จักวลีเด็ดติดปากตำรวจ “หัวหมอนะมึง” เชื่อว่าหลายคนกลัวฉี่แทบราด แต่กับ "วิชัย" ทำไมตำรวจต้องยกมือไหว้เขาหลังตะคอกวลีเด็ดแล้ว?? พุธที่ 12 กรกฎาคม 2560 เวลา 08.00 น.


“วิชัย” ออกจากบ้านเตรียมตัวไปทำงานด้วยความสดชื่น ช่วงนี้เขาอิงการแต่งกายกับกระแสแฟชั่นโลก ด้วยการทำตัวเป็นฮิปสเตอร์แห่งศตวรรษ จึงหาซื้อเครื่องแต่งกายแถวจตุจักร เพื่อแต่งองค์ทรงเครื่องจนดูมีเสน่ห์ตามที่เขาคิด

“ผมว่าพี่ดูเหมือน หงา คาราวานมากกว่านะ” กิตติพยายามพูดความจริง

“มึงไม่ตามกระแสโลก เป็นกบในกะลา จึงไม่อาจเข้าใจความหมายของการแต่งกายได้หรอก” วิชัยเถียง

วันนี้ก็เหมือนเช้าของทุกวัน “วิชัย” แต่งองค์ทรงเครื่องออกจากบ้าน สะพายกระเป๋าย่าม ดูไกลๆ นึกว่าฮิปปี้หลงยุค หนวดเคราก็พยายามไว้แบบไม่โกน ดูไปแปลกตาอย่างเหลือเชื่อ แต่เมื่อคนมั่นใจตัวเองเสียแล้ว ใครจะทำอะไรก็ไม่สะเทือน จึงมาดมั่นเดินต่อไป

ระหว่างที่เดินอยู่นั้น รถตู้คันหนึ่งแล่นมาประกบข้างๆ ก่อนที่จะมีชายฉกรรจ์กรูลงจากรถ 4-5 คน มุ่งตรงมาหา “วิชัย”

“ไอ้น้อง!”

“วิชัย” ชะงัก เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์พุ่งเข้ามาหาแล้วล้อมเขาไว้ ตอนนั้นชายหนุ่มฮิปสเตอร์แห่งศตวรรษเริ่มกลัวๆ คิดในหัวว่า...ไปทำข่าวอะไรมาวะ สงสัยทำให้คนที่ทะลึ่งมีอำนาจแต่ไม่มีใจกว้างรับคำวิจารณ์ไม่พอใจ จนสั่งลูกน้องให้ดักอุ้มเขาไปซ้อม



แต่เมื่อ “วิชัย” ตั้งสติสักพัก มองเห็นป้ายแขวนคอ เขียนชื่อหน่วยงานตำรวจ ก็เริ่มครุ่นคิด ดูจากการแต่งกายชักตะงิดว่า น่าจะเป็นตำรวจจริง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะอุ้มเขาอยู่ไหม

“ขอค้นตัวและตรวจฉี่หน่อย” คนที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์พูดเรียบๆ

“พวกพี่เป็นใครกัน” ฮิปสเตอร์หนุ่มกล่าว

“ตำรวจ!!..ขอค้นตัวหน่อย”

“ขอดูบัตรตำรวจหน่อย”

หากผู้อ่านเคยชมภาพยนตร์ต่างประเทศ จะเห็นตำรวจชูตรา หรือแสดงบัตรตำรวจให้ประชาชนเห็นก่อนจะดำเนินการใดๆ กรณีที่ไม่ได้ใส่เครื่องแบบ แต่ที่นี่ประเทศไทย เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครเขา พอมีคนที่แต่งกายไม่ได้มีภูมิฐาน ออกทรงประชาชนธรรมดาขอดูบัตรตำรวจทีไรก็จะเจอสีหน้าแบบนี้ คือ..กลุ่มชายฉกรรจ์มีสีหน้าไม่พอใจทันทีราวกับขอดูชื่อพ่อชื่อแม่


“หัวหมอนะมึง” ใครสักคนในกลุ่มชายฉกรรจ์โวยออกมา

“วิชัย” ขมวดคิ้ว “ก็แค่ขอดูบัตรเท่านั้น”



หัวหน้ากลุ่มพยายามระงับอารมณ์โกรธตัวเอง ก่อนจะยกมือห้ามลูกน้อง แล้วควักบัตรตำรวจออกมา “ขอดูของทุกๆ คนด้วย” วิชัยกล่าวอย่างพยายามระงับความกลัวให้ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่ง

กลุ่มชายฉกรรจ์หงุดหงิด จึงควักบัตรตำรวจออกมาให้ดู วิชัยดูบัตรตำรวจจนแน่ใจแล้วว่าของจริง จึงฉีกยิ้มออกมา เขาพึ่งคิดอะไรบางอย่างออก

“ขอตรวจได้แล้วนะ” หัวหน้าชุดตำรวจพูด “วิชัย” พยักหน้า ชุดค้น 2 นายกำลังจะเดินเข้ามา “ขอดูมือหน่อย ต้องแบมือให้ผมเห็นด้วย”


“มึงหัวหมอนี่” ตำรวจโวย “กลัวพวกกูยัดยาใส่ใช่ไหม ต้องแบมือให้มึงเห็น อย่ามาหัวหมอ บัตรตำรวจก็ให้ดูแล้ว มาตรวจเสียดี ๆ แล้วเดี๋ยวไปตรวจฉี่ด้วย ขึ้นรถไปเลย เดี๋ยวตบคว่ำเลย” ตำรวจหนุ่มห้าวๆ ขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจผสมข่มขู่

“ก็แบมือให้ผมเห็นเท่านั้นแหละ แล้วตรวจเลย จากนั้นจะเอาอะไรก็ว่ามา”

ชุดค้นมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะแบมือให้เห็นมือว่าสะอาดมีแต่ลายนิ้วมือ แล้วค้นตัว “วิชัย” อย่างคร่าวๆ จากนั้นขอดูเป้สะพาย “วิชัย” ก็เอาให้ดู ถึงตอนนี้เขาแทบจะหัวเราะก๊าก...แต่ยังซ่อนอารมณ์ไว้ได้

ชุดตรวจค้นของในกระเป๋าอย่างหยาบๆ ใช้นิ้วเขี่ยข้าวของอย่างลวกๆ ไปมา ทันใดสะดุ้ง!

พวกเขาหยิบบัตรขึ้นมา แล้วพลิกหงายดู จากนั้นสีหน้าตำรวจที่ไม่พอใจหงุดหงิดติดรำคาญ ก็กลายเป็นสีหน้าตะลึง เมื่อเทียบบัตรกับใบหน้า “วิชัย” ก่อนก้มดูบัตรอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นจึงรีบเอาของใส่คืนย่าม ยื่นให้เขาทันที


“นักข่าวนี่หว่า...” ใครสักคนอุทานออกมา ก่อนบอกสังกัดที่ค่อนข้างดังแล้วยังคงทำงานด้วยการยึดความจริงเป็นอุดมการณ์สูงสุดในชีวิต ชุดชายฉกรรจ์หันหลังเดินขึ้นรถอย่างว่องไว แต่ “วิชัย” หันไปจับมือตำรวจสักนายไว้

“เดี๋ยว...อย่าพึ่งไป”



“พี่...ไม่บอกตั้งแต่แรก ปัทโธ่...ปล่อยให้ค้นตั้งนาน ปล่อยพวกผมไปเถอะ จะรีบไปทำงานต่อครับ” หัวหน้าชุดที่มีสีหน้าทรงอิทธิพลในตอนแรก ตอนนี้อ่อนโยนราวกับสิบตำรวจตรีจบใหม่ “ปล่อยพวกผมไปเถอะ ผมพาเด็กมาฝึกทำงานเท่านั้น”

“วิชัย” ฟังอย่างตั้งใจ ทีแรกกะจะให้ไปส่งที่ทำงาน แต่จะเอิกเกริกไป จึงขอเบอร์ไว้เพื่อสร้างแหล่งข่าว
ทุกคนยอมให้หมดก่อนยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแล้วจากไป ทิ้ง “วิชัย” ยืนงงๆ ส่ายหน้า ด้วยท่าทางแบบฮิปสเตอร์ ก่อนจะเดินทางต่อ เพื่อไปรอขึ้นรถเมล์มุ่งหน้าไปที่ทำงาน...โดยหาได้แคร์สายตาคนรอบๆ ที่ต่างนินทาเขาอย่างเมามันส์ แต่ฮิปสเตอร์แห่งศตวรรษครุ่นคิดที่เรื่องราวนมนานที่กล่าวกันมาเป็นวงจรว่า...

นายข่าวกลัวนักเลง ไอ้นักเลงนะดันกลัวตำรวจ ส่วนตำรวจนั้นไซร้...อะแฮ่ม...ไม่ได้กลัวนักข่าวนะครับ แค่เกรงใจนักข่าว เราจึงเห็น “นักข่าวผีอาละวาด” ในวงการตำรวจ จนทำให้นักข่าวแท้ๆ มีภาพลักษณ์เสียไปด้วย

ชายหนุ่มขึ้นรถเมล์ โดยสวมแว่นตาสีดำ จึงไม่มีใครเห็นแววตาและท่าทีกังวลว่า หากวันนี้เขาไม่ได้พกบัตรนักข่าวมา เหตุการณ์มันคงไม่ใช่เรื่องตลกแบบนี้ก็ได้ “วิชัย” ครุ่นคิดก่อนที่บทเพลง Have you ever seen the rain” ของ CCR จะลอยละล่องในหัว ทำเอา “วิชัย” ฮัมเพลงออกมาบนรถเมล์ท่ามกลางการจราจรของกรุงเทพพระมหานครที่ติดขัดอย่างน่าอนาถใจ...
….......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 4.64K