อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ตำรวจจับ'เด็กแว้น'ตรวจฉี่ ทำไมหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

สัปดาห์นี้มีเรื่องเล่าฮาๆ ของ “วิชัย” ที่อายุหน้าปาเข้าไป 30 กว่าแล้ว แต่ดันถูก “ตำรวจตาถั่ว” เดินตามไปตรวจฉี่เพราะคิดว่าเป็นเด็กแว้น อย่างนี้ต้องตามไปเผือก! พุธที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลา 08.00 น.


เวลาเข้าเวรดึก นอกจากต้องต่อสู้กับอาการง่วงนอนแล้ว ยังต้องภาวนาอย่าให้มีเหตุอะไรมากมายเลย ร่างกายมันจะเพลีย ไม่เหลือแรงเอาได้ แต่ที่สำคัญที่สุดเวลาตระเวนไปตามถนนเวรดึกก็คือ ภาวนาให้ถนนมันโล่งๆ ไม่ต้องมี “กลุ่มเด็กแว้นออกมาอาละวาด” ด้วยเถอะ

คนกรุงเทพพระมหานครจำนวนมากคงรู้จัก “ขบวนเด็กแว้น” ที่มักแปรเปลี่ยนถนนเส้นยาวๆ ทั่วกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นสนามประลองความเร็วกันหมดแล้ว ถือเป็นการระบายความเครียดของ “กลุ่มเด็กแว้น แสดงถึงพลังการต่อต้านของสังคมที่มันแฝงอยู่ในภาวะที่เราเผชิญ

“กลุ่มเด็กแว้น” เขาจะขี่รถกันตามถนนยาวๆ แล้วมีท่าทางในการขี่แบบหนังฝรั่งแอคชั่น ผมเคยตระเวนขับตามถนน ก็เห็น จยย. คันหนึ่งขับนำมาโดดๆ จากนั้นก็บิดเครื่องชนิดเสียงดังลั่นระดับพ่อของคนขับได้ยินคงหูแตกแน่ ไม่รู้ว่าจะบีบหาพ่อคนขับหรืออย่างไร? แต่มันดังหนวกหูมาก



จยย. ของหัวโจกจะบิดนำหน้ารถตระเวนของผม ที่จริงมันก็ไม่ได้ไกลเท่าเสียงที่ดังมากมายหรอก จากนั้นก็จะมีขบวน จยย. ตามมาอีกหลายคัน พวกเขาจะฉีกซ้ายขวา แซงรถตระเวน ไปแล้วหักมานำหน้าขบวน ผมนึกว่าตัวเองกำลังดูฉากขี่รถในหนังเรื่อง Tron Legacy เลย

บางคราวก็จะมีรถ จยย. เร่งอยู่ทางซ้ายบ้าง ขวาที พยายามจะบิดแซงรถยนต์ไป แต่รถ จยย. ที่พวกเขาแต่งมันไม่ได้แรงระดับเหนือเสียงเท่าไหร่ จึงตีประคองคู่กัน มันคงอยากคุยกับผมมั้ง...?? ชวนสงสัย น่าเสียดายคนขับเป็นผู้ชาย ผมจึงไม่เสียเวลาถือวิสาสะด้วย หากเป็นสาวๆ นั่งซ้อนกันมา 2 คน ใส่ชุดสายเดี่ยว รองเท้าแตะ และชอบมีรอยสัก ทั้งเก้ายอด ห้าแถว ต่างๆ นานา อันนี้ก็พอชวนดูชวนมองเป็นอาหารตาแก้ง่วงได้ ก็แต่ละคนไฟหน้าอลังการเสียขนาดนั้น ไม่รู้ไปกินอะไรกันมา ง่วงๆ อยู่ พาตื่นทั้งตัวขึ้นมาเฉยเลย...

เมื่อ “กลุ่มเด็กแว้น” ประลองความเร็ว รถยนต์อย่างพวกเราก็จำต้องผ่อนคลายความเร็ว ปล่อยให้ถนนเป็นของพวกเขากันสักวัน ยิ่งมากันหลายขบวน ยิ่งไม่กล้าอหังการมาก กลัวมันมีปืนยิงเอานะสิครับ คงไม่สนุก ถ้าคุณขับรถหนีขบวน จยย. นับสิบนับร้อยที่ไล่ตาม หากตัวเองเป็น เจมส์ บอนด์ อันนี้คงน่าสนุก แต่ผมเป็น “หนอนโรงพัก” ธรรมดาๆ เจอแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน



ไม่ต้องอะไรครับ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ใส่ชุดสีกากีแท้ๆ พอเห็น “เด็กแว้น” มากันหลายคน ก็ขับ จยย. หลบเข้าข้างทางเหมือนกัน โธ่ๆๆๆ ตำรวจก็มนุษย์ ไม่ใช่คนเหล็ก จะไปสู้ไปบอกว่า “เฮ้ย!! อย่าขับประลองความเร็ว” แมวที่ไหนมันจะไปเชื่อ นอกจากจะประเคนเท้าใส่ตำรวจเรานะสิ!!

ถือเสียว่า...มันเป็นภาพสะท้อนสังคมที่ล้มเหลวในประเทศนี้ก็แล้วกัน

แต่หลังๆ มาตำรวจยอมไม่ได้ครับ เรื่องมีการตั้งด่าน เพื่อสกัด “เด็กแว้น” โดยเฉพาะ เน้นถนนเส้นยาวๆ ที่ชอบแข่งกันมันๆ ตำรวจก็ทำตามประสงค์กันเสียจริง คือ “ตั้งด่านสกัดเด็กแว้น” กันอย่างเดียว ใครเมาเข้าด่าน พกปืน พกยา ไม่สน เน้นปราบเด็กแว้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกครับ ด่านเมาก็เน้นเมา ด่านยาก็เน้นยา พลางทำผมสงสัยว่าพวกเขาไม่
“บูรณาการ” กันไปเลยเหรอ?? ด่านเดียวเอาให้ครบ แต่ก็ได้แค่สงสัย..

เมื่อตำรวจเริ่มปราบปรามอย่างหนัก ทีนี้การจะจับ “เด็กแว้น” มันต้องกลางคืนหลังเที่ยงคืน จับได้เอามาแถลงมันก็ดึกเสียยิ่งนัก พวกผมนักข่าวตระเวนอาชญากรรมไม่ไปก็ทำข่าวก็ไม่ได้ ก็ต้องตุเลงๆ ง่วงๆ กันไป คืนนี้เข้าเวรดึกกับ “วิชัย” ด้วยสิ ไปถึง สน.แห่งหนึ่ง ระดับเดินทางกันไกล นึกว่าลูกเสือเดินทางไกล ไปถึงสภาพก็โรยแรง ลงจากรถตาปรือ เห็นตำรวจขมักเขม้นตรวจสอบ “เด็กแว้น” ยกรถ จยย. ลงมาเรียงเตรียมแถลงข่าว เห็นรถห้องน้ำกรุงเทพมหานครสีเขียวๆ ระดับรถบัสมาตั้งไว้ ที่จริงไม่ได้มีไว้ให้ตำรวจฉี่นะครับ เขาเอาไว้ตรวจปัสสาวะเด็กแว้น



เราสองคนมองตำรวจกำลังทำงานและเฝ้ารอเวลาแถลงข่าวที่ยังไม่ปรากฏเสียที นั่งคุยกันสารพัดเรื่องราวกับนักข่าวคนอื่นๆ ที่ทยอยมากัน ทันใด “วิชัย” เกิดปวดฉี่ขึ้นมา เลยขอตัวเดินไปขึ้นรถห้องน้ำของกรุงเทพมหานคร ลงจากรถมา กำลังจะเดินมาคุยกับพวกเราต่อ ก็ชะงัก “เฮ้ย!! มึงอะ” วิชัยยังเดินต่อ  “เฮ้ย!! มึงอะ จะเดินไปไหน!!”  ตำรวจพุ่งเข้ามาหาดักหน้าวิชัย ทำเอาเจ้าตัวสะดุ้ง “มีอะไรครับ...” วิชัยงง ๆ

“ตรวจฉี่หรือยัง เดินไปไหน มึงจะหนีเหรอ?!?” ตำรวจถาม วิชัยทำหน้างงเข้าไปใหญ่ “จะหนีไปไหนครับ?”

“ไปเข้าแถวเลย มาๆๆ ขึ้นไปฉี่ใส่ถ้วยนี้ด้วย มึงจะไปไหน” คราวนี้วิชัยเข้าใจทันที เวรกรรม ตำรวจคิดว่าวิชัยเป็นเด็กแว้น พวกเรายืนขำกันยกใหญ่ “พี่ครับ” วิชัยกระซิบ เพราะตอนนี้คนเริ่มหันมามองกันมากขึ้น “ผมนักข่าวครับ”

“กูไม่เชื่อ อย่ามาหลอกกู นักข่าวที่ไหน บัตรก็ไม่พก กล้องก็ไม่มี ไม่เห็นเหมือนพวกนั้นเลย” ว่าแล้วตำรวจก็ชี้ไปทางนักข่าวอีกกลุ่ม ซึ่งไม่สนิทคนละพฤติกรรมกับพวกเรา ทำเอาวิชัยปรี๊ดแตกโวยมาว่า... 



“นักข่าวจริงๆ เขาไม่พกบัตรให้มากความหรอกครับ กล้องมือถือก็ได้แล้ว พี่คิดว่าผมเด็กแว้นจริงๆ เหรอครับ ผมสามสิบแล้วนะ ทรงอย่างผมนี่นะจะแว้นไปไหน พี่มองดูหน้าผมชัดๆ อีกครั้งครับ ทรงมันน่าจะแว้นได้ไหมครับ”

ทีนี้ตำรวจมองหน้าวิชัยอย่างพินิจพิจารณาสักพัก “เอ่อ..ไม่น่าใช่วะ น้องเป็นนักข่าวจริงๆ นะ” วิชัยพยักหน้า “ผมจะมาหลอกพี่ตอนตี 2 ทำไม คนก็มองกันเต็ม ผมอายนะครับ หนอนโรงพักมาด้วยมันคงเอาเรื่องผมไปเขียนแน่เลย”

กว่าจะเคลียร์เรื่องตำรวจที่จะจับ “วิชัย” ข้อหาเป็นเด็กแว้นได้ ก็เปลืองเวลาและเสียงหัวเราะของพวกเรา ถึงตอนนี้การแถลงข่าวยังไม่เริ่ม พวกเราเลยยืนมองสาวๆ ของเด็กแว้นกันไปพลาง แหม...แต่ละคน ความหวังของชาติทั้งนั้น

บรรทัดนี้อยากจะถาม “เด็กแว้น” หนุ่มแน่นแต่ละคนว่า...มีอะไรดีทำไมถึงมีแฟนสวยๆ แบบนี้ อยากจะขอเคล็ดลับจัง?? แต่ถ้าให้ซื้อมอเตอร์ไซค์มาแข่งตอนกลางคืน ขอไม่เอานะไม่ได้กลัวตายหรอก

แต่เศรษฐกิจแบบนี้ ไม่มีเงินทั้งแต่งรถ กับเติมน้ำมันนะ...มีแต่หัวใจ ลีลาและก้อนเกลือนะ พอจะไปไหวไหมครับสาวๆ??
…....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพจาก : Jummania , Dek-d 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 202