อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ขยะมูลฝอย"...มหันตภัยใหญ่ของโลก!!

สัปดาห์นี้มีเรื่องน่ากลัวที่เรามองข้ามไป คือปริมาณขยะมูลฝอยล้นโลก!! หากกำจัดไม่หมดสิ้น กลายเป็นมหัตภัยที่มนุษย์ต้องเผชิญ เลวร้ายแค่ไหนไปติดตามกัน พุธที่ 27 กันยายน 2560 เวลา 09.00 น.


สถานการณ์ขยะมูลฝอย เฉพาะใน ปี 2559 ประเทศไทยผลิตขยะออกมาไม่น้อยกว่าจำนวน 74,130 ตัน ประมาณ 27.06 ล้านตันต่อวัน คิดเป็นอัตราการเกิดขยะมูลฝอยที่ 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ดูจากปริมาณของขยะในแต่ละวันแล้ว น่าสะพึงกลัวมาก...!!

แต่หากดูต่อไปยิ่งน่ากลัวไปอีก เพราะพบว่า... “ปริมาณขยะมูลฝอย” ที่ถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 9.75 ล้านตันต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 62 ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เก็บขนได้ ส่วนที่เหลือนำไปกำจัดไม่ถูกต้อง 6.01 ล้านตันต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่เก็บขนได้

และมีตกค้างในพื้นที่กำจัดไม่ถูกต้องอีก 6.22 ล้านตันต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 22 ของปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ ปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่สามารถคัดแยก เพื่อนํากลับมาใช้ประโยชน์ทั้งหมดประมาณ 5.81 ล้านตัน ต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 21 ของปริมาณขยะมูลฝอยชุมชน ที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ (กรมควบคุมมลพิษ,2559)

จากตัวเลขหรือข้อมูลดังกล่าว จำนวนของ “ขยะมูลฝอย” ที่สะสมต่อเนื่องมาจะล้นประเทศและท่วมเมืองในอีกไม่ช้า จะเกิดผลร้ายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมากมาย วิธีการที่ใช้แบบปกติธรรมดาทุกวันนี้ไม่สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยได้ แม้จะใช้ความพยายามแล้วก็ตาม เพราะเป็นปัญหาใหญ่เกินที่นโยบายและการปฏิบัติแบบที่ผ่านมาจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้



รัฐบาลต้องใช้ทุกวิถีทาง คือใช้การบังคับกฏหมายที่เข้มข้น และทุ่มเทงบประมาณอย่างเต็มที่ไปสู่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทโดยตรง ให้สามารถเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหานี้ โดยเฉพาะความตระหนักและสำนึกรู้ของประชาชนต่อปัญหานี้

จังหวัดพัทลุง มีปริมาณขยะเกิดขึ้นวันละประมาณ 525 ตัน/วัน มีปริมาณขยะมูลฝอยที่นำไปกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 35 ตัน (กรมควบคุมมลพิษ,2559), (หมายเหตุ : ข้อมูล ณ เดือน ส.ค.2560 ได้เพิ่มเป็น 46 ตัน/วัน) ส่วนที่เหลือนำไปกำจัดไม่ถูกต้อง และมีตกค้างในพื้นที่และกำจัดไม่ถูกต้องอีก 67,052.19 ตัน (กรมควบคุมมลพิษ,2559), (หมายเหตุ : ข้อมูล ณ เดือน ส.ค.2560 ลดลงเหลือหนึ่งหมื่นกว่าตัน/วัน)

จากข้อมูลและตัวเลขดังกล่าว พบว่าจังหวัดพัทลุงประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายวันชัย คงเกษม และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรเดช อัคราช และทุกหน่วยงาน ต่างร่วมมือกันแก้ไขอย่างต่อเนื่องมา หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าปัญหานี้จะหมดไปได้ เพราะดูภาพรวมจากสายตาก็พบว่าบ้านเมืองของพัทลุง ดูดีและสะอาดขึ้น



จากการศึกษาพบว่าขยะมูลฝอยมีพิษร้ายและผลกระทบอย่างมากมาย เช่น

1.ความสกปรก ไม่เป็นระเบียบ มูลฝอยที่ตกค้างจะสร้างความรำคาญ ส่งกลิ่นเหม็น ทำให้ชุมชนขาดความเป็นระเบียบ ไม่น่าอยู่

2.เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค มูลฝอยที่มีเศษอาหารปะปนและเหลือตกค้างจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของ แมลงสาบ แมลงวันและหนู ซึ่งเป็นสัตว์พาหะนำโรค

3.มีสารพิษปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม มูลฝอยอันตรายบางอย่าง เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ ซึ่งมีสารโลหะหนักบรรจุอยู่ เมื่อปนเปื้อนสู่ดินและน้ำ จะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ และเมื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพคนเราและสิ่งแวดล้อมได้

4.ทำให้แหล่งน้ำเน่าเสีย ขยะมูลฝอยประเภทอินทรีย์ (ย่อยสลาย) เมื่อถูกทิ้งปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ จะถูกจุลินทรีย์ในน้ำย่อยสลายทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย

5.ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน การฝังกลบมูลฝอยไม่ถูกวิธีทำให้เกิดก๊าซมีเทน ส่วนการเผามูลฝอยทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเมื่อถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ ก๊าซเหล่านี้จะเป็นก๊าซเรือนกระจก เป็นสาเหตุการเกิดภาวะโลกร้อน



วิธีการคัดแยกขยะแต่ละประเภท

การคัดแยกขยะแม้เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายแต่กลับสามารถแก้ไขปัญหาใหญ่นี้ได้ โดยการคัดแยกออกเป็น 4 ประเภท และมีวีธีการคัดแยก ดังนี้คือ

1.ขยะอินทรีย์ ได้แก่ เศษพืช ผัก เศษอาหาร (ของที่มาจากธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้) คัดแยกโดยนำไปทำน้ำหมัก ปุ๋ยหมัก เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

2.ขยะรีไซเคิล เป็นขยะที่ขายได้ ได้แก่ กระดาษ แก้ว พลาสติก โลหะและอโลหะ คัดแยกใส่ภาชนะรองรับไว้แต่ละชนิดเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า สำหรับสิ่งของบางอย่างก็สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือมาประดิษฐ์ของใช้รูปแบบใหม่ได้ ถือเป็นการใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

3.ขยะทั่วไป ได้แก่ โฟม ถุงพลาสติก ซองบะหมี่ ซองกาแฟ เปลือกลูกอม ฯลฯ เป็นขยะที่จัดการยากไม่คุ้มค่าต่อการจัดการ ขยะประเภทนี้ควรแยกไว้แล้วส่งต่อให้ อปท. นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป และทางที่ดีเราควรลด และปฏิเสธ การใช้ขยะเหล่านี้เพื่อไม่ต้องมาเป็นภาระต่อการจัดการ

4.ขยะอันตราย ได้แก่ หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอร์รี่มือถือ ให้คัดแยกและรวบรวมเพื่อส่งต่อให้แก่ อปท. ได้ส่งต่อไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป



ประโยชน์ของ การคัดแยกขยะ จะทำให้เราสามารถลดปริมาณขยะลง โดยสามารถนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ได้ (เรียกว่า วัสดุเหลือใช้ เนื่องจากยังไม่ได้ทิ้งจึงไม่ถือเป็นขยะ) มาหมุนเวียนมาใช้ประโยชน์ได้ง่ายและถูกวิธีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างรู้ค่าและคุ้มค่าที่สุด

ปัญหา “ขยะมูลฝอย” เป็นมหันตภัยของประเทศและของโลก หากการกำจัดไม่หมดสิ้นและไม่ถูกวิธีจะมีผลกระทบอย่างมากมายต่อประชาชนโดยเฉพาะเรื่องคุณภาพชีวิต จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทุกคนร่วมกันช่วยแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและทันที!!
….........................................
คอลัมน์ : พุ่มไม่ไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก สุรเดช อัคราช , www.phatthalung.go.th


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 106