อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ไดสตาร์ท"ไม่หมุน??:อย่าเพิ่งฟันธงว่าแบตฯเสื่อม!!

บ่อยครั้งที่ “ไดสตาร์ท”หมุนอืด หรือไม่หมุนเลย หลาย ๆ ท่านก็มักจะฟันธงว่าต้นเหตุมาจากแบตเตอรี่เสื่อมทั้ง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่นไม่ว่าจะตัว“ไดสตาร์ท”ชำรุดเสียหายหรือรีเลย์เสีย ศุกร์ที่ 1 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น.

คุณเล็ก สมุทรปราการ แชร์ประสบการณ์ผ่านมาทางอีเมล สรุปใจความได้ว่า ใช้รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ปี 2006 โดยเมื่อตันเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเริ่มมีอาการสตาร์ทแล้วรู้สึกว่าไดสตาร์ทหมุนเอื่อย ๆ แต่ก็ยังสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ จึงคิดว่าแบตเตอรี่น่าจะเริ่มเสื่อมเพราะอายุปีกว่าแล้ว แต่เมื่อผ่านไปอีก 3 วันคราวนี้สตาร์ทเงียบสนิท จึงออกไปปรึกษาร้านแบตเตอรี่เล่าอาการให้ฟังอย่างละเอียด เจ้าของร้านบอกว่าอาการนี้แบตเตอรี่เสื่อมแน่นอน เลยตัดสินใจซื้อแบตเตอรี่ลูกใหม่ โดยทางร้านมาบริการเปลี่ยนให้ถึงบ้าน แต่ปากฎว่าเมื่อลองสตาร์ทกลับเงียบเหมือนเดิม กลับไปที่ร้านอีกครั้ง คราวนี้เจ้าของร้านบอกน่าจะ “ไดสตาร์ท” เสียโดยที่ร้านไม่ได้รับซ่อม แต่เป็นธุระจัดหาช่างให้ พอช่างมาถึงบ้านจัดการถอด-รื้อไดสตาร์ทออกมาเป็นชิ้น ๆ ช่างแจ้งว่าแปรงถ่านหมดต้องเปลี่ยนใหม่พร้อมสะพานไฟและล้างอัดจาระบีใหม่ คิดค่าอะไหล่พร้อมค่าแรง 800 บาท เมื่อประกอบเสร็จสิ้นทุกสิ่งอย่างคราวนี้สตาร์ทครั้งเดียวติด จึงอยากแชร์ประสบการณ์ว่าหากไดสตาร์ทไม่ทำงานอาจไม่ไช่แบตเตอรี่เสื่อมเพียงอย่างเดียว
 
ขอบคุณข้อมูลจาก คุณเล็ก เพราะบ่อยครั้งที่ “ไดสตาร์ท”หมุนอืด หรือไม่หมุนเลย หลาย ๆ ท่านก็มักจะคิดว่าต้นเหตุมาจากแบตเตอรี่เสื่อมเพียงอย่างเดี่ยวทั้ง ๆ ที่ยังอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่นไม่ว่าจะตัว“ไดสตาร์ท”-อุปกรณ์ภายในชำรุดเสียหายหรือรีเลย์เสีย “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำทุกท่านมารู้จักกับเจ้า “ไดสตาร์ท” กัน
 
“ไดสตาร์ท” มีชื่อจริงว่า “มอเตอร์สตาร์ท” (Starter Motor) ทำงานด้วยไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันต่ำ ที่ต่อมาจาก แบตเตอรี่ ผ่านสวิตช์กุญแจมีหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าให้กลายเป็นพลังงานกล ที่สามารถฉุดให้เครื่องยนต์หมุนและทำงานได้ในที่สุด
 
ลักษณะสำคัญของ “ไดสตาร์ท”
 
-มีแรงบิดเพียงพอที่จะขับเครื่องยนต์ให้หมุนได้
 
-กำลังของมอเตอร์ที่ใช้ต้องมีความสัมพันธ์กับชนิด-ขนาด เครื่องยนต์ รวมถึงความจุของแบตเตอรี่
 
-มีความสามารถเข้าขบกับล้อช่วยแรง (Flywheel) ได้เป็นอย่างดี
 
การทำงาน
 
เมื่อเราบิดกุญแจไปยังตำแหน่งสตาร์ท เฟืองขับของมอเตอร์สตาร์ท จะส่งกำลังเข้าไปขับเฟืองล้อช่วยแรง(Flywheel) ของเครื่องยนต์ โดยมีชุดกลไกออโตเมติก ทำหน้าที่ในการตัด-ต่อวงจรออกจากเฟืองล้อช่วยแรงโดยอัตโนมัติ เมื่อล้อช่วยแรงหมุนส่งกำลังไปยังเครื่องยนต์ อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานร่วมกันเป็นจังหวะจนเครื่องยนต์ติด และทันทีที่ปล่อยมือจากการบิดกุญแจ มอเตอร์สตาร์ทก็จะหยุดการทำงาน พร้อมทั้งกลไกออโตเมติกที่ดันแกนฟันเฟืองมอเตอร์สตาร์ท ไปขบกับล้อช่วยแรง ก็จะกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมซึงถือเป็นการจบการทำงาน ทั้งนี้จำนวนเฟืองขับของมอเตอร์สตาร์ท จะน้อยกว่าจำนวนฟันเฟืองล้อช่วยแรง ในอัตราส่วนประมาณ 9 -12 : 1 เพื่อให้มีกำลังสูงขึ้นในขณะหมุนเครื่องยนต์
เทคนิคควรรู้

ปัญหาที่พบบ่อย
 
-“ไดสตาร์ท” หมุนแต่ไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์  เกิดจากชุดออโตเมติกไม่ดันเฟืองออกไปขบกับเฟืองล้อช่วยแรง ให้ตรวจสอบชุดออโตเมติกและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
 
-“ไดสตาร์ท” หมุนแต่อืดหรือไม่หมุนเลย ให้ตรวจสอบแรงดันไฟที่แบตเตอรี่ หากแรงดันปกติส่วนใหญ่เป็นเพราะแปรงถ่านหมด สะพานไฟชำรุด การซ็อตรอบ หรือ มอเตอร์สตาร์ทไหม้ และความสกปรกภายใน
 
-“ไดสตาร์ท” หมุนด้วยรอบปกติได้ยินเสียงเครื่องยนต์ แต่เครื่องไม่ติด ให้ตรวจสอบระบบอื่น ๆ ทั้งน้ำมัน-ไฟจุดระเบิด

.......................................


คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ

โดย “ช่างเอก”

ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

….............................

ขอบคุณข้อมูลจาก

-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 367