อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แม่สอน'สู้ลำบาก'ทนคำคน เจอดูถูกจนไม่สนคิดท้อแท้

เพราะจนต้องทนคำดูถูก...“น้องแจ็ค” เปลี่ยนเป็นแรงผลักดัน ไม่เกี่ยงงานสู้แดดรับจ้างเก็บถั่ว-ข้าวโพด ร่ำเรียนคว้าปริญญาตามคำแม่สอน อาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 เวลา 08.00 น.


ชีวิตในวัยเด็กที่เคย “กินข้าวคลุกเกลือและน้ำปลา” บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเกินจริง แต่ถ้าใครที่เคยผ่านจุดๆ นี้ และก้าวข้ามผ่านความรันทนมาได้ จนสามารถยืนได้ด้วยลำแข่งตัวเอง ต่อจากนี้แม้จะกี่มรสุม ชีวิตจะแกร่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

เช่นเธอผู้นี้ “น้องแจ็ค” หรือ “น..ภัทราวรรณ ไชยเดช” เด็กต่างจังหวัด ชาว ต.น้ำร้อน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่อดีตต้องทนเจ็บลึก จนเกิดพลังใช้เป็นแรงผลักดันตัวเอง เพราะเจอคำดูถูกสารพัด “จนไม่มีปัญญาเรียน ต้องท้องก่อนแต่ง” แล้วเหตุใดค่านิยมในสังคม มักถูกสร้างขึ้นมาว่า
“ต้องรวยถึงจะเก่ง” ทำไมต้องบ่มเพาะกิเลส จนความอยากละโมบโลภมากแสดงออกผ่านคำดูถูก หรือจริงๆ แล้ว...ธาตุแท้ความเห็นแก่ตัวของคนในสังคมเป็นเช่นนั้น



ผู้ที่ให้ชีวิตสาวน้อยคนนี้ และเธอก็ใช้หัวใจซึบซับเรียนรู้ นั่นก็คือ
“แม่” ของเธอเอง “นางโอเล่ แสงบุญมี” อายุ 41 ปี ผู้ที่สอนให้เธอไม่ลืมกำพืดว่ามาจากไหน ย่อมได้รับการสรรเสริญด้วยความภูมิใจ เพราะจะไปบังคับใครให้มารัก “ทำไม่ได้” แต่สามารถรักตัวเองได้ ฉะนั้นอย่าสนคำคน เก็บคำดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดัน ใช้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในวันนี้เธอจึงคว้าใบปริญญามากอดไว้ได้อย่างชื่นใจ

“บ้านจนทำไมมีเงินเรียนจบ แจ็คทำงานรับจ้างมาตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ ตอนเรียนประถมฯ ก็ไปรับจ้าง เรียนมัธยมฯ ก็ไปรับจ้าง ตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็ทำงานแลกเงิน ส่วนค่าเทอมกู้ กยศ.ค่ะ แจ็คกู้ตั้งแต่ ม.5 ต้องขอบคุณ กยศ. ถ้าไม่มี กยศ.ก็แย่เลย และแจ็คกล้าพูดได้เต็มปากว่า ไม่เคยขออะไรพ่อแม่เลย เพราะรู้ว่าท่านไม่มี เราจะต้องพึ่งตัวเอง”



แม่ของน้องแจ็คเล่าให้ฟังว่า เดิมทีชีวิตลูกสาวต้องกลายเป็น “เด็กกำพร้าพ่อ” ตั้งแต่อายุได้ 8 เดือน หลังจากแยกทางกลับสามี เพราะด้วยความจนไม่มีเงิน ก็ต้องใช้น้ำซาวข้าวต้มสุกให้ลูกกินประทังชีวิต เพราะน้ำนมไม่มี วันใดที่ออกไปรับจ้างก็ต้องกระเตงลูกไปด้วย ลูกจึงรับรู้มาโดยตลอดว่า การไม่มีเงิน “คลุกข้าวกับเกลือหรือน้ำปลา” กินแบบนั้นทุกวันๆ จนเคยชิน มันรู้สึกอย่างไร?

หลังจากนั้นชีวิตของน้องแจ็ค ก็มี “พ่อเลี้ยง” โดยชายคนนี้ “นายวุฒิชัย แสงบุญมี” อายุ 43 ปี พยายามหาเลี้ยงครอบครัว รับจ้างทำงานก่อสร้างตามสถานที่ต่างจังหวัด และส่งเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว โดยที่เธอมีน้องสาวอายุ 18 ปี และน้องชายอายุ 11 ปี ที่เกิดจากพ่อเลี้ยง มันทำให้เธอได้รับความอบอุ่นมากขึ้น

โดยอุปสรรคครั้งใหญ่ๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องปากท้อง เธอกับแม่อดอยากด้วยกันมาตั้งแต่เธอจำความได้ ครั้งหนึ่งบ้านไฟไหม้ทุกอย่างเป็นศูนย์ ข้าวของถูกไฟไหม้หมด แม้แต่ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ก็ต้องใช้ตะเกียงจุดไฟส่องสว่าง น้ำดื่มก็เป็นน้ำบาดาล ต้องใช้สารส้มแกว่งก่อนนำมาดื่มกิน จะลำบากแค่ไหน แต่เธอก็ผ่านมันมาได้





กระทั่งเธอสอบติดในระดับอุดมศึกษา แต่ก็ไม่วายโดนดูถูกอีกระลอก เสียงพูดเสียดสีให้แม่ของเธอว่า “ทำไมหัวสูงจัง ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยเลยเหรอ ค่าเทอมแพงนะ จะมีปัญญาส่งให้จบเหรอ” ตอนนั้นเธอกลับมาคิดว่า ทำไมคนคิดกันแบบนี้ มองครอบครัวของเธอไม่ดี ก็มีน้อยใจโชคชะตา แต่เธอจะไม่ท้อแท้ เอาเวลาไปรับจ้างสู้แดดเก็บถั่ว ข้าวโพด ถอนต้นหอม ทำงานรับจ้างสารพัด เพราะแม่สอนเธอเสมอว่า จงตั้งใจเรียนและเป็นคนดี

“แจ็คเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ต้องใช้โน้ตบุ๊คเรียนโปรแกรมต่างๆ ต้องใช้กล้องถ่ายรูป แจ็คก็ทำงานเก็บเงินซื้อเองทุกอย่าง รวมทั้งมือถือก็ต้องซื้อเอง แต่กล้องแจ็คยืมพี่ๆ ที่รู้จักัน เพราะเงินไม่พอซื้อมันแพงมาก ส่วนรถมอเตอร์ไซค์เป็นสิ่งเดียวที่แจ็คขอให้พ่อแม่ดาวน์ให้ แต่แจ็คทำงานส่งเองเดือนละ 2,000 บาท ให้แม่ช่วยออกเศษ 140 บาท ที่อยากได้มอเตอร์ไซค์ เพราะต้องใช้ขับไปทำงาน”

เธอเล่าให้ฟังอีกว่า ช่วงหนึ่งของชีวิตขณะเรียนอยู่ปีที่ 3 พ่อแม่ไม่ค่อยมีเงินส่งมาให้ เธอต้องใช้เงินวันละ 33 บาท ซื้อขนมปังใกล้หมดอายุที่ลดราคามากินเพื่อความอยู่รอด จนได้พบเจอกับรุ่นพี่คนหนึ่งและตกลงคบกัน เธอจึงขอทำงานรับจ้างล้างจานบ้านแฟน (ร้านขายข้าวแกง) ซึ่งแฟนหนุ่มและพ่อแม่ของเขาสงสารเธอมากๆ



ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีปะปนเข้ามาในชีวิตบ้าง โดยที่พ่อแม่แฟนหนุ่มไม่เคยรังเกียจ ทั้งยังสงสาร ซึ่งพ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายก็รับรู้ จึงจัดพิธีหมั้นไว้ด้วยเงินจำนวนหนึ่ง พ่อแม่เธอได้นำเงินไปซื้อแพะมาเลี้ยงคอกหนึ่ง หลังเรียนจบจะได้เก็บไว้สร้างเนื้อสร้างตัว และจัดพิธีแต่งงานในภายหลัง และเร็วๆ นี้ก็กำลังจะไปจดทะเบียนสมรส

“แจ็คเคยไปทำงานที่ร้านเหล้า แต่ว่าทำได้แค่ 2 วัน รู้สึกมันไม่เหมาะกับเรา ใครคิดว่าแก้ตัวหรือโกหก แจ็คไม่ห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ แต่อยากบอกความจริงที่คนสงสัยให้รับรู้ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา” ซึ่งสิ่งที่ทำให้เธอสำเร็จในวันนี้ก็ต้องขอชื่นชม...แม่ของเธอ เพราะไม่เคยตัดโอกาสทางการศึกษา และตัวเธอก็อยากทำตามฝัน  “แจ็คต้องรับปริญญาให้ได้ เพราะมันเป็นความฝันของแม่ตอนเด็กๆ แม่อยากเรียนแต่ไม่มีโอกาส แม่แจ็คจบแค่ ป.6 แม่เคยพูดว่า แม่ไม่ได้เรียนสูงๆ ก็ไม่เป็นไร ขอให้ลูกแม่ได้เรียนสูงๆ ก็พอ”  



สิ่งที่เธออยากบอกคนรอบข้าง คือ “ขอบคุณแม่ที่เลือกแจ็ค ตอนที่เลิกกับพ่อ ทั้งที่แม่ก็รู้ว่าตัวเองต้องลำบากแน่ๆ แม่เป็นทุกอย่างทั้งพ่อและแม่ แม่เก่งที่สุดรักแม่มาก ส่วนพ่อวุฒิที่ทำให้แจ็คมีพ่อเหมือนเด็กคนอื่น แจ็คไม่ต้องมีปมด้อยเรื่องเด็กกำพร้าอีกต่อไป และรักแจ็คเหมือนลูกแท้ๆ ขอบคุณน้องจอย น้องเจ ที่เชื่อฟังคำสอนของพี่ ทั้งที่เราไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ วันนี้พี่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจแล้ว พี่เชื่อว่าน้องทั้ง 2 ของพี่ก็ทำได้”

นี่แหละ...ความกตัญญูและขยันไม่เกี่ยงงาน จะทำให้ผู้ปฏิบัติมีแต่ความเจริญ แม้คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ ขอให้มีจุดมุ่งหมายและเดินไปให้ถึง แต่อีกมุมของสังคมบางทีก็น่าเศร้า...กลับดูถูกความยากจน และยกความมั่งคั่งที่ไร้ความจำเป็น ไว้เหนือหัวที่ไร้ปัญญาและความคิด.
....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 715