อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

มารู้จักชีวิต'เงาะป่าซาไก' ร่วมปลูกต้นไม้ในป่าอนุรักษ์

สัปดาห์นี้พาไปทำความรู้จักกับชีวิต “เงาะป่าซาไก” อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ออกมาปลูกป่าร่วมกับชาวบ้าน หลงเหลืออยู่จำนวนเท่าใดไปดูกัน พุธที่ 9 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น.


วันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมโครงการ ประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ในพื้นที่บ้านโหล๊ะหาร ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง โดยมี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพัทลุง และอำเภอป่าบอน เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียน ผู้นำท้องที่ และพี่น้องประชาชนได้มาร่วมปลูกป่ากันอย่างมากมายหลายร้อยคน

และในจำนวนนั้น ยังมีพี่น้องชนเผ่า
“ซาไกหรือมันนิ” ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ใกล้กับพื้นที่ปลูกป่า จำนวนร่วม 20 คน มาร่วมปลูกป่าด้วย จึงอยากให้ทำความรู้จักกับ “ซาไกหรือมันนิ” กันหน่อย



ความเป็นมาของชนเผ่าซาไก
“ซาไก” เป็นกลุ่มชาติพันธ์นิกริโต (nigrito) ซึ่งคำว่าซาไก มาจากคำว่า ซาแกในภาษายาวี แปลว่า แข็งแรง มาเลเซีย เรียกว่า โอรัง ฮัสวี แปลว่าคนดั้งเดิม หรือคนพื้นเมือง ส่วนที่จังหวัดพัทลุงเรียกว่า “เงาะป่า” สตูลเรียกว่า “ชาวป่า” ส่วนซาไกเรียกตัวเองว่า มันนิ ซึ่งแปลว่ามนุษย์ อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มๆ กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ต่อเนื่องเข้าไปในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย หรือพื้นที่ที่เรียกว่าแหลมมาลายู และที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าเขาบรรทัด มีอยู่ประมาณ 70 คน และอยู่ในจังหวัดอื่นๆ อีกทั้งยะลา ปัตตานี นราธิวาส รวมแล้วประมาณ 200 คน

ลักษณะรูปร่าง
ผมหยิกคอดติดหนังศีรษะ จมูกแบน ผิวดำ รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 140-150 เซนติเมตร ผู้หญิงเตี้ยกว่าผู้ชาย ร่างกายแข็งแรง อุปนิสัยร่าเริง ยิ้มง่าย และเยือกเย็น ไม่ชอบสังคมกับคนแปลกหน้า แต่จะเปิดเผยเมื่อรู้สึกคุ้นเคย ซาไกแต่ละกลุ่มมีการไปมาหาสู่ เยี่ยมเยือนและมีการนับเครือญาติในหมู่ซาไกที่อยู่ต่างถิ่นด้วย ประชากรซาไกกระจายอยู่ทั่วไปในเขตภาคใต้ของประเทศไทย กลุ่มชาวซาไกกลุ่มต่างๆ เหล่านี้อาศัยอยู่ตามป่าในเขตจังหวัดพัทลุง ตรัง สตูล ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส



ชีวิตความเป็นอยู่
วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของ เงาะป่าซาไก ชอบเร่ร่อนย้ายถิ่นไปมา สร้างกระท่อมเป็นที่อยู่อาศัยเรียกว่า “ทับ” ในแถบป่าอนุรักษ์พื้นที่ภาคใต้ โดยรวมอยู่กันเป็นกลุ่มๆ ละประมาณ 20-30 คน มักเลือกที่สูงๆ ใกล้แหล่งน้ำเป็นที่พักอยู่อาศัย โดยใช้กิ่งไม้และต้นไม้มาก่อสร้างแบบง่ายๆ ใช้เชือกผูกโครงหลังคา และนำใบไม้มามุงป้องกันแสงแดด เมื่อถึงฤดูฝน ซาไกจะไปอาศัยอยู่ตามถ้ำหรือเพิงผา ใช้ทรัพยากรเพื่อดำรงชีพในพื้นที่ที่อยู่อาศัยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ภาษาที่ใช้ แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มภาษา คือ
1.กลุ่มซาไกที่ใช้ภาษา “แด็นแอ็น” เรียกว่า กลุ่มแด็นแอ็น มีถิ่นฐานอยู่แถบจังหวัดพัทลุง สตูล มีประชากรประมาณ 70 คน
2.กลุ่มซาไกที่ใช้ภาษา “กันซิว” มีถิ่นฐานอยู่แถบจังหวัดยะลา มีประชากรประมาณ 30 คน
3.กลุ่มซาไกที่ใช้ภาษา “แตะเด๊ะ” มีถิ่นฐานอยู่แถบอำเภอรือเสาะ และอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส มีประชากรประมาณ 50 คน
4.กลุ่มซาไกที่ใช้ภาษา “ยะฮาย์” มีถิ่นฐานอยู่แถบอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส มีประชากรประมาณ 50 คน



วัฒนธรรมความเชื่อชนเผ่าซาไก
ชาวซาไกมีวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง เวทมนต์คาถา วิญญาณและภูตผี เรื่องสุขภาพ การรักษาความบริสุทธิ์ของหญิงสาว ความเชื่อเรื่องสัญลักษณ์ ความเชื่อเรื่องความฝัน ความเชื่อเรื่องข้อห้ามหรือกฎเกณฑ์บางประการที่สร้างขึ้นมา

สถานะความเป็นอยู่
ในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซาไกหรือมันนิ ดำรงชีวิตอยู่ในประเทศไทยอย่างมีเกียรติและมีคุณค่า ดูได้จากที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับชีวิตเงาะป่า โดยนำลูกเงาะป่าชื่อ “คนัง” มาทรงชุบเลี้ยงในพระบรมมหาราชวัง และเป็นมหาดเล็กคนโปรดของพระองค์ ทรงมีบทละครเรื่อง “เงาะป่า” ขึ้นในราชสำนัก แสดงให้เห็นถึงการดูแลใส่ใจคนกลุ่มน้อยในประเทศ ว่าทุกชีวิตต่างมีค่าและมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

ในเรื่องถิ่นที่อยู่ “ซาไก” อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งที่เป็นอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สามารถอยู่อาศัยและทำมาหากินได้อย่างเป็นปกติ ไม่กระทบต่อการดำรงชีวิตใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในยุคที่กระผมเป็นประธานก็เสนอให้กรมอุทยานฯ จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลชนกลุ่มน้อยที่อยู่ในป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้ ให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน และมีเกียรติ.
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.76K