อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คณะสงฆ์ช่วยน้ำท่วม ต้อง'บูรณาการ'อย่าต่างคนต่างทำ

สัปดาห์นี้มีเรื่องดี คือถือเป็นมิติใหม่ที่คณะสงฆ์ออกมาช่วยประชาชนประสบภัยน้ำท่วม แต่เรื่องไม่ดีคือถูกมองว่าทำงานไม่บูรณาการ แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะสมล่ะ? พุธที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลา 10.00 น.


สัปดาห์นี้ตั้งใจจะติดตามมีคนยุให้ มหาเถรสมาคม ประกาศตามหาคนหายและร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาที่ถูกกล่าวหาว่า “ฆราวาสปกครองพระ” แต่เห็นภาพการทำงานของคณะสงฆ์ที่ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านทางภาคอีกสานที่ถูกน้ำท่วมแล้ว “สกิดใจ” ได้ว่า...นี่มันไม่ใช่ภาพการทำงานแบบ “บูรณาการของคณะสงฆ์ยุคปฎิรูป”

เพราะมติ มหาเถรสมาคม ที่มอบหมายให้ พระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคมเป็นประธานกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์นี่หน่า นี่มันภาพอีกหรอบเดิม คือ “ต่างคนต่างทำ ต่างวัดต่างทำ” เจ้าคณะภาคบางภาคตั้งศูนย์เฉพาะกิจของตัวเอง และที่น่าตกใจ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็เอากับเขาด้วย!!

ทั้งๆ ที่เจ้าคณะภาคที่ว่าก็ดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ดี ทั้ง 2 รูป ต่างก็เป็น “กรรมการมหาเถรสมาคม” คำสั่งมติมหาเถรสมาคมที่ตั้ง พระพรหมวชิรญาณ เป็นประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ท่านก็น่าจะรับรู้ หากจะเปรียบเทียบกับภาครัฐ ก็เหมือนกับว่า...



การช่วยเหลือน้ำท่วมครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพแล้ว แต่ดันมีรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงพาณิชย์ไปทำหน้าที่แทน และยิ่งไปกว่านั้น ผมเห็นว่ามีสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชก็ทำร่วมกับฝ่ายตำรวจด้วย

ในความคิดของผม “การทำแบบนี้ดีไหม ผมว่าการช่วยเหลือคนดีหมด แต่ภาพที่ออกไปมันแสดงให้เห็นความไม่เป็นเอกภาพของคณะสงฆ์โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม” อันนี้ขอตั้งข้อสังเกตด้วยความเคารพ

ความจริงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมคราวนี้ พระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ ต้องตั้ง “ศูนย์เฉพาะกิจ” โดยควรจับมือกับกองทัพภาครัฐและภาคเอกชน และจะต้องประสานงานกับ สำนักงานพระพุทธศาสนา อย่างใกล้ชิด และผมไม่เห็นด้วยที่ใช้วัดยานนาวาเป็นสถานที่รับบริจาคสิ่งของ เพราะทั้งสถานที่เก็บของและรับบริจาคคับแคบ สถานที่มันต้องใช้ “พุทธมณฑล” หรือไม่ก็ “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” วังน้อย

เพราะสถานที่ใหญ่โต จอดรถสะดวก มีพระนิสิต นิสิตคอยบรรจุของช่วยเหลือเต็มที่ แต่เอาเถอะ...นี่คิดว่าเป็นครั้งแรกที่คณะสงฆ์ทำในนามของ มหาเถรสมาคม หากจะมองภาพรวม “การที่คณะสงฆ์กล้าแหกซุ้มประตูวัด” ก้าวออกมานอกวัดแบบนี้ก็คือว่า “ผิดธรรมเนียมปฎิบัติของคณะสงฆ์” ในยุคผ่านๆ มาแล้ว



และที่สำคัญเรื่องการช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและประชาชนที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ก็ทรงเป็นห่วง ทรงมีพระบัญชาให้ พระพรหมวชิรญาณและพระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม หาทางช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและประชาชน และให้ใช้เงิน “กองทุนวัดช่วยวัด” ไปบูรณะวัดวาอารามที่เสียหาย

และขอแนะนำว่า การช่วยเหลือในนาม “มหาเถรสมาคมส่วนกลาง” ก็อย่าลืมประสานกับเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะทีมงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ส่วนกลางไปแล้วก็กลับ แต่เจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล จะต้องอยู่กับชาวบ้าน “ความผูกพัน” มันจะเกิดตรงนี้ อนาคตหากวัดมีงาน มีกิจกรรมอะไรที่ขอความร่วมมือจากชาวบ้าน ชาวบ้านก็จะสำนึกรำลึกถึงบุญคุณสิ่งที่พระสงฆ์ เจ้าอาวาสในหมู่บ้านเคยช่วยเหลือตนเองเอาไว้ก็จะมาร่วมด้วยช่วยกันด้วยความเต็มใจ

การช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรและชาวบ้าน มันคงไม่จบและมีแค่เฉพาะน้ำท่วมคราวนี้เท่านั้น อีกไม่กี่เดือนประเทศไทยก็จะก้าวสู่ฤดูหนาวแล้ว คณะสงฆ์หากจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่าไปสนใจกับบรรดา “พวกกอดคัมภีร์” ควรตั้งศูนย์สาธารณสงเคราะห์แบบถาวรเป็นของตัวเองโดยตรง



แน่นอนสำนักงานใหญ่ต้องใช้วัดยานนาวาตามมติของ มหาเถรสมาคม แต่ศูนย์รับของและกระจายของบริจาค ศูนย์จัดเตรียมของเพื่อนำไปลงในพื้นที่ประสบภัย อาจจะต้องหาสถานที่ให้เหมาะสม และอาจจะต้องให้มติของมหาเถรสมาคมที่ตั้งให้ พระพรหมวชิรญาณ เป็นประธานกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ นี่แหละให้เป็นประโยชน์ ดึงทีมงานเลขาเจ้าคณะหน เลขาเจ้าคณะภาค เลขาเจ้าคณะจังหวัด พุทธศาสนาประจำจังหวัด มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 สถาบัน มาร่วมเป็นภาคีเครือข่าย

รวมทั้งองค์กรการกุศลต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั้งสื่อรัฐและเอกชน โดยอาจจะต้องขอให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดประชุมระดมความคิดเห็นสักครั้ง ณ หอประชุมใหญ่พุทธมณฑลหรือไม่ก็วัดยานนาวานั่นแหละ เพื่อเตรียมการตั้งศูนย์และคณะทำงาน

ผมเชื่อว่าด้วยบารมีของ พระเดชพระคุณพระพรหมวิชรญาณ ณ ตอนนี้ทำได้ เพราะภาพที่ออกปัจจุบันเหมือน “วัดยานนาวาทำอยู่วัดเดียว” ทั้งๆ ที่ทำในนามของ มหาเถรสมาคม...
…..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณเฟชบุ๊ค พระมหาวีรพล ธรรมะอารมณ์ดี


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 524