อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

พ้นโทษเจอดูถูก'โจรขี้คุก' ไม่ท้อกลับใจพัฒนาตัวเอง

พ่อวัย 37 หลังพ้นโทษ ไม่มีใครให้โอกาส เจอดูถูก “โจรขี้คุก” เก็บเป็นแรงพัฒนาตัวเอง เลือกทำอาชีพสุจริตเพื่อลูก 3 คน อยากรู้ว่าทำอะไรต้องอ่าน อาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560 เวลา 08.00 น.


หากครั้งหนึ่งในชีวิตถ้าใครได้เคยพบกับ “ความพลั้งพลาด” อดีตเหล่านั้นจะเป็นเสมือน “ครู” คอยป้อน “บทเรียนชีวิต” เพื่อเตือนสติไม่ให้กลับไปคิดหลงผิดซ้ำเดิม เช่นเดียวกับเส้นทางชีวิตของชายวัย 37 ปีคนนี้ ที่พ้นโทษออกมาจากคุก เขาต้องฝ่ากระแสสังคมและคำดูถูกสารพัด

จริงอยู่แรงบันดาลใจนั้น ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ แต่ชายผู้นี้ “เกริกพล จงเอื้อมกลาง” หรือ “เมฆ” ชาว จ.นครราชสีมา ที่มีอดีตไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก กลับสร้างแรงผลักดันให้ตัวเองขึ้นมาได้ พร้อมแชร์แง่คิดดีๆ “ถ้าชีวิตผมมันจะเป็นประโยชน์แก่ใคร ผมก็ยินดี”





เขาเริ่มเล่าให้ฟังว่า จากเด็ก ม.2 คบเพื่อนเกเร มือหนึ่งจับปากกา อีกมือคีบบุหรี่ คิดว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ กินเหล้าเสพยา ทั้งที่สถานะการเงินไม่เอื้อ จึงผันตัวเป็นคนค้า แต่จนแล้วจนรอดก็จบ ม.6 มาได้แบบไล่หัวส่ง ใช้ชีวิตบนคำว่า “สุดยอด” เรียนรู้แต่สิ่งผิดๆ ถูกตำรวจตามล่ามาเรื่อยๆ จนได้รับฉายา “เมฆ มังกรบิน” โผล่ออกมาแต่ละทีอย่างยิ่งใหญ่ ตำรวจก็ตามจับไม่ได้

ารขายยาพวกนี้มันยิ่งกว่าปล้นเสียอีก เราไม่รู้หรอกว่าคนซื้อไปเอาเงินมาจากไหน รู้แต่ว่าใครเข้ามาขายในเขต จะต้องปล้นเพวกโจรพวกค้ายาด้วยกัน เพราะไม่โดนจับอยู่แล้ว จนมีครั้งหนึ่งถูกจับ จึงรู้สึกว่าเพื่อนฝูงหายหมด เหลือแต่แม่คนเดียวที่หาเงินมาประกันตัวออกไป”



กลับออกมาได้ เขาคิดจะสร้างฐานะกับภรรยา วาดฝันอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ จนกระทั่งมีโซ่คล้องใจ 3 คน ลูกสาว 2 คน และลูกชาย 1 คน แต่ทว่า…เงินที่หามาได้ ก็ยังไม่หลุดพ้นจากสิ่งอโคจรเหล่านี้ จนเกือบถูก
“วิสามัญ” จับตาย จังหวะนั้นเขาวอนขอเจ้าหน้าที่โทรศัพท์หาลูก “เพราะผมไม่อยากให้ลูกรอว่าพ่อหายไปไหนไม่กลับบ้าน”

เขาติดคุก 5-6 ปี หลังพ้นโทษหางานทำ แต่ไม่มีนายจ้างรับเข้าทำงานแม้แต่ที่เดียว รวมถึงสูญเสียครอบครัวแตกแยกไปคนละทิศทาง จึงไปพึ่งวัดขอพระทำงานด้วยการวาดรูปฝาผนังโบสถ์ กินข้าววัดเป็นเวลา 9-10 เดือน ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า จนเกิดความละอายใจคิดกลับตัวเป็นคนดี เพราะไม่อยากใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ปล้นของคนอื่นวิ่งหนีตำรวจอีกแล้ว





แต่กว่าเขาจะคิดได้เช่นนี้ ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย “ผมจำได้ว่าตอนที่อยู่ในเรือนจำ ต้องเลี้ยงลูกผ่านลูกกรง เขียนจดหมายหาลูก 5-6 ปี มันเป็นอย่างไร ชีวิตลูกๆ สาหัสที่สุด เขาต้องออกไปรับจ้างวันละ 50-100 บาท เพื่อจะได้มีเงินไปโรงเรียน ทุกอย่างพังหมด มันคือมรสุมชีวิตจริงๆ”

เมื่อพ้นโทษจากคุกครั้งนี้ ทุกอย่างในชีวิตเขาได้เปลี่ยนไป เช่น การไปซื้อของ เจ้าของร้านก็ไม่ขายให้ พ่อเสียชีวิต แม่ป่วยโรคจิตเวชปานกลาง ถูกภรรยาทิ้ง จึงตัดสินใจไปอยู่ในสังคมที่ไม่มีใครรู้จัก จะได้ไม่มีใครรังเกียจ “รับจ้างตัดหญ้าที่รีสอร์ท” แต่ก็ถูกไล่ออกเพราะรู้ว่าเคยติดคุก

“เงินในกระเป๋าเหลือ 20 บาท ผมก็ต้องเลือกว่าจะซื้อข้าวกิน หรือเติมน้ำมัน ขี่รถมอไซค์กลับไปที่บ้าน คนละแวกบ้านก็ไม่มีใครเชื่อว่ากลับตัวกลับใจได้ ก็เลยไปพึ่งวัดฝึกความอดทนอยู่กับการวาดภาพฝาผนังโบสถ์ ศึกษาพุทธประวัติ จนเริ่มหลงใหล แต่พอชาวบ้านรู้เสียงดูถูกก็ตามมาว่าจะเลี้ยงคนขี้คุกไว้ทำไม”



ตรงกันข้ามในวันนี้ “เมฆ” คนเดิมไม่เหลือให้เห็นแล้ว ปัจจุบันเขามีอาชีพค้าขายเป็นของตัวเอง “ผมถึงเอามายกตัวอย่างสอนคนไง ว่าทำตัวดี ทำงานดีขยันตั้งใจ ไม่โลภ ขายได้รู้จักทำบุญช่วยคน แล้วชีวิตจะดีขึ้น เพราะการทำบุญมันทำให้จิตใจเราดีขึ้น ผมไม่อยากหลบซ่อนเหมือนเคย เจอใครลำบากก็นึกถึงตัวเองตลอด”

อดีตที่ผิดพลาดล้มลุกคลุกคลานมามากมาย คือเรื่องที่ทุกคนอยากรู้ แต่ชายผู้นี้เขาเชื่อว่า…สิ่งที่ทุกคนควรรู้มากกว่าคือ “ผมลุกขึ้นมาสู้และชนะได้อย่างไร?”



เริ่มต้นง่ายๆ เช้านี้หาอะไรทำที่มากกว่างานประจำ ตอนเย็นเลิกงานลองไม่กินเหล้ากับเพื่อน แต่เลือกใช้เงินทุนซื้อเหล้า ไปลงทุนจับอะไรมาขาย เลิกงานลองบอกตัวเองว่าไม่เหนื่อย หารายได้เสริมสัก 200-300 บาท แล้วเอามาบวกกับค่าแรงรายวันตัวเอง หรือเลิกเรียนแล้วไม่ต้องไปเล่นไร้สาระ แต่ไปเรียนรู้อะไรสักอย่างที่เราชอบ แค่นั้นเราจะเป็นคนเก่งและขยันขึ้นทันที แต่ให้จำไว้ว่าอย่าลืมลดความอยากได้ในใจตนเอง แล้วสิ่งใหม่ๆ ดีๆ จะไหลเข้ามาทดแทนมากมาย ไปครับสู้ชีวิตกัน

นี่แหละ…ชีวิตจากคนอับจนหมดหนทาง ไม่มีแม้เงินซื้อกินข้าว ไม่มีที่จะพักอาศัย ไม่มีใครยอมรับ และไม่มีที่ยืนในสังคม กลับมายืนในสังคมได้ มันไม่ใช่ “โชค” หรือ “ความบังเอิญ” แต่มันเป็นการก้าวข้ามผ่านคำดูถูก และขีดจำกัดของตัวเองที่ถูกคำว่า “ไม่ได้ ไม่กล้า ไม่เคย ไม่เป็น” บดบังไว้ เพราะตำราหนึ่งเล่มอาจจะใช้สอนคนเป็นล้านได้ แต่จะให้คนล้านคนเขียนตำราของตัวเอง ไม่มีทางจะได้ตำราเล่มเดียว แต่จะได้ตำรานับล้านเล่ม.
.....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : @เมฆ มังกรบิน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 129.74K