อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ส่งเสริม'ปลูกไม้ 3 อย่าง' ร่วมสืบสานแนวพระราชดำริ

สัปดาห์นี้ชวนปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งเป็นโครงการของในหลวง ร. 9 ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูป่าไม้ ปลูกอย่างไรไปดูกัน? พุธที่ 13 กันยายน 2560 เวลา 09.00 น.


สืบเนื่องจากทรัพยากรป่าไม้ถูกบุกรุกยึดครองไปเป็นจำนวนมาก จากหลากหลายสาเหตุและการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพที่สมบูรณ์ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลให้ ธรรมชาติเกิดความไม่สมดุล ทำให้ในบางคราวก็แล้งจัด บางคราวก็เกิดน้ำท่วมจนอยู่ในระดับอันตราย ทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก

โดยที่ผ่านมารัฐได้แก้ไขและทุ่มเท ซึ่งได้ใช้ทรัพยากรและเงินงบประมาณไปเป็นจำนวนมากมาย แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขและรับมือได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างอย่างรุนแรง ต่อเรือกสวน ไร่นา โรงงานอุตสาหกรรม บ้านเรือนและอาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะคนยากจนในชนบท แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร และผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนทรงอยู่ในพระเนตรพระกรรณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสมอมา โดย...



ในปี 2519 ทรงมีพระราชดำริ ณ หน่วยพัฒนาต้นน้ำทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทนควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม

โดย
“การปลูกไม้ 3 อย่าง” คือไม้ผล ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ จะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสาน จึงสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐและวิถีประชาในชุมชน อันเป็นทฤษฎีการปลูกต้นไม้ในใจคน ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนให้ปลูกและดูแลต้นไม้ด้วยตนเอง

ในปี 2525 พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริให้จัดตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ โดยให้แนวทางในการปลูกไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำว่า...การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ ให้เขาอยู่ได้ ให้ปลูกไม้ 3 อย่าง คือไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ ซึ่งจะให้ประโยชน์ 4 อย่าง คือได้ไม้กินได้ ได้ไม้ใช้สอย ได้ไม้เศรษฐกิจ และได้ไม้ที่สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธารด้วย



สำหรับ
 “พันธุ์ไม้ทั้ง 3 ประเภท”  ที่เหมาะแก่การใช้ปลูก พระองค์ทรงเน้นให้ใช้พันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ควรปลูกในสภาพพื้นที่ที่เสื่อมโทรมหรือใกล้บริเวณป่า เพื่อการพึ่งพิงของราษฎรที่อยู่บริเวณใกล้หมู่บ้านหรือชุมชน โดยการปลูกเสริมป่าในลักษณะธรรมชาติ เมื่อต้นไม้โตขึ้น พื้นที่จะมีสภาพเป็นป่าธรรมชาติ ดังนี้...

1.ไม้ใช้สอย เป็นไม้สำหรับการหุงต้ม เป็นฟืนถ่าน และเป็นเชื้อเพลิงของชุมชน รวมทั้งเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือทางการเกษตร เครื่องจักรสานและอื่นๆ ได้แก่ สะเดา ขี้เหล็ก ตีนเป็ด มะขามป้อม ตะคร้อ หว้า ไม้ไผ่ เป็นต้น

2.ไม้กินได้ เป็นไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพรของชุมชน ได้แก่ มะหาด สมอไทย เพกา มะม่วงป่า ลำไย มะเม่า มะไฟ หวาย ผักหวานป่า เป็นต้น

3.ไม้เศรษฐกิจ เป็นไม้ที่สามารถนำไปใช้ในการปลูกสร้างและตกแต่งอาคารบ้านเรือน ได้แก่ สัก ประดู่ แดง เต็ง รัง พลวง พะยอม ตะเคียน ไม้ไผ่ เป็นต้น



นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนคนไทยได้น้อมนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน และการดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติสุข ที่เกื้อกูลความสมดุลของระบบนิเวศด้วยวิถีทางธรรมชาติที่ยั่งยืน

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควรรับผิดชอบให้มีการเร่งรัดและส่งเสริมการปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ให้ครอบคลุมทุกชุมชนอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

และหากมีพื้นที่ต้นแบบหรือพื้นที่ตัวอย่างที่ดำเนินการแล้วประสบความสำเร็จ ควรนำออกเผยแพร่สู่สาธารณะ และประชาชนโดยทั่วไป ให้ได้รับรู้ เข้าใจ และพร้อมร่วมมือ ร่วมใจกันสืบสานตามแนวพระราชดำริต่อไป.


…...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอขอบคุณภาพจาก กมธ.สิ่งแวดล้อม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 75