อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สูบบุหรี่ในบ้านภัยลูกน้อย น้ำนมแม่มีสารพิษเด็กป่วย

วิจัยเผยแม่ที่สูบบุรี่-ได้รับควันบุหรี่ พบสารพิษจะตกค้างในน้ำนม และที่สำคัญเด็กในคอนโดฯ รับสารโคตินินสูงกว่าเด็กในบ้านเดี่ยว ถึง 2 เท่าเพราะสาเหตุใด? เสาร์ที่ 12 สิงหาคม 2560 เวลา 10.00 น.


ทราบกันหรือไม่ว่า “สารนิโคติน” จากบุหรี่สามารถวิ่งขึ้นสู่สมองได้ ภายใน 11 วินาทีเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะกระจายไปทั่วตัว ส่งผลให้เกิดโรคอีกสารพัดโรคตามมา แต่จะมี “ตับ” เป็นโรงงานทำลายสารพิษบางส่วน และ “ไต” ก็จะขับสารต่างๆ ออกมา เสมือนเป็นโรงงานขับของเสีย

ทว่าสิ่งที่พ่อแม่ทั้งหลาย ควรรู้มากไปกว่านั้น คือ “สารพิษจากควันบุหรี่จะผ่านจากรกไปถึงทารกในครรภ์ได้ด้วย” โดยไหลผ่านเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์ ที่สำคัญแม่ที่สูบบุรี่ หรือได้รับควันบุหรี่ จะตรวจพบสารพิษในน้ำนมด้วย เพราะฉะนั้นการสูบบุหรี่ในบ้าน จึงเท่ากับ “มหันตภัยสารพิษสู่ลูกน้อย”



.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ บอกว่าการสร้างค่านิยมให้คนไทยไม่สูบบุหรี่ในบ้าน นอกจากจะลดอันตรายควันบุหรี่มือสองในบ้านแล้ว ยังทำให้เด็กในบ้านมีความเสี่ยงที่จะติดบุหรี่น้อยลง ผู้สูบบุหรี่จะสูบน้อยลง และเลิกสูบได้ง่ายขึ้น

แล้วจะทำอย่างไรให้ประตูบานแรกที่เปิดไปสู่ “สังคมปลอดสารเสพติด” ได้นั้นคืออะไร? รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล ชี้ให้เห็นว่า
“มันคือบ้านที่ปลอดบุหรี่” ผลการสำรวจในวัยรุ่นไทย 1,000 คน พบว่าวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด สูบบุหรี่ถึง 15.7% ส่วนที่ห้ามสูบบุหรี่เพียงบางพื้นที่ กลับสูบบุหรี่ 31.4 % และบ้านที่สูบบุหรี่ได้ทุกพื้นที่ มีอัตราการสูบบุหรี่เท่ากับ 51.8%



ขณะที่รายงานจากองค์การอนามัยโลก พบว่าวัยรุ่นที่ไม่สูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน โอกาสติดบุหรี่เพิ่มขึ้น 1.4-2.1 เท่า เมื่อเทียบกับวัยรุ่นที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน ซึ่งหากทำให้
“บ้านปลอดบุหรี่” อุบัติการการเสพสารเสพติดของวัยรุ่นก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม พญ.ปองทอง ปูรานิธี ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เผยข้อมูลว่า จากการตรวจพบสารพิษจากบุหรี่ที่เรียกว่า “โคตินิน” ที่เปลี่ยนแปลงจากสารนิโคตินและถูกขับออกมาทางปัสสาวะเด็ก ตั้งแต่เด็กเล็กแรกเกิดถึง 6 ปี จำนวน 75 ครอบครัว ทำให้เห็นว่าเด็กได้รับควันบุหรี่มา 48 ชม.ก่อนมารับการตรวจ ซึ่งในจำนวน 32 คน หรือ 42.7% พบโคตินินในปัสสาวะสูง เกิน 2 นาโนกรัม/มิลลิลิตร

“เด็กในคอนโดฯ อพาร์ทเมนต์ และแฟลตที่มีคนสูบบุหรี่ มีสารโคตินินสูงกว่าเด็กในบ้านเดี่ยว หรือทาวน์เฮาท์ที่มีคนสูบบุหรี่ถึง 2 เท่าตัว คิดเป็น 68.4% และ 33.9%”



คำถามคือว่า
“เด็กควรได้รับอากาศบริสุทธิ์” ใช่หรือไม่...? ซึ่งจากผลสำรวจของ รพ.รามาธิบดีดังข้างต้น มีสารพิษในควันบุหรี่ตัวอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ตรวจ และเด็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสามก็ยังไม่ได้สำรวจ อาจเป็นไปได้ว่ามีสารพิษที่รุนแรงตกค้างในตัวเด็ก หรือเด็กจำนวนมากกว่านี้กำลังได้รับสารพิษ

แล้วการสูบบุหรี่ในบ้าน มันร้ายแรงทำให้เด็กป่วยได้แค่ไหน? พญ.นัยนา ณีศะนันท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ให้ข้อมูลว่า การสำรวจผู้ปกครองที่พาเด็กมาตรวจรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ ระหว่าง พ.ค.-ก.ย.59 จำนวน 1,022 ครอบครัว โดย 96% เด็กได้รับการเลี้ยงดูที่บ้าน และมีคนในบ้านสูบบุหรี่ 45.6% ส่วนใหญ่เป็น “พ่อแม่” หรือ “ปู่ย่า-ตายาย” ทั้งนี้ยังพบว่าเด็กมักเป็นหวัดเจ็บคอบ่อย และมีอาการหอบเหนื่อยต้องพ่นยา ฉะนั้นเด็กในครอบครัวเหล่านี้ จะเจ็บป่วยมากกว่าเด็กในบ้านที่ไม่มีการสูบบุหรี่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ



และจะเชื่อหรือไม่ว่า 99% ของพ่อแม่...ทราบว่าควันบุหรี่ ส่งผลต่อสุขภาพของลูกๆ ดังนั้นก็อย่าได้สร้างค่านิยมผิดๆ เพราะคนรุ่นใหม่ต้องไม่สูบบุหรี่ แต่จะทำอย่างไรให้
“การไม่สูบบุหรี่” กลายเป็น “เรื่องปกติที่ควรทำ” เพราะนอกจากเด็กจะได้รับสารพิษแล้ว อาจนำไปสู่การเลียนแบบพฤติกรรมสูบบุหรี่เมื่อเขาโตขึ้น เราจะช่วยปกป้องได้อย่างไร เพื่อนำไปสู่ วัฒนธรรมใหม่ของคนไทยที่ไม่สูบบุหรี่ภายในบ้าน

มาช่วยกันทำให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่ เพื่อเห็นแก่เด็กที่กำลังจะลืมตาดูโลก แม้ว่าคนเคยสูบบุหรี่ประสบการณ์จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ใช่ว่าจะเลิกไม่ได้ และควรรู้ว่า “เราไม่ได้ติดบุหรี่ แต่ะเราติดสารนิโคตินที่ได้จากใบยาสูบ เพราะมันคือสารเสพติด และเราจะได้ของแถมเป็นสารอันตรายอีกกว่า 4,000 ชนิด”
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 8