อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จับตาดู! ภารกิจ'ผู้อำนวยการสำนักพุทธ'คนใหม่

สัปดาห์นี้ต้องจับตาดูภารกิจ “ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ” คนใหม่ ว่าจะมีคุณลักษณะพิเศษในการแก้ปัญหาสถาบันสงฆ์ได้หรือไม่? พุธที่ 6 กันยายน 2560 เวลา 10.00 น.


หลัง ...พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ถูกย้ายเข้ากรุโดยเจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว ผมในฐานะคนในแวดวงศาสนาเห็นใจท่าน เพราะตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งกระแสความไม่พอใจก็ “กระเพื่อม” มาต่อเนื่องและก็เข้ามารับลูกช่วงจังหวะที่มีเรื่องเผือกร้อนหลายเรื่องในแวดวง

การที่รัฐบาลส่ง ...พงศ์พร โดยไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และและมี “ธง” ตั้งเอาไว้ให้ท่านเข้ามาสะสาง โดยไม่ศึกษาบรรยากาศ เพราะเชื่ออำนาจในมือที่ตนมีอยู่ สำหรับ พ.ต.ท.พงศ์พร มีการเล่าลือกันว่าเป็นสายตรง พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี



และ พล..ประยุทธ์ ก็รับราชการเป็นทหารมาตลอดชีวิตน่าจะเข้าใจวัฒนธรรมสถาบันสงฆ์ได้เป็นอย่างดี เพราะวัฒนธรรมองค์กรทหารกับคณะสงฆ์คล้ายๆ กันคือค่อนข้าง “มีความอนุรักษ์นิยมและต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา” ทั้งคู่ แต่นี่ไม่น่าพลาดส่งคนมาให้ถูกเชือดและเสียหน้ากลับไป
“แบบเสียคน”

สถาบันสงฆ์ มีวัฒนธรรมเฉพาะของตนเอง มีกรอบพระธรรมวินัย จารีต และกฎหมายคอยควบคุม แต่ในขณะเดียวกันสถาบันสงฆ์เองก็มี “ต้นทุนทางสังคมสูง” หากจะว่าไปชาวบ้านเชื่อพระสงฆ์มากกว่า “ผู้นำรัฐบาล” และไม่ได้เป็นเฉพาะยุคนี้เท่านั้น เป็นมาทุกยุค ไม่เช่นนั้นเวลาเลือกตั้งแต่ละครั้งบรรดาคนสมัครลงเลือกตั้งจะวิ่งเข้าหาพระ เข้าหาเจ้าอาวาสหรือ?

และยิ่งกว่านั้นความเป็นสมณเพศไม่ได้อยู่ที่ “รัฐ” แต่อยู่ที่ประชาชน ด้วยเหตุผลนี้ตัวพระสงฆ์เอง บางโอกาสท่านก็มี “อัตตา” แบบนี้ เข้าทำนองว่า “ใครจะเป็นรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีอาตมาไม่สนใจ เพราะมาแล้วก็ไป” ส่วนอาตมาอยู่แบบนี้จนตายทั้ง “สมณศักดิ์และตำแหน่งทางปกครอง”



จากกระแสข่าวว่าคนโน้นคนนี้จะมาเป็น
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นั้น แค่โยนหินถามทาง ตัวจริงอาจจะเป็น “คนเคยอยู่วัด” ก็ได้ เพราะหากตั้งคนนอกและเป็น “สายแข็ง” รัฐบาลมีบทเรียนมาแล้ว คงไม่บ้าจี้ตามกลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้

ความจริงรัฐบาลเหลือเวลาอีกไม่นานต้องคิดอย่างรอบครอบอย่าส่งคนมาโดย “มีธง” แบบเดิม และการเลือกคนเข้ามาช่วยงาน พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่าเชื่อแค่ ดร.วิษณุ เครืองาม อย่าเชื่อแค่ คุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ หรืออย่าเชื่อแค่ “กรรมการมหาเถร” บางรูปเท่านั้น รัฐบาลต้องส่งคนไปขอคำปรึกษาจากที่ประชุม “มหาเถรสมาคม” ด้วย และต้องรู้ด้วยว่า “ปัจจุบันใครเป็นตัวจริงในมหาเถรสมาคม?”



เหตุที่พูดเช่นนี้ “ไม่ใช่ไม่เชื่อใจรัฐบาล” แต่ที่ผ่านมาการที่รัฐบาลเข้ามา “ยุ่มย่าม” ในกิจการพระศาสนาโดยไม่ได้รับรับความเห็นชอบจาก
สถาบันสงฆ์ ก็น่าจะสัมผัสได้ว่า “บรรยากาศเป็นอย่างไร?”

สำหรับผู้อำนวยการพระพุทธศาสนาคนใหม่ คุณลักษณะพิเศษอันหนึ่งที่ควรมี คือ “ต้องเป็นนักประนีประนอม และต้องเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและเข้ากับคณะสงฆ์ได้ ในขณะเดียวกันต้องขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐได้ด้วย” ไม่ใช่ว่าจะเชื่อคณะสงฆ์หรือมหาเถรสมาคมแบบปวกเปียกไม่มี “จุดยืน” ในความเป็น “ข้าราชการ” ของตัวเอง และสำคัญต้อง “รับแรงเสียดทานได้”



โดยแรงกดดัน ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนา จะเจอทั้งจาก “รัฐบาลสั่งการลงมา” และเจอ “แรงเสียดทานจากสถาบันสงฆ์” พูดง่ายๆ ใครเข้ามารับตำแหน่งหน้าที่ตรงนี้เหมือน
“กระโถน” เปรียบเสมือน “เด็กวัด” นั่นเอง ในขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ได้ข่าวว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้ คุณมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนใหม่แล้ว



คนนี้เป็นศิษย์เก่าวัดเบญจมบิตรฯ เปรียญธรรม 6 ประโยค จบพุทธศาสตรบัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จบปริญญาโท จากประเทศอินเดีย ซึ่งแน่นอนรู้เรื่องพระและเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรพระได้ดีที่สุด ก็หวังว่าเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ต่อจากนี้ไปจะประสานรอยต่อระหว่าง “คณะสงฆ์” และ “รัฐบาล” ได้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และนำพาสังคมไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ระหว่างรัฐบาลและคณะสงฆ์จะมี “ความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น”

ผมจำได้ว่าตอนที่รัฐบาลชุดนี้เข้าประกาศชัดว่าจะเดินหน้าแก้ “ความขัดแย้ง” และจะนำความสุขกลับคืนมาสู่สังคมไทยโดยเร็ว แต่ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า “ทั้งรัฐบาลและคณะสงฆ์” ดูเหมือนเครียดทั้งคู่ สังคมจึงต้องจับตาดูว่า...


ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนใหม่จะแก้ได้หรือไม่??

...................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเพจสำนักงานเจ้าคณะภาค 9


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 110