อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แม่ปั๊มเสีย-ลูกยางสึก??:ต้นตอเบรกลึก-เบรกจม!!

ไขปัญหาตนตอ เบรกไม่อยู่ เหยียบแล้วลึกจมต่ำกว่าปกติ ต้องออกแรงเบรกมากขึ้น ต้องย้ำหลาย ๆ ครั้งถึงจะเบรกอยู่ ศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 เวลา 08.00 น.

คุณ "นเรศ" จากทุ่งสง ส่งอีเมล์ เข้ามาสอบถามสรุปใจความได้ว่า ใช้รถกระบะ โตโยต้า ไทเกอร์ ดีโฟร์ดี มีอาการเหยียบเบรกแล้วแป้นเบรกลึกต่ำกว่าปกติ โดยถ้าเหยียบค้างไว้แป้นจะค่อย ๆ จมลงแต่เมื่อเหยียบซ้ำ ๆ ก็สามารถเบรกหยุดรถได้ปกติ ตรวจสอบไม่มีการรั่วซึม และนำมันเบรกก็ไม่พร่อง จึงนำรถเข้าอู่ช่างทำการไล่ลมเบรกให้ใหม่ แต่เมื่อนำรถกลับมาใช้ก็ยังเป็นอากรเดิมอยู่จึงอยากสอบถามว่า อาการดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใดและจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร
 
จากข้อมูลข้างต้น หากตรวจสอบแล้วน้ำมันเบรกไม่พร่อง ร่วมถึงไล่ลมจนไม่มีอากาศค้างในระบบแล้วนั้น ขอตอบว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการรั่วภายในระบบที่แม่ปั๊มเบรกบน โดยส่วนใหญ่ปัญหาจะเกิดจากลูกยางเบรกสึก-ฉีกขาด-บวม หรือเกิดการชำรุดที่ตัวแม่ปั๊มเบรกเอง ทั้งนี้เมื่อเราเหยียบเบรก แรงกดจะถูกส่งไปที่ชุดแม่ปั๊มเบรกบนที่มีหม้อลมช่วยผ่อนแรง จากนั้นแม่ปั๊มเบรกจะทำหน้าที่อัดแรงดันน้ำมันเบรก ผ่านไปยังวาล์วปรับแรงดันให้เหมาะสมกับเบรกหน้า-หลัง ก่อนกระจายแรงผ่านลูกสูบไปดันผ้าเบรกให้เสียดทานกับจานเบรกจนเกิดความฝืดส่งผลให้รถชะลอความเร็วลง จนหยุดในที่สุด แต่เมื่อแม่ปั๊มหรือลูกยางเบรกชำรุดก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการอัดแรงดันน้ำมันเบรกลดลงทำให้ต้องย้ำเบรกถึงจะสามารถหยุดรถได้
 
สำหรับการแก้ไข ช่างจะถอดแม่ปั๊มเบรกออกมาตรวจสอบว่าลูกยางเบรกสึก-ชำรุด หรือตัวแม่ปั๊มเบรกชำรุด หากลูกยางเบรกชำรุดก็สามารถซื้อชุดซ่อมมาเปลี่ยนใหม่ ซึ่งราคาไม่แรงแค่หลักร้อยเท่านั้น แต่หากแม่ปั๊มเสียหายเนื่องจากเป็นตามดหรือถลอกจากการเสียดสีของลูกสูบต้องเปลี่ยนใหม่ราคาก็จะขยับขึ้นเป็นหลักพัน
 
เทคนิคควรรู้
ลางบอกเหตุระบบเบรกมีปัญหา

 
เบรกติด/เบรกค้าง อาการเหมือนเหยียบเบรกอยู่ตลอดเวลา รถจะหน่วงเคลื่อนตัวได้อยาก มีกลิ่นเหม็นไหม้ จอดแล้วเข็นรถไม่ไป เป็นอาการของเบรกติด/เบรกค้าง ส่วนใหญ่เกิดจากการยางกันฝุ่นแม่ปั๊มเบรกล่างฉีกขาด ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปจนเกิดสนิมลูกสูบเบรก ไม่สามารถเคลื่อนตัวเข้าออกได้สะดวก การแก้ไขคือ ถอดมาขัดสนิม แล้วเปลี่ยนชุดซ่อมแม่ปั๊มเบรก แต่ถ้ามีสนิมมากจนเกิดตามด ต้องเปลี่ยนลูกสูบเบรก หรือแม่ปั๊มทั้งชุดเพื่อป้องกันน้ำมันเบรกรั่ว
 
เบรกต่ำ อาการนี้เหยียบเบรกแล้วจะรู้สึกว่า แป้นเบรกจมลงต่ำกว่าปกติ โดยถ้าเหยียบค้างไว้แป้นจะค่อย ๆ จมลง ส่วนใหญ่เกิดจาก ลูกยางแม่ปั๊มเบรกบน ฉีกขาด สึกหรอ หรือบวม ทำให้แรงดันเบรกลดลง ต้องออกแรงเบรกมากขึ้น หรือต้องเหยียบแบบย้ำหลาย ๆ ครั้งถึงจะเบรกอยู่
 
เบรกสั่น คือเหยียบแล้ว แป้นเบรกเกิดอาการสั่นๆ ถึงพวงมาลัย หรือสั่นสะท้านไปทั้งคัน สาเหตุเกิดจากจานเบรกเกิดการคดบิดตัว เพราะการใช้งานที่รุนแรงกินไป อาทิการขับรถมาเป็นระยะทางไกลหรือใช้เบรกอย่างต่อเนื่องจนร้อนแล้วจอดล้างรถ ทั้งนี้จานเบรกที่ร้อนจัดแล้วถูกน้ำจะบิดตัวได้ง่าย หรือลูกปืนล้อหลวม น็อตล้อหลวม ผ้าเบรกสึกไม่เท่ากัน อาการนี้เกิดได้ทั้งระบบดิสก์และดรัมเบรก
 
เบรกเสียงดัง คือเสียงดังขณะเบรก ส่วนใหญ่เกิดจากผ้าเบรก และจานเบรก เช่นผ้าเบรกหมด จนเหล็กสีกับจานเบรก จานเบรกเป็นรอยมากเนื่องจากฝุ่น และกรวดทรายหลุดเข้าไปเสียดสี วิธีแก้ต้องเจียร์จานเบรกใหม่ แต่ถ้าผ้าเบรกใหม่ จานเบรกเรียบดี เสียงที่ดังมักเกิดจากตัวผ้าเบรกที่คุณภาพต่ำเอง
 
เบรกทื่อ/เบรกตื้อ มีอาการเหยียบแล้วรู้สึกว่าเบรกแข็งๆ ต้องออกแรงเหยียบมากเดิม อาการเบรกทื่อนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ อาทิ แรงดูดสุญญากาศของหม้อลมน้อยเกินไป หรือผ้ายางภายในหม้อลมรั่ว วาล์วเสียหรือสายลมรั่ว
 
เบรกหมด มีอาการเบรกแล้วเกิดเสียงดัง เหมือนเหล็กสีกัน และจะเบรกไม่ค่อยอยู่ เป็นอาการของผ้าเบรกหมด ในผ้าเบรกบางรุ่นจะมีตุ่มหรือแถบโลหะมาแตะกับจานดิสก์เบรก เมื่อผ้าเบรกเหลือน้อยกว่า 2มิลลิเมตร เพื่อเตือนให้เกิดเสียงดัง หรือติดตั้งไฟโชว์ที่หน้าปัดเพื่อบอกให้ผู้ใช้รถ ต้องรีบเปลี่ยนผ้าเบรก ถ้าหากยังไม่เปลี่ยนจะทำให้ผ้าเบรกที่หมดสีกับจานดิสก์เบรกเสียหาย จนต้องเสียเงินเปลี่ยนจานดิสก์เบรกใหม่
 
เบรกเฟด คืออาการลื่นเบรกไม่อยู่ในขณะที่ใช้ความเร็วสูง หรือเบรกติดต่อกันหลายครั้ง มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่ขับรถมาด้วยความเร็วสูง แตะเบรกครั้งแรกจะปกติ แต่หลังจากนั้นกลับเกินอาการลื่นเบรกไม่อยู่ สาเหตุเกิดจาก ความร้อนของจานเบรกที่สูงเกินไป เนื่องจากการระบายความร้อนไม่ดี ผ้าเบรกทนความร้อนต่ำ
 
เบรกแตก คือเมื่อเหยียบแป้นเบรกแล้วแป้นจมจนสุดแต่ไม่สามารถชะลอรถได้ เหมือนไม่มีเบรก โดยเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก
-สาเหตุเกิดจากมีรอยรั่วในระบบ เช่น ท่อแป๊ปเบรกผุกร่อนจนรั่ว สายอ่อนเบรกแตก ผ้าเบรกหมดเป็นเวลานาน จนทำให้ลูกสูบเบรกหลุดตามมา และเมื่อน้ำมันเบรกรั่วออกจนหมด จากระบบก็จะเกิดอาการเบรกแตก
 
-เกิดจากความร้อนอันเนื่องมาจากการเบรกกะทันหัน หรือเบรกบ่อยๆ ภายใต้ความเร็วสูง จะส่งผลให้ “น้ำมันเบรก” ซึมซับความร้อนเอาไว้แล้วระบายสู่ส่วนอื่นไม่ทัน จนถึงจุดเดือดสูงสุด “น้ำมันเบรก” ก็จะระเหยกลายเป็นไอในกระบอกสูบเบรกจนไม่มีแรงดันที่จะไปกระทำต่อลูกสูบเบรกให้ไปดันผ้าเบรกได้ ทำให้เกิดอาการ“เบรกแตก”
 
การดูแลรักษาระบบเบรก
 
น้ำมันเบรก แม้ว่าไม่มีการรั่วซึมก็ควรเปลี่ยนถ่ายปีละ1ครั้ง เนื่องจากน้ำมันเบรกมีส่วนประกอบมาจากน้ำมันแร่ จึงมีการรวมตัวกับไอน้ำจนเกิดความชื้นได้ง่าย ส่งผลให้ระบบเบรกเกิดสนิม น้ำมันเบรกควรเลือกใช้ให้ตรงกับมารตราฐานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้
 
การตรวจสอบผ้าเบรก ผ้าเบรกเป็นส่วนที่สึกหรอเร็วกว่าส่วนอื่น ผ้าเบรกที่ใช้แล้วความหนาจะลดลงเรื่อยๆ ในเมื่อมีความหนาต่ำกว่า3มิลลิเมตรควรเปลี่ยนทันที
 
การเปลี่ยน/เจียร์จานเบรก ผ้าเบรกที่มีโลหะผสมอยู่มาก ฝุ่น หิน และการปล่อยให้ผ้าเบรกหมด จะทำให้จานเบรกเป็นรอย การขับรถลุยน้ำขณะที่จานเบรกร้อน จะทำให้จานเบรกคดบิดตัว ต้องทำการเจียร์จาน แต่การเจียร์จะทำให้จานเบรกบางลงและเมืองบางลงต่ำกว่าค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ควรเปลี่ยนจานเบรกใหม่

.........................................

คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ

โดย “ช่างเอก”

ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

….............................

ขอบคุณข้อมูลจาก

-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com    


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 385