อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แนะ 3 ข้ออุดรูรั่ว!! แก้ปัญหา"ไม้ของกลาง"

สัปดาห์นี้มี 3 คำแนะนำสำหรับแก้ปัญหา “ไม้ของกลาง” ที่ทั้งผุ ทั้งถูกลักลอบเอาไปหาประโยชน์ ถูกสวมบัญชีเพื่อตัดใหม่ มีอะไรบ้างไปดูกัน? พุธที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น.


หากใครผ่านไปยังหน่วยงานในพื้นที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เกือบทุกหน่วย จะเห็น “ไม้ของกลาง” กองสุมกันเป็นจำนวนมาก บ้างก็อยู่ในสภาพที่ดี บ้างก็ผุพัง แต่ส่วนใหญ่จะมีสภาพที่ผุพัง ได้รับความเสียหาย!!

ที่เป็นเช่นนี้เพราะที่ผ่านมา การจัดการไม้ของกลางยังมีปัญหา ทั้งการเก็บรักษาและการจำหน่ายไม้ของกลาง โดยเฉพาะมีการหาประโยชน์จากไม้ของกลาง ทั้งการนำบัญชีไม้ของกลางไปสวมเพื่อตัดไม้ใหม่มาจากป่า การลักลอบนำไปใช้ หรือนำไปขาย ตลอดจนการลักลอบสับเปลี่ยนไม้ของกลาง เป็นการซ้ำเติมพื้นที่ป่าไม้ให้ได้รับความเสียหายมากขึ้น โดยมีที่มาที่ไปดังนี้...

ประมาณปี พ.ศ.2490 การจัดการ “ไม้ของกลาง” อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ซึ่งเป็นหน่วยงานเล็กๆ ระดับกองในสังกัดกรมป่าไม้ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการสัมปทานทำไม้ และไม้ของกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมป่าไม้ เนื่องจากขณะนั้นกรมป่าไม้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการป่าไม้ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 โดยมีหน้าที่ในการจัดเก็บค่าภาคหลวงจากการอนุญาตทำไม้ การเก็บหาของป่าและการอนุญาตสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่า มิได้มีวัตถุประสงค์ในเชิงอนุรักษ์ป่าไม้เช่นปัจจุบันแต่อย่างใด



ต่อมาในปี พ.ศ.2499 รัฐบาลในขณะนั้นได้แยก ออป. ออกจากกรมป่าไม้ และจัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อให้มีหน้าที่ในการบริหารจัดการไม้ในเชิงธุรกิจ ทั้งเรื่องการขายไม้ของกลาง รวมทั้งการทำไม้ที่ได้จากการทำสวนป่า และสัมปทานทำไม้

ในปี พ.ศ.2502 รัฐบาลในขณะนั้นได้มีมติให้กรมป่าไม้ขายไม้ของกลางที่มีอยู่ให้ ออป. แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งการดำเนินการตามภารกิจดังกล่าวของ ออป. ก็เป็นไปได้ดี แต่กลับพบว่าเป็นห้วงเวลาที่พื้นที่ป่าไม้ลดลงเป็นอย่างมากจนน่าวิตก

ในปี พ.ศ.2532 มีการสำรวจพบว่าพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยที่เป็นป่าบกลดลงจนเหลือเพียงร้อยละ 27.95 ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด หรือประมาณ 90 ล้านไร่ รัฐบาลจึงมีมาตรการในการรักษาพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ไว้ให้ได้ จึงประกาศยกเลิกสัมปทานทำไม้ในป่าบกทั่วประเทศ ทำให้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสัมปทานทำไม้ เนื่องจากมีภารกิจที่ทำรายได้หลัก คือ การขายไม้ของกลางและไม้ที่ได้จากการทำไม้ในสวนป่า

ในปี พ.ศ.2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส.ในขณะนั้น ได้กำหนดนโยบายห้ามมิให้ กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ จำหน่ายไม้ของกลางที่ได้จากการตรวจยึดโดยเด็ดขาด เป็นเหตุให้ไม้ของกลางที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้ไม่สามารถจำหน่ายไม้ของกลางได้ ทั้งที่ไม้ของกลางได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว รวมทั้งไม้ของกลางระหว่างคดีให้ ออป. จึงทำให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้เท่านั้น หรือจะนำมาใช้ทำประโยชน์ในทางราชการก็ยุ่งยากมาก



จึงเกิดปัญหาว่า...ชนิดไม้ที่เป็นไม้ไผ่หรือไม้เนื้ออ่อน โดยสภาพแล้วไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ในเวลาไม่ถึงเดือนก็จะผุ เสื่อมสภาพ ไม่สามารถใช้ประโยชน์เป็นสินค้าได้ ก่อให้เกิดความสูญหายและเสียหายต่อไม้ของกลาง และยิ่งนานวันไม้ของกลางก็จะผุและเสื่อมสภาพด้วย ส่งผลให้รัฐเสียรายได้จากการขายไม้

เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย จากการผุกร่อนหรือเสื่อมสภาพของ “ไม้ของกลาง” และรัฐต้องเสียรายได้ไปมากกว่านี้ควรกำหนดให้...


1.ไม้ของกลางที่เสื่อมสภาพเร็ว ให้มีการขายทอดตลาดโดยเร็วโดยใช้ระบบประมูล เพื่อจำหน่ายไม้ของกลางระหว่างคดี โดยการขายทอดตลาดและเก็บเงินค่าขายไม้ไว้แทนการเก็บรักษาไม้ของกลาง โดยเปิดโอกาสให้เอกชนทั้งที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลเข้ามาร่วมประมูลการขายทอดตลาดไม้ของกลางระหว่างคดี รวมทั้ง ออป.โดยใช้รูปคณะกรรมการ เช่นเดียวกับที่ ปปง. ดำเนินการและทำอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา ไม่มีช่องให้หาประโยชน์ และทำให้ได้เงินเข้ารัฐมากมาย

2.ไม้ของกลางทั่วไปหรือที่เป็นไม้เนื้อแข็งให้มีโรงเรือนเพื่อเก็บไม้ของกลาง เพื่อกันฝนกันแดด จะได้ไม่ปล่อยไว้แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่ตากแดดตากฝนจนเสื่อมสภาพผุพัง ควรมีการดูแลไม้ของกลางให้อยู่ในสภาพดี ป้องกันปลวก มอดไม้ เพราะเมื่อขายทอดตลาดก็จะได้ราคา ผลประโยชน์ก็จะเข้ารัฐเป็นของแผ่นดินได้เป็นจำนวนมาก

3.ให้เอาผิดอย่างเด็ดขาดและจริงจังกับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเกี่ยวกับไม้ของกลาง ทั้งการลักลอบนำไม้ของกลางไปใช้ ลักลอบไปขาย หรือแอบสับเปลี่ยนไม้ของกลาง โดยให้ลงโทษสูงสุดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง



การดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าว จะสามารถแก้ไขปัญหาไม้ของกลางทั้งระบบได้ ทั้งการจัดเก็บ การดูแล และการขายทอดตลาด หากได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส และมีการเอาผิดอย่างจริงจังกับผู้หาผลประโยชน์ จะทำให้สามารถปกป้องและดูแลทรัพยากรป่าไม้ได้

...เพราะบทเรียนที่ผ่านมาพบว่า
“การจัดการไม้ของกลาง” มีผลต่อสภาพป่าไม้ของประเทศ ขอให้ผู้มีอำนาจเร่งจัดการเถอะครับ เพราะเรื่องนี้แม้เป็น “รูรั่วเล็กๆ แต่ควรรีบอุด!!”
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 333