อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ยอดผู้นำ"ช่วยเร็ว-ช่วยทันที น้ำท่วม-เดือดร้อน-ไม่รองบฯ

เอาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นที่ตั้ง ชื่นชม”นายกอบต.บางวัน”เมืองพังงา น้ำท่วมถนนขาดทนเห็นชาวบ้านลำบากไม่ได้ โทรขอเครดิตร้านสั่งอุปกรณ์สร้างสะพานทันทีโดยไม่รองบฯทางการ เสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น.


สถานการณ์ฝนตกถล่มพื้นที่ภาคอีสาน และภาคใต้บางส่วนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก ภาพความเสียหาย-ถนนถูกน้ำกัดเซาะจนขาด-รถ และบ้านถูกน้ำท่วมจมมิด ความทุกข์ของคนในพื้นที่ช่างเป็นภาพที่น่าสงสารจริง ๆ ทั้งนี้หลายแห่งเหตุการณ์ไม่ได้เกิดแค่วันเดียวแล้วจากไป บางจุดกว่าน้ำจะลดระดับชาวบ้านต้องเผชิญกับความทุกข์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นเวลาหลายวัน... ณ เวลานั้นพวกเขาต้องช่วยตัวเอง พร้อมภาวนาให้หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำท้องถิ่นเข้ามาดูแล-เข้ามารับทราบความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ที่สำคัญจะช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง

ผู้นำฯบางคนไม่กล้าตัดสินใจ บางคนอ้างต้องรองบฉุกเฉินจังหวัด ฯลฯ บอกตรง ๆ ความเดือดร้อนบางอย่างเช่นถนนขาดชาวบ้านถูกลอยแพตัดขาดจากโลกภายนอก...มันรอไม่ได้ เพราะหากมีคนเจ็บป่วยจะทำอย่างไร ผู้นำท้องถิ่นต้องคิด-ต้องรีบแก้ปัญหา กู้สถานการณ์ให้ความเดือดร้อนเบาบางที่สุดเท่าที่จะทำได้...จำไว้ว่าสถานการณ์มันสามารถดูได้ทันทีว่า“ผู้นำฯของท่านเป็นคนอย่างไร”



เกริ่นนำประเด็นภาวะผู้นำท้องถิ่นวีคนี้มีเรื่องราวของคนหนุ่มไฟแรงจาก จ.พังงา คือ “ทรงวุฒิ อินทรสวัสดิ์” อายุ 46 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ผู้นำท้องถิ่นที่ทำงานแบบ “คิดเร็ว ทำเร็ว ช่วยเร็ว” ตระหนักเสมอว่าปัญหาของชาวบ้านคือปัญหาของ อบต. ภาพเบื้องหน้าการทำสะพานแบรี่เนื่องจากถนนขาดตามแนวคิดประชารัฐ โดย อบต.ฯ มีหน้าที่จัดหาวัสดุ ส่วนชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันทำสะพานเหล็กใช้เวลาเพียงแค่ 4 ชั่วโมง สามารถยืนยันผลงานได้อย่างชัดเจน “ทรงวุฒิ”สภาพตัวเปียกปอนร่วมกับชาวบ้านช่วยกันนำสะพานมาติดตั้ง...แต่ภาพเบื้องหลังมีใครคิดบ้างว่า“เงิน”ในการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ มาจากไหน

ทรงวุฒิ” บอกว่า รับแจ้งช่วงเช้ามืดวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าเกิดน้ำป่ากัดเซาะถนนขาด มีชาวบ้านติดอยู่ด้านใน 34 ครัวเรือน จึงรีบเดินทางไปจุดเกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ และ ฝ่ายปกครอง เมื่อร่วมปรึกษากับชาวบ้านจึงได้ข้อสรุปว่าอย่างน้อย ต้องทำสะพานให้รถจักรยานยนต์ผ่านได้ก่อน แต่เมื่อมามองถึงระบบราชการกรณีจะทำการจัดซื้อจัดจ้างได้ต้องใช้เวลาหลายวัน ซึ่งคงไม่ทันกับความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งพบว่าคนที่อยู่ด้านในมีทั้งเด็ก-คนชราและผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียงที่อาจจะเกิดอะไรขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นการช่วยเหลือเร่งด่วนจึงมีความสำคัญมาก ๆ และประมาทไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบนี้





นายกอบต.” กล่าวอีกว่า “จึงมีการตกลงกับชาวบ้านว่ารัฐจะออกค่าวัสดุทุกอย่าง ส่วนชาวบ้านออกแรง ผมคุยกับปลัด อบต.บางวัน ว่าถ้าเบิกงบฯไม่ได้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ช่วยให้เร็วจะดีกว่าจึงโทรไปร้านวัสดุเพื่อขอเครติดเหล็ก และแผ่นพื้น รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ราคาทั้งสิ้น 20,000 บาทมาทำสะพานก่อน เมื่อชาวบ้านได้ยินก็รีบลุยน้ำกลับบ้าน ไปเอาอุปกรณ์ที่ตัวเองมี ไปรวมตัวกันที่ศาลาหมู่บ้านช่วยกันตามที่ตัวเองถนัด ไม่ว่าจะเป็นตัด เจาะ เชื่อม ส่วนช่างอบต. ก็ทำหน้าที่ออกแบบเรื่องความแข็งแรง ใช้เวลารวมทั้งสิ้นแค่ 4 ชม.ก็สามารถนำสะพานมาติดตั้ง ชาวบ้านดีใจยิ้ม ผมเห็นแล้วดีใจที่ได้ช่วยพวกเขาได้เข้าออกหมู่บ้านได้”

อย่างไรก็ตามหลังทำสะพานเหล็กชั่วคราวเสร็จได้ประสานไปยัง ปภ.พังงา เพื่อขอสะพานแบรี่ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อนำมาติดตั้งพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่แคบ เครื่องจักรขนาดใหญ่ที่เตรียมมาทำงานไม่สะดวก ชาวบ้านจึงได้มาร่วมกันประกอบโดยมีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ ปภ. คอยแนะนำ ใช้เวลาไม่ถึง 3 ชม.จากที่ต้องใช้เวลาประกอบไม่น้อยกว่า 5 ชม. ส่วนสะพานแบรี่ที่รัฐได้ร่วมกับชาวบ้านทำขึ้นมา จะถอดออกประกอบใหม่เป็นเวทีให้ผู้สูงอายุใช้ แต่หากพบว่าจุดใดในหมู่บ้านเกิดถนนขาดอีกก็จะถอดเวทีนำไปทำสะพานแบรี่ทันที ทั้งนี้หมู่บ้านใกล้เคียงหากได้รับความเดือดร้อนก็สามารถมายืมไปใช้ได้



นิตยา กำมะหยี่ อายุ 67 ปี ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ช่วงเกิดเหตุเดือดร้อนมากเพราะอาศัยอยู่กับสามี 2 คน อายุก็มากแล้วหากเจ็บไข้ได้ป่วยกะทันหันก็ไม่รู้ว่าจะเดินทางไปโรงพยาบาลได้อย่างไร แต่หลังจากที่ ภาครัฐและชาวบ้านร่วมกันทำสะพานรให้รถจักรยานยนต์ผ่านได้ก็รู้สึกอุ่นใจ ต้องขอขอบคุณทุก ๆคนที่รวมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือสร้างสะพานให้

ไพลิน เฟื่องฟู” อายุ 41 ปี บอกว่า หลังถนนขาดก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร เด็กๆ ไปโรงเรียนไม่ได้แน่ ๆ แต่เมื่อภาครัฐบอกว่าจะทำสะพานให้รถจักรยานยนต์สามารถผ่านได้ก่อน ชาวบ้านจึงร่วมมือร่วมใจกันนำอุปกรณ์การก่อสร้างที่ตัวเองมีอยู่ภายในบ้านลุยน้ำออกไปยังศาลาหมู่บ้านด้านนอกเพื่อที่จะก่อสร้างสะพาน คือความสามัคคีของชาวบ้าน และเห็นถึงภาวะผู้นำท้องถิ่นที่เร่งช่วยเหลือทันที ไม่ต้องรองบประมาณ เพราะช้าความเดือดร้อนก็จะยิ่งมากขึ้น

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างดี ๆ ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชน...น่าชื่นชมโครงการประชารัฐ-ชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่นที่รีบดำเนินการแก้ไขโทรไปขอเครดิตจากร้านวัสดุก่อสร้าง...หายากผู้นำแบบนี้...ช่วยทันทีโดยไม่ต้องรองบประมาณ เอาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นที่ตั้ง... ภาพนายกฯกับชาวบ้านตากฝนตัวเปียกปอนช่วยกันนำสะพานไปติดตั้งบอกตรง ๆ ได้ใจมาก ๆ...อบต.อื่นเอาแบบอย่างไปใช้ได้นะ...รัฐออกเงิน-ชาวบ้านออกแรง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมันจะสร้างพลังแห่งความสามัคคีให้กับพวกท่านได้แน่นอน.



............................................
คอลัมน์”คนดีของสังคม”

โดย “เหยี่ยวขาว”


(ร่วมสนับสนุนคนทำดีในสังคมโดย “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”)

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3.88K