อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ทำบ้านเราเป็น'Slow Life City' สุขแนวใหม่มาแรง!

สัปดาห์นี้จะพาไปใช้ชีวิตแบบ Slow Life City ซึ่งมี 8 ข้อช่วยให้ชีวิตคุณมีความสุขมากขึ้น ใครไม่อยากตกเทรนด์รีบไปดูสิว่ามีอะไรบ้าง?? พุธที่ 12 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00 น.


ท่ามกลางโลกยุคปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย แก่งแย่งแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น กลับมีกระแสการสร้างชุมชนแบบSlow City” และการใช้ชีวิตแบบ Slow Life” เกิดขึ้น เพื่อมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพราะคนเราเริ่มแสวงหาความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยปรับการใช้ชีวิตเป็นแบบไม่เร่งรีบและยึดหลักพอเพียง ซึ่งพบว่าทำให้คนมีความสุขมากขึ้น ทั่วโลกมีหลายเมืองได้ประกาศเป็น Slow Life City” ไปแล้ว

มีหลายหลักในการทำ Slow Life City” แต่หลักที่ดีที่สุด คือหลักพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรวมกับอีกหลายนักคิดที่ให้หลักไว้ จึงพอสรุปได้ดังนี้



1. Slow Pace คือการสร้างจังหวะชีวิตให้ช้าลง เช่น เดินทางให้ช้าลงด้วยการหันมาเดินแทนการใช้พาหนะเครื่องยนต์ ทำให้ดีต่อสุขภาพเพราะได้ออกกำลังกาย และลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการจราจร เลือกทำในสิ่งที่จำเป็นและสำคัญกว่า แทนที่จะทำทุกอย่างสับสนไปหมด มีสติอยู่กับปัจจุบันและกับตัวเองให้มากที่สุด คิดบวกตลอดเวลา จังหวะชีวิตที่หยาบก็ให้ละเอียดลง แม้แต่กินอาหารก็กินให้ช้าลง สิ่งไหนที่พอจะลดความเร็วลงได้โดยไม่ทำให้เสียหาย ก็ให้ลดลงให้มากที่สุด

2. Slow wear ใส่เสื้อผ้าพื้นเมืองแบบเรียบง่าย ที่ผ่านการคิดมาอย่างดีจากบรรพบุรุษ ที่ตกทอดมาเป็นภูมิปัญญา เช่น ภาคเหนือใช้ผ้าม่อฮ่อม ภาคอีสานใช้ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ที่มาจากวัสดุในท้องถิ่น ภาคใต้ใช้ผ้าถุง ผ้าโสร่ง ผ้าปาเต๊ะ เพราะอากาศร้อน นอกจากเป็นการช่วยเศรษฐกิจในท้องถิ่นแล้ว ยังรักษาเอกลักษณ์ชุมชน ไม่ให้เป็นไปตามกระแสแฟชั่นของต่างประเทศ ที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้

3. Slow Food รับประทานอาหารที่เป็นวัสดุที่มีอยู่ตามฤดูกาลและอยู่ในพื้นที่ ทำอาหารเองรับประทานที่บ้าน ช่วยกันปรุงและที่สำคัญช่วยกันปลูกทุกสิ่งที่สามารถปลูกได้ ซื้อวัสดุอาหารเท่าที่จำเป็นเท่านั้น นั่งร้านอาหารให้น้อย และปฏิเสธอาหารจานด่วน หรืออาหารที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัย



4. Slow House ออกแบบและสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยอย่างสะดวกสบาย ใกล้ชิดติดธรรมชาติ ติดแอร์เท่าที่จำเป็น ให้มีแสงแดดส่องถึง ให้มีอากาศบริสุทธิ์ให้ได้มากที่สุด ไม่ไปตามกระแสและค่านิยมใหม่ด้านที่อยู่อาศัย ที่ถูกปลุกเร้าจนทำให้คนไทยคิดเปลี่ยนแปลง ละทิ้งแบบเดิมๆ ที่ได้สืบทอดต่อกันมา

5. Slow Industry ให้ช่วยกันดูแลเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง ทั้งสิ่งแวดล้อมในเมืองและในชนบท การทำฟาร์มเกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรม หรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ จะต้องไม่มีผลกระทบต่อประชาชน และสิ่งแวดล้อมโดยเด็ดขาด และหากเกิดขึ้น ก็ต้องเร่งรีบแก้ไขให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว



6. Slow Education ใช้หลักการศึกษาที่เป็นหลักความเป็นจริง สอดคล้องกับวิถีของคนไทย เป็นการสนองตอบความสุขของประชาชนและการพัฒนาประเทศชาติ ไม่ถึงกับต้องแก่งแย่งกันเรียน และขังเด็กไว้ที่โรงเรียนวันละหลายชั่วโมง หวังเพียงความเป็นเลิศทางการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ทางศิลปะ และวัฒนธรรม และเน้นการอยู่ร่วมกันในสังคมให้มากขึ้น



7. Slow Aging คือการมุ่งไปสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวด้วยวิถีธรรมชาติ ใช้ชีวิตแบบโลว์เทคบ้าง โดยการปิดมือถือและอุปกรณ์ไฮเทคทุกอย่างในช่วงวันหยุด หรือทำให้ได้มากที่สุด เลิกวุ่นวายกับเทคโนโลยี หันมาใส่ใจเพื่อนฝูง ห่วงหาอาทรครอบครัวและคนรอบข้างให้มากขึ้น

8. Slow Life เป็นการดำเนินชีวิตอย่างเนิบช้า รู้จักแยกแยะ ปล่อยวาง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม หันมาสร้างพฤติกรรมใหม่ เช่น ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติ และศิลปะ วัฒนะธรรมบ้าง ดูแลสุขภาพตัวเอง ช่วยเหลือสังคม ออกกำลังกาย เดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดิน ว่ายน้ำ และขี่จักรยาน ทำชีวิตเป็นแบบพอเพียง เพื่อให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ

ทรนด์ดังกล่าวนี้กำลังมาแรง จึงอยากให้ข้อเขียนในวันนี้เป็นข้อมูลยืนยันว่ามีพื้นที่ มีชุมชน และมีหลายเมืองในประเทศไทยที่เหมาะสมสามารถทำเป็น “Slow Life City” ได้ เพราะจากตัวอย่างบางเมืองที่ได้ทำมาแล้ว พบว่าทำให้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองร่มเย็น และหลายเมืองได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พลอยทำให้เกิดรายได้ตามขึ้นมา นับเป็นประโยชน์หลายต่อ

จึงขอให้รัฐบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สนใจในเรื่องนี้ได้ศึกษาความเป็นไปได้อย่างจริงจัง และหากเห็นว่าเหมาะสม ก็เร่งลงมือทำเถอะครับ ช่วยกันทำบ้านเราให้เป็น Slow Life City” เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
….............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 453