อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'รองฯ'แถลงข่าวจับยาบ้าเอง ลูกน้องงงไปตอนไหน?

สัปดาห์นี้เล่าถึงตำรวจไทย ถึงแม้จับยาเสพติดล็อตใหญ่เองก็ต้องยอมให้นายได้หน้า แถลงข่าวประดุจเป็นพระเอกไปจับเองกับมือ จนลูกน้องงงนายไปด้วยกันตอนไหน? พุธที่ 26 กรกฎาคม 2560 เวลา 08.00 น.


เรื่องราวเกิดขึ้นที่โรงพักแห่งหนึ่ง “รองสารวัตรสืบ” ขยันทำงาน แกก็สงสัยว่าวิธีการจับยาแบบเดิมอาจจะไม่ได้ผล ถึงจะต่อยาต่างๆ นานา จนได้ยามาเกือบ 100,000 เม็ด มาแถลงข่าว นับเป็นผลงานชิ้นเอก แต่ในเมื่อแกเป็นระดับรองสารวัตรจะให้นำแถลงเองก็ไม่ใช่วัฒนธรรมของตำรวจไทย ซึ่งทุกอย่างส่งไปที่นาย ทาง “สารวัตรสืบ” ไม่อยู่ เพราะลาพักร้อนพาครอบครัวไปเที่ยวไต้หวันอย่างเพลินๆ

นอกจาก “สารวัตรสืบสวน” ที่อยู่ให้แถลงข่าวไม่ได้ ยังมีทาง รอง ผกก.สืบสวน ก็ไม่อยู่ด้วยเพราะเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดไส้ติ่ง ทางฝ่าย “ผู้กำกับ” ผู้เป็นใหญ่สุดในโรงพักกล่าวว่า “พี่อยู่ต่างจังหวัดวะ มาหาเมียน้อย พูดความจริงเลย อย่าบอกคุณนายนะ เอางี้เดี๋ยวพี่ประสานให้นายมาแถลงดีกว่านะ เดี๋ยวแจ้งให้”

เรื่องส่งกันเป็นทอดๆ จนไปจบที่ “ผู้บังคับการ” ซึ่งให้เกียรติโรงพักแถลงเอง แต่เพื่อวัฒนธรรมขององค์กรตำรวจไทย จึงประสาน รองผู้บังคับการ มาร่วมแถลงด้วย ตามวลีว่า รอนายแถลงจะดีกว่า” ดังนั้นรองสารวัตรสืบสวนผู้นำกำลังลูกน้องเข้าจับกุมจึงต้องรออธิบายเรื่องราวการจับกุมทั้งหมดให้กับ รองผู้บังคับการ ยศพันตำรวจเอกฟังอย่างคร่าวๆ

“วิชัย” นั่งอยู่ในห้องสืบสวน เพื่อรอการแถลงข่าว เขามาเร็วไม่รู้จะไปไหน จึงทันฟังตอน “รองสารวัตรสืบ” เล่าเรื่องราวให้ฟัง...



“มันเริ่มจากการจับกุมผู้เสพยา แล้วล่อซื้อให้มันต่อสั่งซื้อยาขยายมาเรื่อยๆ นะ เราก็นัดจุดดูเงิน แล้วก็กลับแยกย้าย รอนัดส่งยาอีกที ก็ทำเรื่องขอหมายจับจากศาลรอไว้เลย จับมันได้พร้อมยาหลักพัน ก็ไปค้นห้องได้ยามาอีกหลักหมื่น มันยอมขอเป็นพยาน บอกว่าจะต่อยาให้อีก ทีนี้เราก็ทำตาม ต่อกันไปเป็นทอดๆ แบบนี้ มันเอาเงินไปซื้อยา เงินจากโรงพักของเรานี่เอง มันก็ใช้วิธีการเป็นทอดๆ ขอดูเงินก่อน แล้วนัดรับยาทีหลัง เราก็ขอหมายจับอีกครั้ง ทีนี้พอมันมาส่งเราก็จับกุมได้อีก ยานะไม่เยอะหรอก แต่พอเราไปค้นบ้านมันสิ โอ้โห...ยาแสนเม็ด แสนเม็ด เชื่อเลย ตำรวจระดับโรงพักก็ทำงานแบบนี้ได้เหมือนกันวะ วิชัยเขียนข่าวว่าได้รับการแจ้งจากสายลับนะ”

“วิชัย” พยักหน้า จับยากี่ครั้งแถลงข่าวกี่ครั้ง ก็ใช้รับแจ้งจากสายลับอยู่ร่ำไป จนคิดว่าสายลับไทยนี่เก่งพอๆ เจมส์ บอนด์ แน่เลย มันจับยาได้ประจำเลย

ทาง “รองสารวัตรสืบเล่าให้ “วิชัย” ด้วยความโม้อย่างภาคภูมิใจ ตำรวจตั้งใจทำงานโม้แบบนี้ก็ไม่เสียหายหรอก

“ตอนจะไปจับไอ้ผู้ต้องหาเจ้าของยาแสนเม็ดนะ มันไหวตัวทัน วิ่งขึ้นรถจะหนี ลูกน้องวิ่งตาม มันชักปืนมาด้วย แต่พี่วิ่งไปเตะปืนมันได้ทัน ช่วยกันล็อกแทบตาย ยังกะหนังฝรั่งแอ็คชั่นสักเรื่อง ทุลักทุเลทีเดียว แต่เอ็งไม่ต้องเขียนนะ เดี๋ยวนายด่า”

“วิชัย” ฟังแล้วนึกสนุก ถ้าเป็นสมัยก่อนจะบอกว่า ขอไปด้วยได้ไหม แต่มาถึงสมัยนี้อายุเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะมาห้าวก็ไม่ได้ จึงได้ฟังไปยิ้มไป เมื่อใกล้แถลงข่าว รองผู้การฯ ซึ่งพึ่งเดินทางมาถึงก็มาแกฟัง “รองสารวัตรสืบสวน” อธิบายคร่าวๆ ถึงที่มาที่ไปของคดีนี้ รองแกก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ มีสอบถามบ้าง และขอดูใบแถลงข่าว ก่อนอนุมัติให้แจกนักข่าวได้ ไม่นานการแถลงข่าวก็เริ่มอย่างตรงเวลา



“น้องๆ สื่อมวลชนครับ” รองแกพูดเรียบๆ ทุกคนตั้งใจฟัง “ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไข ผมได้รับนโยบายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงมาคลุกคลีสั่งการให้กวาดล้างยา และวันนี้เราทำสำเร็จครับ...การจับครั้งนี้ พี่เป็นหัวหน้าชุดพาลูกน้องไปลุยเอง” ตอนรองแกพูดแบบนี้ แกไม่ได้เตี้ยมกับ “รองสารวัตรสืบสวน” เพราะลูกน้องทั้งหมดต่างมองหน้าแกแบบงงๆ

“วิชัย” มองหน้า รองผู้การฯ แล้วหันไปมอง “รองสารวัตร” ที่ยังคงมีเครื่องหมายคำถาม

“พ่อค้ายาเดี๋ยวนี้อันตรายครับสื่อมวลชน ตอนเข้าจับ มันรู้ตัวพยายามจะหนี” แกพูดแล้วเว้นจังหวะ ก่อนจะทำท่าเหมือนจะวิ่ง ทำเอาลูกน้องตื่นตกใจ เกือบจะร้องเฮ้ย!! ออกมา “แต่พี่เห็นมันไหวตัว จึงพุ่งไปเข้าหา วิ่งตามเลย พี่นะนักสืบเก่า เรื่องวิ่งนะไม่เกรงหรอก ตามไปทัน กะจะคว้าอยู่แล้ว มันควักปืนออกมา ตอนนั้นใจพี่วูบเลยนะ นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์หน้าลูกเมีย แต่สติและการฝึกซ้อมในการเข้าจับกุมมันสั่งการเองอัตโนมัติ กล้ามเนื้อเลยทำงานทันที”

ว่าแล้วรองแก ก็พุ่งทะยานแสดงท่าทางราวกับนักแสดงละครเวที สื่อต่างจับจ้องราวกับแสงไฟสาดใส่ท่ามกลางผู้คนมากมาย “พี่เตะปืนไปได้ทัน แล้วพุ่งเข้ากด” แกยกเท้าทำท่าจะเตะเอา แล้วเอามือเหมือนจะกอดคนร้าย สาธิตการกดให้คนร้ายจมกองกับพื้น

“จากนั้นก็คว้ากุญแจมือจากข้างหลัง” แกล้วงมือไปด้านหลังแก ซึ่งไม่มีกุญแจมือ “แล้วล็อกมือมันไว้ได้ทันก่อนไอ้โจรมันจะประสงค์ระยำอีก แล้วจึงเรียกลูกน้องมาจับกุม...”



มีเสียงตื่นตะลึงจากนักข่าวทีวีสาวๆ หน้าใหม่ ที่มีท่าทางยกย่องกับวีรกรรมดังกล่าว “วิชัย” ตอนนี้เหมือนต้องมนต์การแสดง ขณะที่ตำรวจสืบสวนของโรงพัก โดยเฉพาะ “รองสารวัตรสืบสวน” อ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่า นายของเขา รองผู้การฯ ซึ่งไปจับคนร้ายเอง จะแสดงท่าทางอย่างเฉียบขาดแบบนี้ “สงสัยสมองกูจะไม่ดี รองฯ แกไปจับตอนไหนวะ” ดาบสักนายพูดเบาครวญๆ ตามสายลม “นายเขาไปด้วย มึงตาไม่ดีเอง” ใครสักคนบอก

นับเป็นการแถลงข่าวที่ตะลึงพรึงเพริดที่สุด รองผู้การฯ คล้ายดารานักแสดงที่ตีบทแตก นักข่าวต่างรุมล้อมสัมภาษณ์กันยกใหญ่ ขณะที่ “รองสารวัตรสืบสวน” และลูกน้องต่างหลบฉากออกจากจุดแถลงข่าวมายืนกันเงียบๆ พอดีกับที่นักข่าวสาวเดินมาหา “รองสารวัตรสืบสวน”

“พี่ไปจับมาด้วยใช่ไหมค่ะ” รองสารวัตรสืบยิ้ม อย่างน้อยก็ยังมีคนเห็นความดีของพวกเขา ที่จะได้เล่าเหตุการณ์บ้าง ขณะกำลังจะอ้าปากก็เจอคำถามต่อมาว่า..

“รู้สึกอย่างไรที่รองผู้การฯ ผู้บังคับบัญชาออกไปด้วย ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา ส่งผลต่อขวัญกำลังใจไหมค่ะ”

“รองสารวัตรสืบสวน” และลูกน้องอ้าปากค้าง แต่คำว่า
“นาย” มันค้ำคอและวัฒนธรรมตำรวจไทย จึงพูดไปเพียงว่า...

“ส่งผลมากจริงๆ ครับ พอใจอย่างยิ่งเลยครับ” ตำรวจชุดปฏิบัติงานพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะยิ้มอย่างภาคภูมิใจในความเป็น
“ตำรวจไทย”
….........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 5.89K