อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

นโยบายช่วยเหลือ'ชาวนา' ให้สินเชื่อชะลอขายข้าว

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงนโยบายการช่วยเหลือชาวนาของ นบข.ที่มีมติเห็นชอบให้สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกฤดูการผลิตปี 60-61 ไปดูว่าเงินจะส่งตรงถึงมือชาวนาไหม? พฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2560 เวลา 10.00 น.


เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้พิจารณาให้การช่วยเหลือชาวนาในฤดูการผลิตปี 2560/2561 ที่ประชุม นบข. มีมติให้ความเห็นชอบ มาตรการช่วยเหลือชาวนาให้สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี

โดยกำหนดราคาร้อยละ 90 ของราคาเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง คำนวณจากราคาในห้วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 ถึงเดือนกรกฎาคม 2560 กำหนดให้ข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียว ความชื้น 15% ตันละ 10,800 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,200 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ตันละ 8,500 บาท

นอกจากนี้แล้วยังให้ “เงินเปล่าช่วยเหลือชาวนา” เป็นค่าเก็บข้าวขึ้นยุ้งฉาง หรือค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท ค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว 1,200 บาท ไม่เกิน 12,000 บาทต่อครัวเรือน เฉลี่ยแล้วชาวนาจะได้รับเงินจากการให้สินเชื่อและเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาข้าวเปลือกดังนี้...



ข้าวเปลือกหอมมะลิ และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 15,300 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 11,100 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 ตันละ 12,000 บาท ทั้งนี้ไม่จำกัดปริมาณข้าวเปลือกที่เข้าโครงการ มาตรการดังกล่าวนี้จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 - 28 กุมภาพันธ์ 2561

ตั้งเป้าจะมีข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการดังกล่าวอย่างน้อย 2 ล้านตัน ภายใต้งบประมาณ รวม 25,038 ล้านบาท แยกเป็นเงินหมุนเวียนสินเชื่อ 21,000 ล้านบาท และเป็นเงินจ่ายขาด 4,038 ล้านบาท มาตรการโครงการช่วยเหลือชาวนาในครั้งนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป



โครงการให้สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีแก่ชาวนาฤดูการผลิตปี 2560/2561 ของ นบข. จะเป็นผลดีแก่ชาวนา เพราะชาวนาไม่มีความจำเป็นต้องนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวได้มาเร่งจำหน่ายแก่พ่อค้าคนกลาง และโรงสี ซึ่งจะไม่ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการถูกกดราคา...


การที่ชาวนาได้รับสินเชื่อชะลอการขายข้าวตามนโยบายช่วยเหลือของ นบข.ในครั้งนี้จะทำไห้ได้รับเงินมาใช้จ่าย บำบัดความต้องการในชีวิตประจำวันของแต่ละครอบครัว และยังสามารถนำมาใช้ไห้เกิดประโยชน์ต่อการเตรียมการฤดูการผลิตการเกษตรรอบใหม่หรือนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดรายได้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม



นโยบายดังกล่าว นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวนาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ยังเป็นการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความแตกต่างไปจาก โครงการประชานิยม ในอดีตที่เอื้อประโยชน์ต่อนักการเมืองและโรงสี อีกทั้งยังมีการทุจริตด้วยกลวิธีต่างๆ นานา แม้ว่ามาตรการในโครงการนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็เป็นวิธีการที่ดีที่สุดประการหนึ่ง เพราะไม่มีกระบวนการดำเนินการที่สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน ใช้จ่ายงบประมาณของรัฐไม่มากนัก ประการสำคัญที่สุดเงินทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณตกถึงมือชาวนาโดยตรง

อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ปัญหาของชาวนาในเชิงองค์รวมอย่างถูกจุดและถูกวิธี ทั้งในด้านการแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว โดยจะต้องศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงตั้งแต่ระดับโครงสร้างการผลิต การจำหน่าย ตลาดผู้บริโภคในประเทศและตลาดส่งออก โดยต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมแก่ชาวนาอย่างสูงสุด ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า “กระดูกสันหลังของชาติ” ตรากตรำทำงานหนักชนิดหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน



ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ.2518 เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกข์ของชาวนา คือ ทุกข์ของแผ่นดิน” ได้สะท้อนถึงทัศนะผู้นำของประเทศที่มีต่อชาวนาซึ่งเป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศที่มีบุญคุณหล่อเลี้ยงให้คนไทยเจริญเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้

การขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาของชาวนาโดยการกำหนด พื้นที่เพาะปลูก (โซนนิ่ง) เพื่อให้มีการปลูกข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสมมีปัจจัยความพร้อมทั้งในด้านสภาพดินและน้ำ การนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปพัฒนาด้านการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต รวมถึงวิธีการทำนาแบบประณีตจะยกระดับให้ข้าวไทยมีคุณภาพดีและมาตรฐานสูงขึ้น

สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะมีส่วนสำคัญทำให้ “ชาวนามีรายได้สูงขึ้น” ซึ่งเกิดจากปริมาณข้าวและคุณภาพข้าวที่ผลิตได้ ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีความเหมาะสมในการปลูกข้าวจะต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การผลิตการเกษตรประเภทอื่น โดยมีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตรทั้งในเชิงการผลิตวัตถุดิบและแปรรูป รวมถึงการบริหารจัดการด้านการเงินและการตลาดจะเป็นทางออกในการลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ไม่มีความเหมาะสมลง.
….....................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 468