อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เนื้อ "Sendai Kampo A5" อร่อยละลายในปาก!!!

ลิ้มลองความอร่อยของเนื้อวัวขนแดง สายพันธุ์หายาก ที่เลี้ยงในเมืองเซนได จ.มิยางิ ตอนเหนือของญี่ปุ่น และได้รับการเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถัน จันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2560 เวลา 10.00 น.


อ.เต้ย โทรมาหาผม “น้าเมฆ ผมอยากชวนคุณไปกิน Dried Aged Beef ที่ห้องอาหาร The District ที่โรงแรม Marriot รับรองคุณต้องชอบมากๆ” ผมสอบถามเพิ่มเติม “โรงแรม Marriot ตรงไหนครับ มันมีหลายที่” อ.เต้ยบอกว่า Bangkok Marriott Hotel ซอยสุขุมวิท 57” ผมร้องอ๋อ คุ้นๆ ครับอยู่ติดถนนเลย

พอถึงวันนัด ผมไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย เดินถ่ายรูปห้องอาหาร ร้านสวยหรูมากครับ เข้าไปจะเห็น Raw Bar ด้านหน้าเลย มีทั้งปู กุ้ง หอยตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ถัดไปเป็นครัวเปิดเห็นการทำงานในครัว มีเตาไฟที่ลุกโชนอยู่ตลอดเวลา ผมถูกเชิญไปนั่งโต๊ะกลม ด้านหลังเป็นชั้นเก็บไวน์เป็นร้อยๆ ขวด ราวกับเป็นลวดลายวอลล์เปเปอร์ ผมนั่งตำแหน่งดีมากครับ ได้เห็นการทำงานของเชฟ
“Christian” หัวหน้าเชฟ เวลาตกแต่งจานก่อนจะออกอาหารด้วย



สักพัก อ.เต้ย ตามมา และสั่ง
Dried Aged Beef (เนื้อที่ผ่านการบ่ม) แต่คุณสุรศักดิ์ หรือคุณนินจา ผู้จัดการร้านแจ้งว่า หมดโปรโมชั่นของ Dried Aged Beef ไปแล้ว เพิ่งมีเนื้อนำเข้าใหม่จากญี่ปุ่น เป็นเมนูใหม่ชื่อว่า Sendai Kampo Beef A5 เป็น Japanese Red Wagyu Beef สนใจจะรับหรือไม่ เราสอบถามเรื่องเนื้อวากิวชนิดนี้และขอลอง

อย่างไรก็ตาม เปิดคอร์สต้องเป็นพวกเบาๆ ก่อน อ.เต้ย บอกที่นี่นอกจากสเต็กอร่อยแล้ว ซีฟู้ดก็สดมาก เริ่มต้นเปิดด้วยหอยนางรม 4 ชนิดจากฝรั่งเศส ได้แก่ Fin de Claire Oyster / Gillardeau Oyster / Muirgen Oyster / Tsarskaya ใครที่ชอบกินหอยนางรม จะรู้ว่าหอยสดมากราวกับเพิ่งขึ้นมาจากทะเล ผมไม่เติมน้ำจิ้มอะไรเพิ่มเลย เพราะอยากรับรสชาติหอยนางรมจากธรรมชาติให้มากที่สุด (เสิร์ฟน้ำจิ้ม มะนาวมาให้ด้วย) แต่ละชนิดให้รสชาติไม่เหมือนกัน ผมชอบ Gillardeau Oyster ที่สุด ตัวเล็กหน่อยแต่ร้ายกาจ กินแล้วมันๆ Creamy มี After Taste หลังจากกลืนลงคอไปแล้ว



ถัดไป
“Scallop” ตัวโตจากฮอกไกโดและซีซ่าร์สลัด ถูกเสิร์ฟมาพร้อมๆ กัน ผมชิม Cured Hokkaido Scallop Carpaccio ก่อน ผมถ่ายด้านข้างมาให้ดู เพื่อจะบอกว่า Scallop ชิ้นหนาและใหญ่มาก ต้องตัดแบ่งแล้วค่อยกิน Scallop รสหวานนุ่มหนึบมาก

ส่วน
“ซีซ่าร์สลัด” เป็น Signature Dish ของที่นี่ผมสังเกตว่า ทุกโต๊ะต้องสั่ง เมื่อจานนี้ถูกวางลง ผมก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะหน้าตาไม่เหมือนซีซ่าร์สลัดร้านอื่นๆ ผมเห็นผักคอสถูกเสิร์ฟมาทั้งใบแบบยังไม่ได้ตัด คุณนินจา ผู้จัดการห้องอาหาร The District บอกว่า ทางร้านยากให้ลูกค้าได้กินผักสลัดกรอบและหวานที่สุด แล้วใช้ผักนี้จิ้มกินกับน้ำสลัดที่มีความเข้มข้น ผมทำตามแล้วก็ชอบกินแบบนี้จริงๆ ผักสดกรอบ น้ำสลัดขาวข้นคลั่ก มันๆ ครีมๆ คล้ายมูสอร่อยมาก ผมเอาผักกวาดกินน้ำสลัดจนเกลี้ยงจาน เบคอนที่เสิร์ฟมาด้วยก็เป็นแผ่นใหญ่บางกรอบ พอทำให้แตก คลุกกินกับน้ำสลัดยิ่งอร่อย



ต่อจากนั้น เข้าสู่เมนคอร์ส Lobster มีการปรุงหลายกรรมวิธี แต่เราเลือกที่จะนำไปย่างครับ Lobster ตัวใหญ่นำมาเสิร์ฟพร้อมกับ Hollandaise Sauce และมันฝรั่งทอดชิ้นโต Lobster ที่ถูกย่างส่งกลิ่นหอมมาก ผมกินเปล่าๆ เลย เนื้อเด้ง หวาน หอมเนยนิดๆ ส่วนมันฝรั่งทอดผมเอามาจิ้มกับ Hollandaise Sauce แทน

ระหว่างรอเมนูเนื้อ ผมเดินไปดูการทำสเต็ก วันนั้นเราสั่งเมนู
Tomahawk 1.2 kg. ไปด้วย แต่ที่นี่พิเศษตรงที่จะนำเนื้อไป Sous-Vide ก่อนย่าง กรรมวิธีคือนำเนื้อไปใส่ในถุงสูญญากาศ แล้วไปต้มในน้ำอุณหภูมิคงที่ ทำให้เนื้อค่อยๆ สุกทั่วกัน และถุงสุญญากาศนี้จะช่วยกักเก็บรสชาติของเนื้อไว้ไม่ให้หายไป หลังจากนั้นนำเนื้อไปย่างไฟต่อ แล้วจึงนำมาตัดและเสิร์ฟ



สเต็ก
Tomahawk ได้ความหนานุ่ม Juicy” ชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมกับ 3 ซอส คือ Béarnaise / Pepper Sauce / Red Wine Sauce ซอสทุกตัวเชฟทำสด โดยใช้น้ำซุปจากการปรุงเนื้อมาเคี่ยวต่อให้งวดอีก 4 ชม. ซึ่งเมื่อรวมแล้ว เชฟใช้เวลาในการทำซอส 3 ชนิดทั้งหมด 12 ชม.

ส่วนสเต็กอีกชิ้น ผมว่ายกให้เป็นไฮไลต์ของมื้อนี้คือ
Sendai Kampo Beef A5 ผมสั่งให้ย่างแบบ Medium Rare พอตัดเข้าปากไปคำแรก รู้สึกได้ว่าใช่เลยครับ เนื้อนุ่มละมุนลิ้น มีไขมันแทรกแทบจะละลายในปากแบบไม่เลี่ยน ไม่ต้องเติมซอสอะไรเพิ่มเติมทั้งนั้น ผมใส่พริกไทยและเกลือลงไปอีกนิดเดียว แค่นี้ก็กินหมดจาน

เชฟ
“Christian” ว่างจากการทำอาหาร ออกมาคุยกับแขกและได้ให้ข้อมูล เนื้อวัวได้มาจากวัวขนแดง สายพันธุ์หายาก เลี้ยงในเมืองเซนได จ.มิยางิ ตอนเหนือของญี่ปุ่น ได้รับการเลี้ยงดูอย่างพิถีพิถัน และคำว่า Kampo Wagyu” แปลว่า การขุนวัวด้วยสมุนไพรและธัญพืช 14 ชนิดเป็นอาหาร (ใบงา รำข้าว เมล็ดโซบะ สาหร่ายคอมบุ ลูกเดือย หญ้าหวาน ฯลฯ) ซึ่งช่วยสร้างความสมดุลของสัดส่วนกล้ามเนื้อ และไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อได้อย่างสวยงาม การผสมผสานกันอย่างลงตัวนี้ ช่วยสร้างเนื้อคุณภาพสุดหรู ที่มาพร้อมลายหินอ่อนในเนื้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คุณนินจา แนะนำของหวานมาล้างปาก จานแรกเป็นของหวานท็อปฮิต ได้แก่ District Sundae ไอศกรีม 5 ชนิด ซึ่งมากับท็อปปิ้ง กล้วยทอด ชีสเค้ก มาร์ชเมลโล่ บราวนี่ และเบอร์รี่ อีกจานเป็น Crème Brûlée คัสตาร์ดด้านล่างหวานหอมละมุน ทำจากชีสของอิตาลี ด้านบนเป็นคาราเมลแข็งจากการเผาไหม้ของน้ำตาล โรยด้วยสารพัดเบอร์รี่และไอศกรีมซอร์เบท์รสเปรี้ยว กินแล้วสดชื่นก่อนกลับบ้าน

ถ้าใครจะมากินดินเนอร์คืนวันศุกร์และเสาร์ กรุณาจองล่วงหน้า เพราะถ้า walk-in เข้ามา ท่านอาจจะไม่มีโต๊ะหรือรอเป็นชั่วโมง ใครสนใจลองชิมสเต็กและซีฟู้ดอร่อยๆ ที่ห้องอาหาร The District โทรมาจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 02-797-0000
..........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย น้าเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 5