อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'นักสืบหนุ่ม'ไขคดีจากกลิ่นธูป ผลงานไสยศาสตร์ ตอน 1

สัปดาห์นี้ตามดูฝีมือไขคดีฆาตกรรมของ “ตำรวจหนุ่ม” ที่ไม่รู้ว่าได้จากวิชาที่ร่ำเรียนมา หรือจาก “ไสยศาสตร์”สุดพิศวง!! ไปช่วยลุ้นกันเถอะ พุธที่ 6 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น.


“ร.ต..หนุ่ม” กำลังหลับอย่างสบายในห้องสืบสวนของโรงพัก ตอนนี้เวลาตี 1 โทรศัพท์ดังขึ้น ทางสารวัตรสืบสวนโทรมา “เจอศพโดนแทงตายที่ตึกร้าง ไปตรวจสอบให้พี่หน่อยสิ”

“นักสืบหนุ่ม” บิดขี้เกียจพักใหญ่ๆ ก่อนจะคว้าปืนซีแซด 9 มม. ซึ่งอยู่ในซอง วางไว้ข้างตัวเอายัดใส่ทางกางเกงหลัง แล้วเรียกระดมชุดสืบสวน ซึ่งแยกย้ายกันนอนหลับและหลับนอน ไปทำธุระต่างๆ นานา กว่าจะระดมได้ก็กินเวลาสักพัก ก่อนขึ้นรถตู้โทรมๆ ของชุดสืบสวนเดินทางไปที่เกิดเหตุ โดยมิวายหยิบวอติดตัวมาด้วย

ที่เกิดเหตุเข้ามาในซอยใหญ่ แล้วลัดเลาะเข้าไปซอยย่อยพอสมควร เรียกได้ว่าอยู่สุดขอบเขตอำนาจรับผิดชอบของสน.เลย แทบจะไปชนกับเขตรับผิดชอบของ สน.อื่นอยู่แล้ว แต่ยังไม่พ้นอำนาจของ สน.ตัวเอง

พนักงานสอบสวนยศพันตำรวจโท มาถึงแล้ว กำลังจดรายละเอียด ตำรวจชุดป้องกันและปราบปรามในเครื่องแบบ กระจายกำลังโดยรอบเพื่อกั้นที่เกิดเหตุปกป้องหลักฐาน



“นักสืบหนุ่ม” ฝ่าแนวกั้นสีเหลืองเข้าไปตรวจสอบและรับรายละเอียดคร่าวๆ “โดนแทงตายครับ ดูคร่าวๆ ศพเริ่มแข็งแล้ว เป็นผู้ชาย ไม่พบของมีค่าอะไรเลย กระเป๋าสตางค์หายด้วย ผมลองคลำๆ ดูแล้ว วัยรุ่นหนุ่มสาวมีนัดพลอดรักมาเจอศพ กะจะมีความสุข แต่ตอนนี้หัวโกร๋นแล้ว สอบสักพักก็ปล่อยไป” หมู่กระซิบข่าว

มูลนิธิกระจายกำลังโดยรอบ มีนักข่าวมาด้วย “นักสืบหนุ่ม” รายงานสารวัตรสืบสวนที่นั่งกินเหล้าอยู่บ้านนาย จากนั้นสารวัตรคงรายงานต่อเป็นลำดับขั้น รองผู้กำกับการสืบสวน ตอนนี้เข้าอบรมโรงเรียนผู้กำกับ เขาจึงกลายเป็นนายตำรวจสืบสวนยศใหญ่สุด ณ ตอนนี้

เมื่อโทรรายงานเสร็จก็จุดบุหรี่สูบ มีนักข่าวมาถาม เขาก็บอกไปคร่าวๆ เท่าที่รู้ ซึ่งก็มีไม่มาก เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้าย พลิกศพได้ ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) อยู่แถวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรงถนนพระราม 1 กว่าจะมาก็คงอีกชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงกระมัง แพทย์เวรด้วย พอดีไม่ต้องนอนกัน

แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริง เมื่อตำรวจในเครื่องแบบพาแพทย์เวรกับทาง พฐ. มาถึงโดยไว 2 หน่วยนี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบว่าศพตายเพราะเหตุใด และรายละเอียดอื่นๆ พฐ.จะเก็บพยานหลักฐานทั้งหมดตามหลักนิติวิทยาศาสตร์



“นักสืบหนุ่ม” สำรวจศพโดยละเอียด ตอนนี้ ผู้กำกับการ สน. มาถึงแล้วและกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่

“ดูกางเกงใน เสื้อผ้าหน่อยว่ายี่ห้ออะไร” เขาบอกมูลนิธิให้ดูเครื่องแต่งกาย

“ยี่ห้อฝรั่ง”

“ร...” พยักหน้าลอบสังเกต เสื้อเชิร์ตอย่างดี กางเกงสีอ่อน รองเท้าราคาแพง ไม่ธรรมดา เขาคงไม่ต้องดูยี่ห้อกางเกงในแล้ว คนตายไม่ใช่คนธรรมดา มีดแทงเข้าที่ลิ้นปี่ 2-3 แผลเหมือนถูกฆ่าชิงทรัพย์...ฆ่าชิงทรัพย์เหรอ? คนตายมาทำอะไรในที่มืดๆ แบบนี้ มายังไง? ถูกล่อลวง? อย่างน้อยต้องรู้จักคนที่พามาฆ่าอย่างแน่นอน!!

เขาสังเกตเห็น
“แหวนทอง” ที่นิ้วนางข้างขวา แต่งงานแล้ว จึงขอสำรวจแหวน “พิชัยณรงค์” น่าจะเป็นนามสกุลคนตาย คืนนั้นเขากลับโรงพักเพื่อหลับต่อ แต่หัวเริ่มทำงานสืบสวนแล้ว คำถามข้อแรกที่ได้รับเป็นการบ้าน คือ “คนตายเป็นใคร? ทำไมถึงตาย? ใครฆ่า?”

หากตอบโจทย์ครบ 3 ข้อ คดีก็ปิดได้!!

9 โมงเช้าก่อนออกเวร เขาและลูกน้องเดินทางไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง “มันมาทำอะไรตรงนี้ ตึกร้างแบบนี้ ในซอยเปลี่ยว คนตายจะมาทำอะไร พวกมึงดูสิว่ารอบๆ ตึก รอบที่เกิดเหตุมีรอยเลือดคราบอะไรไหม อะไรน่าผิดสังเกตก็ว่ามา”



ลูกน้องรับคำสั่ง “นักสืบหนุ่ม” เข้าไปในตึก มันเป็นตึกร้างมานาน ชอบเป็นที่ซุกซ่อนเก็บตัวของพวกขี้ยา เขากำลังครุ่นคิดหาหลักฐานเพิ่มเติม และพยายามคิดเหมือนที่ อาจารย์นักสืบตำรวจรุ่นเก่า สอนคิดอย่างโจร...ให้คิดอย่างโจร

...ทันใดนั้น!!!

เขาได้กลิ่นธูปลอยเข้าจมูก “นักสืบหนุ่ม” มองไปรอบๆ ไม่พบว่าใครจุดธูป หน้าเขาซีดเล็กน้อย แต่ก็ยังกุมสติได้ ควักบุหรี่ออกมาสูบ แล้วอธิษฐานในใจ “นี่มาช่วย ถ้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ช่วยบอกหน่อยแล้วกัน และ...ไม่ต้องมาหา จะจับคนร้ายเอง”

ไม่นานกลิ่นธูปก็หายไปอย่างเหลือเชื่อ ชายหนุ่มรีบเดินออกมาจากจุดเกิดเหตุทันที

“ให้เปิดข้อมูลหานามสกุลพิชัยณรงค์ว่าอยู่ที่ไหน เดี๋ยวจะได้ไปสอบปากคำกัน”

“ทำไมถึงต้องมาฆ่าตรงนี้”

“ชิงทรัพย์” ลูกน้องตั้งข้อสงสัย



“ไม่ ทำไมไม่เอาแหวนทองไปด้วย เอากระเป๋าสตางค์ไป ให้เหมือนว่าทำทีเป็นชิงทรัพย์ แต่จริงๆ ต้องฆ่าด้วย มีเหตุผลอื่นมากกว่า ถ้าจะชิงทรัพย์ก็ต้องรูดแหวนทองไปด้วย โจรถ้าจะเอาทรัพย์มันต้องกวาดให้หมด”

เขาจุดบุหรี่อีกมวน รู้สึกเจ็บคอ คงต้องเพลาๆ เรื่องบุหรี่บ้างแล้ว “เรียกชุดสืบมาให้หมด กูว่ากระเป๋าสตางค์ต้องถูกโยนทิ้งแถวนี้แหละ คนร้ายไม่น่าจะเก็บไว้เอง”

เขานึกถึงกลิ่นธูปขึ้นมาทันที ไม่นานตำรวจชุดสืบสวนก็ระดมหากระเป๋าสตางค์รอบที่เกิดเหตุ

และไม่นานก็พบจริงๆ กระเป๋าสตางค์เปล่าๆ ถูกโยนทิ้ง มันเปื้อนคราบเลือด เงินสดหายไป บัตรปรจำตัวที่ระบุชื่อตัวเองหายไป เดชะบุญที่ใบโรงรับจำนำยังอยู่ ใกล้กันนั้นพบ
“ถุงยางอนามัย” ใช้แล้ว

“เอกวิทย์ พิชัยณรงค์ ลายมือหวัดจริงๆ จำนำแท็ปเล็ต อย่างว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี” นักสืบหนุ่มสวมถุงมืออ่านเจ้าของนิ้วโป้งแปะในใบจำนำ “หาวงจรปิดโดยรอบ” เขาสั่งการ “ไปสอบปากคำญาติคนตาย ตอนนี้เราได้ชื่อที่อยู่แล้ว ดูสิว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ใช่คนตายเปล่า? แล้วเรียก พฐ.มาอีกรอบ เก็บถุงยางไปตรวจหน่อย 6โมงเย็นประชุมที่ห้องสืบนะ”

ทุกคนเริ่มทำงาน ส่วนเขาก็กลับไปบ้านเพื่อหลับพักผ่อนก็มันง่วงนะ ก่อนจะหลับยังไม่วายคิดถึงกลิ่นธูปนั่น การพบเจอกระเป๋าสตางค์เป็นผลงานของตำรวจหรือผลงานของกลิ่นธูปนั้นกันแน่นะ “ร...หนุ่ม” สงสัย

ทุ่มครึ่งเขามาถึง สน. และเริ่มประชุม “วงจรปิดแถวนั้นไม่ค่อยมีครับ ที่มีก็กล้องที่หันเข้าร้านมินิมาร์ท ไม่เห็นอะไรเลย” ลูกน้องรายงานสรุปผลการค้นหากล้องวงจรปิด

“ญาติคนตายเป็นไง”



ผมคุยกับภรรยาคนตายแล้วครับ แกบอกแฟนไม่กลับบ้านมา 1 วันแล้ว ปกติทำงานออฟฟิศ แถว...ลูกน้องรายงานชื่อย่านที่รถติดสุดๆ ในกรุงเทพฯ “เราน่าจะเช็กหมายเลขโทรศัพท์กัน”

“นักสืบหนุ่ม” โทรศัพท์หาสายข่าวเพื่อขอความช่วยเหลือ

“หมวด...” ลูกน้องเรียก “ว่าไง”

“ผมถามเพื่อนๆ ร่วมงาน คือภรรยาเขาโทรศัพท์แจ้งการตายก็เลยตามเพื่อนๆ มาที่บ้าน เพื่อนมันแอบบอกกับผมว่าคนตายแกออกจะ...อา...”

เขาจุดบุหรี่สูบ “อา...อะไรวะ”

“ออกจะตุ้งติ้งนิดๆ”

เข้าเค้าที่พบ “ถุงยางอนามัยใช้แล้ว” ซึ่ง พฐ. ไม่ยอมมาเก็บ แต่ให้สืบเอาไปส่งเองสะอิดสะเอียดมาก ที่แท้คนตายมาตรงนี้เพื่อมีเซ็กส์นั่นเอง “ลองไปดูแถวที่ทำงาน แถวบ้านคนตายหน่อยสิ เผื่อแถวนั้นนะมีพวกเกย์นัดพบขายตัวกันบ้างไหม”

ลูกน้องหายไปนานก่อนรายงานมาว่า “มีครับ...นาย...”

การกะเก็งของ “นักสืบหนุ่ม” ถูกต้อง “สตาร์ทรถเลย ไปสอดส่องดูหน่อยพวกเรา”

โปรดติดตามต่อตอน 2 ในวันพุธหน้า (13 ก.ย.) นะครับ ทั้งนี้ชื่อที่ปรากฏถูกแต่งขึ้นใหม่ หากพ้องพานถึงผู้ใด โปรดให้อภัยหนอนโรงพักด้วยนะครับ
…...........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 420