อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'นักสืบหนุ่ม'ไขคดีจากกลิ่นธูป ผลงานไสยศาสตร์ ตอน 2

สัปดาห์นี้ยังตามดูฝีมือไขคดีฆาตกรรมของ “ตำรวจหนุ่ม” ว่าได้จากวิชาที่ร่ำเรียนมา หรือ “ไสยศาสตร์” กันแน่!! ไปลุ้นตอนจบกันเถอะว่าจะเป็นอย่างไร? พุธที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น.


รถกระบะของสืบสวนโรงพัก ตระเวนเข้าจุดหมาย “นักสืบหนุ่ม” เปิดกระจกรถออก ทำเป็นมองไปรอบๆ บรรยากาศเริ่มมืด มีผู้ชายเดินกันบ้าง แต่ก็มีผู้หญิงพอสมควร มีวงเหล้าตั้งอยู่ใกล้ซุ้มขายน้ำ รถไปจอดใกล้ๆ ซุ้มขายน้ำนั้น...

วงเหล้าคงสังเกตเห็น เลยมีคำตะโกนออกมาว่า...มองหาพ่อมึงเหรอ...ไอ้ตุ๊ด!!!”

ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้ “นักสืบหนุ่ม” ขึ้นอย่างทันที “ลงไปจับแม่งเลย ด่ากูเป็นตุ๊ดได้ไง”

“เฮ้ย!!นาย” ลูกน้องปราม “ใจเย็นน่า...เดี๋ยวแสดงตัวก็ตื่นก็พอดี”

“กูยอมไม่ได้!! จับตรวจฉี่แม่งให้หมดเลย”

“กลับก่อนๆ วันนี้ก็ได้ฤกษ์รู้ว่า...มีตุ๊ดขายตัวจริง ถือว่าโดนด่าเพื่อผลทางคดีไปนะหมวด” ลูกน้องปลอบ

เช้าวันต่อมาปรากฎข่าวดี เพราะโทรศัพท์คนตายตรวจสอบแล้วว่าถูกนำไปขายที่ร้านขายโทรศัพท์มือสอง ลูกน้องไปยึดโทรศัพท์มาพร้อมกับขู่ว่าหากไม่เปิดเผยว่าใครขายโทรศัพท์จะโดนข้อหารับซื้อของโจร “ได้รูปวงจรปิดแถวนั้นแล้ว มันเอามือถือมาขายตอน เก้าโมงเมื่อวานนี้”



“ทำไมพี่ถึงคิดว่าคนร้ายเป็นพวกผู้ชายขายตัว” ร.ต.ต.นักสืบหนุ่มใหม่ถอดด้ามถาม

“กูว่าใช่...คนตายมีพฤติกรรมตุ้งติ้ง วันนี้พี่ไปสอบปากคำภรรยาบอกว่าชอบกลับบ้านดึก ไม่ค่อยเอารถไป คือเลิกงานเอารถมาจอดแล้วออกไปข้างนอก อ้างว่าออกกำลังกาย วันนี้ส่งลูกน้องไปถามคนแถวที่พี่โดนด่าว่าเป็นตุ๊ด ก็บอกว่าเคยเห็นคนตายมา สายสืบของอีก สน.เขาก็ช่วยกันหาข้อมูลตรงนี้”

“นั่นผมรู้แล้ว แต่แวบแรกทำไมพี่ถึงคิดแบบนั้นล่ะ”

“ลองสันนิษฐานดู” เขาคิดถึง...
กลิ่นธูป ขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นสั่งให้ลูกน้องลองตระเวนแถวนั้นอีกครั้งสิ เพื่อจะเจอหน้าไอ้เวรตัวนี้



ลูกน้องหายไป 2 วัน ปรากฏว่ายังคว้าน้ำเหลว “ยังไงมันก็ต้องโผล่มา มันจะหนีไปไหนได้ คนมันเคยทำงานอะไร ก็ต้องทำงานนั้น มันมั่นใจว่ารอด พฤติกรรมคนร้ายนะ มันไม่เปลี่ยนหรอก แต่ถ้าไม่พบ ก็ต้องออกแรงเอาคนแถวนั้นมาสอบหน่อย” นักสืบหนุ่มครุ่นคิด แล้วตอนเย็น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น “พบมันแล้ว”

“ลุก!! ไปจับมันกัน” รถตู้ของ สน.ขับเข้าย่านดังกล่าว วันนี้ไม่เอากระบะมาแล้ว เพราะกลัววงเหล้าที่นั่งอยู่ที่เดิมด่าเอา “สายข่าวบอกมันใส่เสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ”


“นั่นไง”

“มึงนักวิ่งเก่า ลงไปเลย” เขาสั่งการลูกน้อง ประตูรถเปิด ตำรวจชุดสืบสวนกรูกันลงไป ชายต้องสงสัยเห็นท่าไม่ดีก็สับเท้าวิ่ง แต่จะมาสู้ ส.ต.อ. อดีตนักวิ่งตัวแทนจังหวัดได้ไง วายร้ายถูกสาวตัวได้ทัน ก่อนจะกอดรุมลุกฟัดนั่งฟัดสักพัก นักสืบหนุ่มถึงวิ่งไปทัน พร้อมอาการหอบๆ สงสัย ต้องเลิกบุหรี่แล้ววะ “เอากุญแจมือมาใส่สิครับหมวด”

“โอเคๆ” เขายังหอบไม่หายขณะนำกุญแจมือสับเข้าที่ข้อมือชายต้องสงสัย ใส่มือไขว้หลังก่อนสับเข้าที่ข้อมือขวา เพราะปรมาจารย์นักสืบสอนว่า...เอากุญแจมือใส่ที่ด้านหน้า คนร้ายแย่งปืนได้ เอามือไขว้หลังนั่นแหละ มันทำอะไรไม่ถนัด



ทุกคนพาตัวชายต้องสงสัยกลับรถ ที่จอดอยู่ห่างเกือบ 300 เมตร เพราะตอนลงไปจับ โดดกันไปทั้งรถ วงเหล้าข้างซุ้มขายน้ำทำหน้าตกตะลึงสร่างเมากัน “ถ้ายังไม่เลิกตั้งวง เดี๋ยวกูจะมาจับพวกมึงไปตรวจฉี่ยกวง” นักสืบหนุ่มขู่พลางหอบ

ฝ่ายวงเหล้าพยักหน้าขอโทษแล้วหลบตำรวจไป ทีนี้ชุดสืบสวนพาตัวชายต้องสงสัยเข้าห้องสืบ เตรียมสอบปากคำ

“มีอะไรค่อยๆ คุยกัน” เขาบอกแค่นี้ จากนั้นจึงส่งชุดสืบสวนเข้าไปกดดัน ทั้งปลอบ บอกให้รับสารภาพไป โทษจะได้เบาๆ พอชายต้องสงสัยปฏิเสธ ก็หยิบหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดเอาโทรศัพท์ไปขาย “มันโทรศัพท์คนตาย มึงเอาของเขามาได้ไง ลายนิ้วมือมึงก็ไปอยู่ที่ตัวศพ มึงเอามีดไปทิ้งไหน หลักฐานวิทยาศาสตร์นะ มันปิดไม่ได้นะ อย่าโกหกเลย หนักเป็นเบา มีอะไรก็ค่อยๆ ว่ามา” เขาย้ำด้วยน้ำเสียงขู่กึ่งปลอบ



สอบมาราธอนเกือบตี 3 ในที่สุดชายต้องสงสัยผู้ชั่งใจระหว่างพูดความจริงกับดื้อด้านโกหก ก็ตัดสินใจรับสารภาพว่า “ฆ่าเอกวิทย์ พิชัยณรงค์” หัวหน้าฝ่ายการตลาดของบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งมีอายุ 42 ปี ลูกสาว 7 ขวบ เมียอายุ 40 ปี

สอบสวน เกริก ไพรวุฒิ อายุ 22 ปีให้การว่า ตนทำงานเป็นคนส่งอาหารฟาสฟู้ดส์ และมักจะมาหาจ๊อบเสริม เนื่องจากภรรยาท้องแก่วัย 21 ปี ใกล้คลอด จึงต้องยอมเป็นผู้ชายขายน้ำ และรู้จักกับเอกวิทย์มาได้ 7 เดือนแล้ว

ขาหลงผมมาก บอกจะหย่ากับเมีย แล้วมาอยู่กับผม ไม่เอาครับ ผมทำงานเพราะหาเงินให้เมียคลอดลูก ผมบอกตรงๆ ไป เขาก็เลยบอกว่าอัดภาพตอนมีอะไรกับผม อัดเสียงตอนพูดคุยกัน จะให้ภรรยาผมดู จะไปลงอินเทอร์เน็ต ผมก็กลัวสิครับ เพราะเมียผมมันไม่รู้เรื่องด้วย”

“มึงก็เลยคิดแผนการมา”

รับ...ผมนัดเขา แล้วบอกจะไปลองอะไรแปลกๆ กัน ไปแถวที่เกิดเหตุ ขี่มอเตอร์ไซค์ผมไป จากนั้นก็เอามีดที่ซื้อมาแทงตอนเผลอ แล้วทำเป็นเอากระเป๋าสตางค์ไปทิ้ง เงินที่ได้ก็เก็บไว้ ทำเหมือนขโมยของ โทรศัพท์ก็เอาไปขาย ผมไม่อยากโดนแฉประจานว่าทำงานสายนี้”

ทุกคนเงียบ นักสืบหนุ่มถาม “แล้วไอ้คนตายมันรู้ชื่อจริง ที่อยู่บ้านมึงไหม”

ม่รู้ครับ ผมใช้ชื่อปลอมตลอด มันไม่มีทางรู้ตัวตนของผมแน่”

ร.ต.ท.จุดบุหรี่สูบ “ทำไมมึงไม่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แล้วไปขายที่อื่น หรือไปเวลาอื่น เท่านี้มันก็ไม่พบหน้ามึงแล้ว มันจะไปหาตัวมึงที่ไหน ชื่อก็ไม่รู้จัก เบอร์ก็ไม่มี”

เกริก ไพรวุฒิ มองหน้าตำรวจชุดสืบสวน “เอ่อ...” อ้าปากค้าง “จริงด้วยครับ”



มึงคิดอะไรอยู่...ฆ่าคนนะเว้ย!! โทษหนักเชียวนะ” ข้อหาปรากฎอยู่ในบันทึกคำให้การ ผู้ต้องหาเซ็นรับสารภาพ เช้านั้น ไปตรวจที่ห้องพัก พบเงินทอง บัตรคนตาย ไอ้เวรนี่ไม่เอาไปทิ้ง คงคิดไม่ตก จากนั้นก็ไปงมมีดแถวคลอง นักสืบหนุ่มโล่งใจที่ไม่ได้กลิ่นธูปอีก ประสานทางมูลนิธิส่งชุดประดาน้ำดำจนเจอมีดของกลางได้

หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยันว่ารอยนิ้วมือของเกริก มีอยู่ทั่วร่างเอกวิทย์

“นักสืบหนุ่ม” โทรศัพท์หาสารวัตรสืบ รองสืบ ผู้กำกับการโรงพัก มีการจัดงานแถลงข่าวใหญ่โต สื่อมวลชนมามากโข สารวัตรสืบเรียกเขามาพบ “เล่ามาสิว่า มึงจับมันได้ไง” เขาเล่าไปหมด

“เยี่ยม”

เมื่อถึงตอนแถลงข่าว สารวัตรสืบสวนเล่าเป็นคุ้งเป็นแควเหมือนจับเอง ทำเอาสื่อมวลชน นายตำรวจใหญ่ๆ ฟังแล้วตาลุกวาว “หึ!! อนาคตไปไกล” นักสืบหนุ่มคนจับตัวจริงถากถางในใจ ก่อนจะยิ้มอย่างปลงสังเวชในชีวิตคน

คืนนั้นชุดสืบสวนจัดงานเลี้ยง เปิดเพลงไทยเบาๆ “ทำได้เพียง” ของ 25 Hours กำลังบรรเลง ถือเป็นปกติเวลาจับคนร้ายได้ ตำรวจคงเหมือนกันทั่วโลก ทำงานได้สำเร็จก็นัดฉลองกันบ้าง ที่จริงน่าจะทุกอาชีพในโลกก็ว่าได้



“กูจัดการเรียบร้อยแล้วนะ” นักสืบหนุ่มพูดขึ้นมาลอยๆ ทั้งห้องทำหน้าสงสัย เสียงเปิดโซดาดังก้อง พอกับเสียงน้ำแข็งโรยลงแก้ว “อะไรครับหมวด”

“ก็วงเหล้าที่ด่ากูเป็นตุ๊ดไง กูจัดการแล้ว ให้สืบท้องที่จับตรวจฉี่ ม่วงด้วย ยัดห้องขังให้หมดเลย” ทุกคนหัวเราะ

“นักสืบหนุ่ม” เอนพิงเบาะ ฟังเพลงแล้วร้องคลอตามให้หายเหนื่อยกับวันเวลาที่ไม่ได้นอนให้เต็มอิ่มมาหลายวัน


ทันใดสะดุ้ง!! กลิ่นธูปโชยลอยมา...

ทุกคนได้กลิ่นกันหมด ในนี้เป็นห้องแอร์ไม่มีใครมาจุดธูปทำอะไรทั้งสิ้น...!! พลางนึกถึงการไขคดีฆาตกรรมต่างๆ นานา นัยว่าเหมือนจะมาขอบคุณที่ช่วยจับคนร้ายให้ได้ “จัดการให้แล้ว แต่บอกแล้วไง ว่าอย่ามาอีก!!”

“นักสืบหนุ่ม” ตวาดเสียงดัง!! ก่อนควักบุหรี่ขึ้นสูบจุดไฟกลางห้องแอร์...พร้อมกับที่
“กลิ่นธูป” จางหายไปในทันที!!
…..........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


บทความที่เกี่ยวข้อง

'นักสืบหนุ่ม'ไขคดีจากกลิ่นธูป ผลงานไสยศาสตร์ ตอน 1  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 4