อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"โรงงานสีเขียว" อนาคตอุตสาหกรรมเมืองไทย

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงการทำ “อุตสาหกรรมสีเขียว” ถึงแม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าในอนาคตเมืองไทยจะมี “โรงงานสีเขียว” ได้ต้องทำอย่างไรบ้าง? พุธที่ 6 กันยายน 2560 เวลา 09.00 น.


ถ้าพูดถึง งานด้านอุตสาหกรร คนทั่วไปมักจะมีความรู้สึกถึงมลพิษ จะนึกถึงแต่ความสกปรก เสียงดัง น้ำเสีย อากาศที่มีฝุ่นละอองกระจายไปทั่ว รวมถึงผลกระทบที่ประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับความเดือดร้อน ซึ่งส่วนมากก็เป็นอย่างนี้เกือบทั่วโลก จนในอดีตความรู้สึกต่อ “อุตสาหกรรม” หรือ “โรงงาน” ติดลบอย่างมากมาย จะมีคนคอยคัดค้านและต่อสู้เพื่อไม่ให้โรงงานเกิดขึ้นในชุมชนของตน

รัฐบาลของแต่ละประเทศ รวมทั้งหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้ใช้ความพยายามในการแสวงหาหนทางเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้มาตลอด จนถึงปัจจุบันจึงเกิดแนวคิด
“อุตสาหกรรมสีเขียว” (Green Industry) ขึ้น



“อุตสาหกรรมสีเขียว” คือ การจัดการอุตสาหกรรมหรือโรงงาน ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เป็นไปตามหลักอนุรักษ์ คือใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด เกิดการสูญเปล่าน้อยที่สุด และในกระบวนการผลิตให้มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Waste Recovery) ใช้เทคโนโลยีที่สะอาด (Clean Technology) มีการป้องกันและแก้ปัญหามลพิษที่ดี

และสิ่งที่เป็นหัวใจของการผลิต คือ ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Product) มีการแลกเปลี่ยนของเสียที่จะเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานอื่นๆ นำหลักการ 3 R’s Reuse Reduce Recycle มาใช้เพื่อลดของเสีย เพื่อการใช้ซ้ำ และเพื่อการนำวัสดุเหลือใช้และของเสีย กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ โดยไม่กระทบต่อประชาชน





การทำอุตสาหกรรมสีเขียว จึงไม่ได้เป็นเรื่องง่าย เพราะมีหลายเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิเช่น ต้องปรับเปลี่ยนระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงงาน มีการจัดระบบการจัดการพลังงานที่ดี มีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ตระหนักและมีความรับผิดชอบ ตลอดจนดูแลใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม

และมีการสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมกับภาคประชาชนขึ้นมาทำงานร่วมกัน กระทรวงอุตสาหกรรม จึงวางหลักเกณฑ์ หรือระดับขั้นที่ “โรงงานอุตสาหกรรม” จะต้องผ่านเพื่อเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว” โดยมีทั้งหมด 5 ระดับคือ...

1. Green Commitment เป็นระดับเริ่มต้นที่โรงงานต้องมี คือนโยบายและการปฏิบัติที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด พบเห็นได้ทั่วไป เช่น จากการที่บริษัทผู้ผลิตสินค้าเริ่มต้นมีแนวคิดในการผลิตสินค้าที่ใช้วัสดุรีไซเคิล หรือโรงงานช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกโรงงาน หรือโรงงานลดการใช้พลังงานมากขึ้น ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะผ่านขั้นนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

2. Green Activity เป็นระดับที่โรงงานต้องดำเนินการให้เห็นอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามความมุ่งมั่นในระดับแรก คือผ่านขั้นตอนของการวางแผนงาน มาสู่การปฏิบัติให้ผู้บริโภคจับต้องได้ เช่น การผลิตโทรศัพท์มือถือจากวัสดุรีไซเคิล หรือการพัฒนาระบบประหยัดพลังงานในเครื่องโทรศัพท์ หรือการผลิตปริ้นเตอร์ที่ใช้หมึกรักษาสิ่งแวดล้อม หรือผลิตตู้แช่ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน





3. Green System ถือเป็นระดับที่ยากขึ้น เพราะเริ่มจากการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมภายในอย่างเป็นระบบ หรือปรับปรุงเพื่อให้มีการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ จึงต้องมีการทำงานอย่างจริงจัง มีตัวเลขที่สามารถอธิบายได้ โดยต้องจัดเก็บแผนการดำเนินงานรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน หรือรายปี ว่าโรงงานสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายได้หรือไม่

ทั้งตัวเลขการประหยัดพลังงานแต่ละเดือน ตัวเลขการการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ลดลง ตัวเลขของการประหยัดน้ำ ตัวเลขของการปล่อยอากาศและน้ำเสีย รวมทั้งตัวเลขการมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน ซึ่งถ้าโรงงานดำเนินการมาถึงขั้นนี้ได้ ผู้บริโภคก็จะวางใจเชื่อถือได้ว่าผลิตภัณฑ์จากโรงงานแห่งนี้เป็นผลิตภัณฑ์สีเขียวอย่างแท้จริง



4. Green Culture หากโรงงานอุตสาหกรรมที่ผ่านระดับ 3 มาแล้ว ก็จะเข้าสู่การเป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปโดยปริยาย พนักงานทุกคน จนถึงผู้บริหารในทุกระดับ จะปฎิบัติตามแนวทาง “อุตสาหกรรมสีเขียว” ซึ่งได้ถูกกำหนดอยู่ในนโยบายขององค์กรที่ชัดเจนแล้ว และจะมีการปฏิบัติที่จริงจังและต่อเนื่อง อาทิเช่น การใช้น้ำอย่างประหยัด การปิดไฟในเวลาพัก การใช้แก้วน้ำแทนกรวยกระดาษ การใช้กระดาษถ่ายเอกสาร 2 หน้า เป็นต้น

5. Green Network เป็นระดับสุดท้าย และถือเป็นระดับสูงสุดของโปรแกรมนี้ ที่ต้องแสดงถึงการขยายเครือข่ายอย่างกว้างขวางขึ้น เป็นพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อมร่วมกัน หากเครือข่ายมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง “โรงงานอุตสาหกรรมสีเขียว” ดังกล่าว จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาประเทศชาติได้ต่อไป

ความสำเร็จของหลายโรงงานในหลายประเทศ ตามแนว “อุตสาหกรรมสีเขียว” ดังกล่าว ทำให้ภาพลักษณ์เดิมๆ ของโรงงานได้เปลี่ยนไป ผู้คนเป็นมิตรกับ “โรงงานอุตสาหกรรม” มากขึ้น จนบางโรงงานสามารถอยู่กลางชุมชนได้

สำหรับประเทศไทย เราเริ่มเข้าสู่การเป็นสังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น การจัดการไปสู่การเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว” คงไม่ยากนัก โดยการควบคุมกำกับให้โรงงานอุตสาหกรรมเก่ามาเข้า โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว โดยให้ทำตามหลักเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้ ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมใหม่หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รัฐควรออกมาตราการ กฏเกณฑ์ หรือกฏหมาย มากำหนดเสียแต่ต้นให้ชัดเจน

...เชื่อว่าแม้จะยาก แต่ก็มีความเป็นไปได้อยู่ ที่สำคัญควรดำเนินการและลงมือทำในทันที.
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 66