อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ฝึกนักรบเอาชีวิตรอดในป่า ง่ายเหมือนนักผจญภัย ตอน1

สัปดาห์นี้ขอเอาใจ “นักเดินป่า” ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ในการเอาชีวิตรอดของ “นักรบ” เมื่อมีภารกิจในป่า จะง่ายแค่ไหนไปฝึกกัน!! พฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560 เวลา 09.00 น.


เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีซักครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราต้องเข้าไปเที่ยวเล่นในป่าเขาลำเนาไพร บางคนอาจเข้าไปพักแรมกางเต็นท์เพื่อพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติ บางคนก็เป็นนักผจญภัยเดินป่าสำรวจธรรมชาติ แต่ในมุมมองของการฝึกทหารนั้นถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการเรียนรู้ “การเข้าค่ายพักแรมและการดำรงชีพในป่า” อันเป็นบทเรียนประจำหลักสูตรรบพิเศษ หลักสูตรการเอาตัวรอด (Survival)

รวมถึงหลักสูตรทั่วไปที่ต้องมีไว้เป็นพื้นฐานสำคัญในการฝึก เพื่อที่หากวันหนึ่งทหารเหล่านั้นต้องไปทำการรบในพื้นที่ป่าภูเขาเป็นเวลานานแล้ว พวกเขาก็จะยังสามารถเอาชีวิตรอดอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งกำลังบำรุงสนับสนุนข้าวปลาอาหารน้ำจากภายนอก

ปัจจุบันเกือบทุกหลักสูตรที่เกี่ยวกับการรบและวิชาบุคคลทำการรบ ต้องมีการเรียนรู้ในศาสตร์นี้จนเข้าใจอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งสำหรับพลเรือนเองก็ถือว่า “การเข้าค่ายพักแรมและการดำรงชีพในป่า” เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่มีความน่าสนใจสำหรับคนที่มีความรักธรรมชาติ ชอบความท้าทายในการใช้ชีวิตในป่าเขาอีกด้วย



เมื่อพูดถึงการดำรงชีพในป่า สิ่งสำคัญในการเตรียมของที่จะไปนั้น คิดง่ายๆ ก็คือการเตรียมปัจจัย 4 ที่มนุษย์คนเราต้องมีไว้เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ได้แก่ เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัย อาหารน้ำ และยารักษาโรค สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการอยู่รอด โดยอันดับแรกที่จำเป็นเลย คือ
“เครื่องนุ่มห่มที่มิดชิด”

ได้แก่ เสื้อคลุมแขนยาว กางเกงขายาว หมวกหรือผ้าคลุมศีรษะ ถุงมือ ร้องเท้าหุ้มข้อ ถ้าให้ดีควรเป็นรองเท้าคอมแบททหาร และโดยเฉพาะถุงเท้าหากต้องเข้าไปในป่าดิบชื้นหรือป่าดงดิบ ต้องใช้ถุงเท้าที่มีความยาวและหนาพอเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษตามพื้นดิน หรือป้องกันแมลงมดไต่ตอมกัด

รวมถึง
“ตัวทาก” ที่ชอบดูดเลือดเราด้วย มันมักจะอยู่ตามที่เปียกชื้นแฉะ บางทีอาจใช้ปูนขาวหรือน้ำมันมวยหรือยาฆ่าแมลงหรือยากันทาก ก็ได้ทาหรือฉีดพ่นภายนอกร่างกายบริเวณช่วงล่างก็ได้ เพื่อกันทากไม่ให้มาไต่ตามขาเรา (ในความเป็นจริงแล้ว ทากจะกลัวทุกอย่าง ที่มีสภาพเป็นกรดเป็นด่าง) แต่หากเมื่อมันกัดเราแล้วไม่ควรดึงออกทีเดียวเพราะจะทำให้เลือดไม่หยุดไหล

เนื่องจากที่น้ำลายของทากจะมีสารชื่อ “ฮีรูดีน” ปะปนมากับน้ำลายมัน ทำให้เลือดของเราไม่แข็งและไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ควรใช้ไฟจี้ หรือโรยเกลือป่นบนตัวทาก หรือใช้น้ำส้มสายชู เหล้าหรือน้ำมันราดตัวทาก มันจะหลุดออกแล้วล้างด้วยสบู่ให้สะอาด จากนั้นพันด้วยผ้าปิดแผลก็สามารถไปต่อได้


มีผ้าประเภทหนึ่งที่หน่วยทหารชอบใช้ในการห่มนอน มันเป็นอุปกรณ์ชั้นดีที่จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายจนสามารถหลับฝันหวานได้แม้ในยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ นั่นคือ “ผ้าจีวรพระ” สีเหลืองผืนใหญ่ๆ ที่ปกติพระสงฆ์ท่านจะใช้ในการห่มร่างกาย ซึ่งผ้าประเภทนี้หากเป็นสามัญชนคนธรรมดาทั่วไปไม่ควรนำมาใช้งาน เพราะเนื่องจากไม่เหมาะสม

แต่สำหรับการฝึกของทหารไทย ผู้ที่ได้ชื่อว่า “เป็นรั้วของชาติ” แล้ว อาจจะยกเว้นไว้ให้ซักครั้ง เพื่อให้พวกเขาสามารถนำ “ผ้าจีวร” เหล่านี้ไปใช้ฝึกจนสำเร็จลุล่วงสมดั่งตั้งใจ



ต่อมาสิ่งที่เราต้องทำเป็นเลยอันดับแรกเมื่ออยู่ในป่า คือ
การจุดไฟ” เพราะไฟเป็นความร้อนสามารถให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ใช้หุงต้มทำอาหาร สามารถป้องกันภยันตรายจากสัตว์ร้ายต่างๆ ในเวลากลางคืนได้ แม้กระทั่งการให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ต่อให้ร่างกายเราล่อนจ้อนไม่มีเสื้อผ้าใส่ หากแต่มีกองไฟใหญ่ๆ ซักกองไว้ผิงไฟในยามค่ำคืนก็สามารถคลายความหนาวได้มากเลยทีเดียว

ในการจุดไฟนั้นถ้าเรามีไฟแช็คหรือไม้ขีดก็สามารถจุดได้เลยโดยใช้เชื้อเพลิงเป็นหญ้า ใบไม้ หรือเศษไม้แห้งได้ รวมถึงการใช้แอลกอฮอล์แห้งเป็นเชื้อเพลิงในการจุดไฟได้เช่นกัน แต่หากว่าเราไม่มีอุปกรณ์ที่กล่าวมาแล้ว การจุดไฟนั้นก็อาจจะดูเป็นเรื่องยากซักเล็กน้อย ซึ่งวิธีการจุดไฟโดยไม่ต้องใช้ไฟแช็คหรือไม้ขีดมีด้วยกันหลายวิธี

อาทิเช่น การใช้หินหรือโลหะเคาะกระแทกกันไปมาจนเกิดประกายไฟ โดยใช้วิธีการเคาะใส่ในเชื้อเพลิงแห้งจำพวกเศษไม้ใบไม้ที่เตรียมไว้ แล้วรีบเป่าเพื่อให้เชื้อเพลิงติดไฟยิ่งขึ้น ในกรณีถ้าหินที่นำมาเคาะตีกันไม่สามารถเกิดประกายไฟได้แล้ว ให้โยนก้อนหินเหล่านั้นทิ้ง แล้วหาก้อนใหม่มาตีกันแทน

หรืออีกวิธีหนึ่งใช้กระจกเงาสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์ หรือกระจกเลนส์จากกล้องถ่ายรูป แว่นขยาย หรือเลนส์กระจกจากอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดการรวมแสงตกกระทบ จี้ไปยังเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้จนเกิดการลุกไหม้ขึ้น หรือถ้าไม่มีวิธีอื่นแล้วก็ให้ใช้การเสียดสีกันของไม้แห้ง โดยการน้ำเศษไม้มาถูหรือปั่นใส่กันจนเกิดเพลิงลุกไหม้ ทั้งนี้ไม้ไผ่เป็นพืชชนิดหนึ่งที่หาได้ง่ายในป่าเขา และสามารถนำไม้แห้งมาปั่นใส่ไม้ไผ่ที่ผ่าปอกเอาไว้เป็นแผ่นบางๆ จนเกิดการลุกไหม้ติดไฟขึ้นมาได้เหมือนกัน



“ยารักษาโรค” ถือว่ามีความจำเป็นมาก ที่จะต้องมีได้แก่ ผ้าพันแผล ทิงเจอร์ไอโอดีน น้ำเกลือ ยาเหลือง ยาฆ่าเชื้อในน้ำ ยาฆ่าเชื้อมาลาเลีย ยาแก้ปวดหัวปวดท้อง ยากันยุงและแมลง เซรุ่มแก้พิษงู โดยเฉพาะกรณีงูพิษกัดนั้น วิธีการปฐมพยาบาลให้ใช้เชือกรัดเหนือรอยเขี้ยว 2-4 นิ้ว เพื่อป้องกันพิษดูดซึมเข้าร่างกายโดยเร็ว และควรรัดให้แน่นพอที่จะหยุดไหลเวียนของเลือด และให้คลายเชือกทุกๆ 15 นาที นาน 30 วินาที จนถึงสถานที่พยาบาล ควรให้แผลอยู่ระดับต่ำกว่าหัวใจและพยายามอย่าให้บริเวณที่โดนกัดเคลื่อนไหว ล้างแผลให้สะอาดทานยาแก้ปวด

ทั้งนี้อย่าลืมดูด้วยว่าเป็นงูอะไรเพื่อจะได้ใช้เซรุ่มแก้พิษถูก ข้อเน้นย้ำสำหรับผู้ที่ถูกกัดว่า ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ยาดอง หรือใช้ไฟจี้ หรือใช้มีดกรีดปากแผลเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดการกระตุ้นของแผลจนเกิดการอักเสบมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้เพิ่มขึ้น


“การนอน” ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในเวลาค่ำคืน โดยปกติแล้วไม่ควรนอนกับพื้นดินโดยไม่มีเต็นท์หรือสิ่งปกคลุม ส่วนหนึ่งก็เพราะในเวลากลางคืนจะมีสัตว์เลื้อยคลานออกหากิน โดยเฉพาะสัตว์มีพิษ อีกกรณีหนึ่งเนื่องจากเวลากลางคืนจะมีน้ำค้างลงทำให้ตัวเราเปียกได้ถ้าไม่มีอะไรมาปกคลุมอาจนำมาซึ่งการเจ็บไข้ได้ป่วย ปอดบวมปอดชื้นก็เป็นไปได้





ดังนั้นจึงควร
“ผูกเปลนอนบนต้นไม้” โดยมีผ้าปันโจกางเหนือเปลเพื่อกันน้ำค้างลงบนเปลนอน ส่วนเต็นท์ในปัจจุบันเป็นเต็นท์สำเร็จรูปทำให้ไม่ต้องขุดดินทำทางน้ำไหลรอบเต็นท์ และไม่ต้องนำดินขึ้นมากลบบริเวณรอบเต็นท์เพื่อกันสัตว์เลื้อยคลานเหมือนเต็นท์สมัยก่อน แต่อาจจะมีผ้าปันโจกางกันน้ำค้างไว้ข้างบนก็ได้...

เป็นอย่างไรบ้างครับท่านผู้อ่าน ฟังดูอาจจะดูเป็นเรื่องยากในการที่ต้องเตรียมการต่างๆ ก่อนไปเที่ยวป่า แต่ในความเป็นจริงแล้วจะเป็นอะไรที่ไม่ยาก และมีความสนุกด้วยเมื่อได้ลองทำ ในตอนหน้า IRON SOLDIERS” จะนำเสนอ “การประกอบอาหารเพื่อช่วยในการดำรงชีพในป่า” จะมีอะไรน่าสนุกบ้างนั้นก็ลองมาติดตามอ่านได้นะครับ.
…............................................
คอลัมน์ : IRON SOLDIERS ทหารเหล็ก มหากาฬ
โดย “จิ้งจอกทะเล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 275