อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เช่าตึกสอนวิชา'เด็กยากจน' ผู้กองปณิธานแรงติวให้ฟรี!

เปิดประวัติตำรวจน้ำดี! ผู้กองหนุ่ม “ร.ต.อ.อภิชิต” ควักเงินเดือนเช่าตึกสอนหนังสือให้เด็กยากจน ปณิธานแรงติวให้ฟรี เพราะสาเหตุอะไรไปฟังกัน? อาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น.


หากจะพูดว่า...การให้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด คือ “การให้ความรู้” เพราะสามารถที่จะส่งต่อให้ใครได้อีกหลายคน คงจะปฏิเสธได้ยาก และถ้าหากเป็นการให้ไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้โดยบริสุทธิ์ใจ แต่กลับมีคนคิดว่า “ให้เพราะหวังสร้างภาพ” แล้ว “ผู้ให้” จะผ่านอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างไร?

ผู้กองหนุ่ม “ร...อภิชิต ภัณฑะประทีป” รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ที่ช่วยสอนหนังสือให้กับ “เด็กยากจน” โดยนำเงินส่วนตัวไปเช่าตึก ซื้ออาหาร ขนม และหนังสือเรียนให้กับเด็กๆ ได้กินนอน หวังเพียงว่าเด็กๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จะได้มีความรู้ติดตัวนำไปพัฒนาตัวเอง



ที่ บ้านสร้างฝัน” คือตึกเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ 36/123 - 124 ถ.อินจันทร์ณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมี “ผู้กองหนุ่ม เป็นผู้ตั้งชื่อนี้ขึ้นมาเอง เพราะบ้านหลังนี้เป็นเหมือนที่สร้างฝัน และต้องสานไปให้ถึง โดย “ร...อภิชิต” นั่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำอะไรแบบนี้ มันเริ่มจากอดีตในวัยเด็ก สมัยก่อนบางหมู่บ้านค่อนข้างทุรกันดาร

“ผมได้เห็นได้รับรู้ก็เพราะแม่เป็นครู เวลาไปโรงเรียนที่แม่สอน ก็จะเห็นเด็กๆ แบบนี้ตลอด” ส่วนใหญ่พ่อแม่ของเด็กๆ ต่างจังหวัด จะมีอาชีพทำนา-รับจ้าง แต่ไม่ใช่ว่าเด็กๆ จะเรียนไม่เก่ง เพียงแค่เขาได้เรียนเฉพาะพื้นฐาน เมื่อขาดเรียนก็เรียนไม่ทัน คะแนนตก จึงทำให้เด็กมีความคิดที่จะไม่อยากเรียนขึ้นมา

“จริงๆ ทุกคนต้องแข่งกับตัวเอง เราจะเก่งได้ด้วยเพราะแรงของเรานะครับ” ผู้กองหนุ่มกล่าวและว่า สมัยที่ตนเตรียมสอบเข้า โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ใช้เวลาทบทวนบทเรียนให้กับตัวเองอยู่ 6 เดือน ต้องแข่งกับตัวเอง เพราะในปีนั้นมีคนสมัครกว่า 3 หมื่นคน แต่รับเพียง 180 คน

“บอกตัวเองว่าอย่าไปหวังชนะคนอื่น ให้ชนะสิ่งที่ตัวเองทำมา จะภาคภูมิใจเอง”

เมื่อประกาศผล เด็ก ม.3 คนนี้ สามารถสอบเข้าได้ และมีตำแหน่ง “รองสารวัตรประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ” การันตีบทพิสูจน์ตัวเอง พร้อมกับผ่านการฝึกอบรม “ใบประกอบวิชาชีพสอบสวน” เข้าฝึกอบรมที่สภ.เมืองนนทบุรี สาขารัตนาธิเบศร์ กระทั่งปลายปี 55 ช่วงเดือน ต.ค. จึงได้ย้ายมาสังกัดที่ สน.ชนะสงคราม

ทว่าดูเหมือนชีวิตผู้กองหนุ่มในขณะนั้น จะไปได้ดีใช่ไหมครับ?? มีคุณแม่เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนคุณพ่อเป็นทหาร ขณะนี้เกษียณอายุแล้ว และมีพี่ชาย 1 คนเรียนวิศวะฯ และมีแฝดผู้พี่ที่โตมาด้วยกัน แต่ความคิดในวัยเด็ก ที่เห็นคนไม่มีโอกาสเรียน มันวนเวียนอยู่ในความคิดของ “ผู้กองหนุ่ม” คนนี้ตลอดเวลา กระทั่งช่วงต้นปี 59 เดือน ก.พ. ตัดสินใจยืนใบลาออกจากข้าราชการตำรวจ มีผลในวันที่ 1 เม.ษ. ขณะนั้นให้เหตุผลว่า “ขอลาออกไปศึกษาต่อเพราะมีความฝันอยากเป็นคุณครูสอนหนังสือเด็กๆ”

“ผมก็รักอาชีพตำรวจนะ แต่ว่ากฎหมายคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การทำงานมันเป็นแบบนั้น ส่วนการเป็นครู เรามีสิทธิ์สั่งสอนให้เด็กเป็นคนดีตั้งแต่เริ่มต้น เพียงแค่ใส่ใจเขาเหมือนลูก ถ้าเด็กมีพฤติกรรมเสี่ยง ก็ช่วยแก้ให้เขา เพราะเราไม่ได้ให้เขาแค่วิชาความรู้ แต่เราให้จิตวิทยาการอยู่ในสังคมด้วย”



“ผู้กองหนุ่ม” บอกว่า ถ้าลองหาสิ่งที่รักแล้วไม่เจอ ให้ลองหาสิ่งที่เกลียดแล้วลงมือทำ “อย่างผมไม่ชอบเห็นเด็กที่ขาดโอกาสทางการเรียน มีปัญหาทางการเงิน จนไม่ได้เรียนหนังสือ เเละไม่มีใครแก้ปัญหาได้หมด ผมก็เลยทำอยู่ทุกวันนี้” จึงตัดสินใจใหม่ไม่ลาออกจากข้าราชการ โดยเริ่มแรกผู้ “กองหนุ่ม” ได้โพสต์ถามเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กว่า มีใครที่รู้จักเด็กๆ ขาดแคลนทุนทรัพย์บ้าง แต่ต้องเป็นเด็กที่ฐานะยากจน แล้วต้องนิสัยดีนะ” เพราะเขาเชื่อมาตลอดว่า ยังมีเด็กอีกหลายคนที่หัวดี แต่เพียงเด็กๆ เหล่านั้นไม่รู้แนวทาง หากถ่ายทอดความรู้ให้กับเขา เด็กจะนำไปพัฒนาตัวเอง เรียนหนังสือดีขึ้นทุกๆ คน

หลังจากนั้นปลายปี 59 จึงขอย้ายกลับมาทำงานสังกัด สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ โดยมีเหตุผลว่า เพราะถ้าเขาลงมือทำช้า อนาคตของเด็กๆ ก็จะยืดออกไป จึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วย โดยจ่ายค่าเช่าตึก 1.5 หมื่นบาท ซื้อหนังสือกว่า 100 เล่ม ราคารวมกว่า 1 หมื่นบาท ถ้ามีหลายเล่มเด็กๆ ก็จะค้นคว้าได้หลากหลาย ในช่วงปิดเทอมเด็กๆ อายุ 14-18 ปี ก็จะมาร่วมตัวกัน บางคนอยู่ต่างจังหวัด ส่วนหนึ่งพ่อแม่ของเด็กๆ ก็จะฝากเงินช่วยเล็กๆ น้อยๆ ตามกำลัง หวังให้ดูแลสอนลูกๆ ให้มีความรู้ เพราะพ่อแม่เด็กๆ อยากให้ลูกอยู่ในสังคมที่ดีขึ้น

เพราะเด็กๆ เหล่านี้บางคนเขาขาด “เพียงคำว่าโอกาสเองนะ” เราต้องช่วยเขา เรื่องมารยาทก็ไม่ห่วงครับ เขาเรียนรู้ว่าเขามาจากจุดไหน ต่อให้ยากจนแค่ไหน ถ้าตัวเขาเป็นคนดี เขาจะมีมูลค่ามหาศาล สามารถตอบแทนสังคม และนำความรู้ไปพัฒนาสิ่งที่เขาถนัดได้อีกหลายอย่าง วันนี้แค่เปลี่ยนชีวิตเขาตรงนี้ แต่เราสามารถสร้างอนาคตให้เด็กได้ทำประโยชน์แก่สังคมต่อไปเรื่อยๆ สังคมก็จะได้กำไรจากคนดีๆ ที่เติบโตขึ้นมา แต่ก็ไม่ใช่กับเด็กทุกๆ คน ที่จะมีนิสัยเช่นนี้

“มีอยู่คนหนึ่งสามารถสอบเข้า ม.ศิลปกรได้ เขาดีใจมาก ส่วนอีกคนเป็นเด็กที่น่าสงสารอยู่ต่างจังหวัด สอบตำรวจได้แต่ว่าสายตาไม่ดี ผมก็ออกเงินส่วนตัว 2 หมื่น และไปยืมคนรู้จักให้ครบ 4 หมื่น เพื่อนำมารักษาสายตาสั้นด้วยการทำเลสิก จนวันนี้เป็นตำรวจที่ศูนย์ฝึกภาค 1 มันมีมูลค่าไหมครับการให้แบบนี้ มีมูลค่ามากกว่าที่เราให้ไปเสียอีก”

แต่กว่า “ผู้กองหนุ่ม” จะชื่นใจได้มากขนาดนี้ ในช่วงแรกๆ มีครั้งหนึ่งถูกกล่าวหาว่าสร้างภาพ ลองคิดดูว่าถ้าเราให้เป็นเงินเขาคนละ 5 พันบาท เด็ก 100 คน จะต้องมีเงิน 5 แสนบาท เงินจำนวนนี้วัดความรู้เด็กๆ ได้ไหมว่าเขาจะมีความรู้เพิ่มขึ้น???

คือคำถามจาก “ผู้กองหนุ่ม” เคยมีคนถามผมว่า ทำไมต้องคิดช่วยคนมากขนาดนี้ ผมลำบากแค่เสียเครดิต แต่ผมจะได้อนาคตของเด็กกลับมาอีกหลายคน มันคุ้มค่ากับสิ่งที่เราให้เขาไปในวันนี้ แม้จะไม่ได้เป็นตำรวจ ทหาร ถ้าเขาเอาความรู้ไปใช้ในทางที่ดี ผมก็ดีใจชื่นใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราจะไม่สามารถรับเลี้ยงทุกคนได้ แต่เลือกทางเดินที่ดีให้เขาได้

บ้านหลังนี้จึงไม่ใช่แค่สานฝัน แต่ได้สร้างฝันให้เป็นจริง เพราะเด็กยากจนมีความสามารถ คนเราทุกคนเกิดมาถ้ามีความเก่งฉลาด แต่เป็นคนไม่ดี จะประสบความสำเร็จหรือไม่ คำตอบคือ “ประสบความสำเร็จ” แต่สักวันก็จะล้มเหลว แต่ถ้าเป็นคนดี แต่ไม่เก่ง ก็จะสำเร็จเหมือนกัน แต่อาจจะช้า และถ้าเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง เขาจะถึงที่หมายได้เร็วขึ้น จึงสอนให้เด็กรู้ว่า...สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ สังคมต้องการคนดี



เคยมีคนบอก “ผู้กอง” ว่าวันสำคัญในชีวิตของคนมีอยู่ 2 วัน คือ “วันเกิด” และ “วันตาย” แต่ผมจะบอกว่าวันตายไม่ใช่วันสำคัญ ถ้าถึงวันนั้นเราไม่มีความสุข และคนตายก็ไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่ทำผิดพลาดไป แต่เสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองมากกว่า และวันสำคัญในชีวิตอีกวัน คือ วันที่เรารู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร” สิ่งที่ได้รับแม้ไม่ใช่เงินทอง แต่มันคือความรักจากเด็กๆ ที่ทำให้เรามีแรงทำหน้าที่ต่อไป.
….................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพ : @Apichit Pantaprateep


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 264.40K