อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ฟรีปั๊ม!!"สำคัญไฉน??

“ฟรีปั๊ม”หรือ“พัดลมฟรีคลัตช์” คือพัดลมขนาดใหญ่ นิยมติดตั้งอย่างแพร่หลายในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ทำหน้าที่ดูดอากาศให้ไหลผ่านหม้อน้ำเพื่อระบายและรักษาระดับความร้อนของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม ศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น.

คุณปิ๋ว จากฝั่งธน ส่งอีเมล์เข้ามาสอบถามสรุปใจความได้ว่า ใช้รถเบนซ์ 300D บอดี้ W 123 ระยะหลังรถเริ่มมีปัญหาความร้อนขึ้นสูง เข้าอู่ตรวจเช็ก ช่างล้างหม้อน้ำ-เปลี่ยนวาวล์น้ำให้ แต่เมื่อนำรถกลับมาใช้ก็ยังมีปัญหาความร้อนอยู่เ กลับไปที่อู่เดิมอีกครั้ง คราวนี้ช่างแจ้งว่าปัญหาเกิดจาก“ฟรีปั๊ม”พัดลมเสีย จึงอยากสอบถามว่าอาการดังกล่าวเกิดจาก“ฟรีปั๊ม”เสียจริงหรือไม่

จากคำถามข้างต้น หากตรวจสอบระบบหล่อเย็นทั้งหมดแล้วปกติดี ให้ลองดับเครื่องยนต์ แล้วใช้มือจับใบพัดลมขยับดู หากรู้สึกหนืดเล็กน้อยหรือไม่หนืดเลย แสดงว่า “ฟรีปั๊ม” เสื่อมสภาพ ทั้งนี้ใน “ฟรีปั๊ม”บางรุ่นสามารถ ผ่าเติมน้ำยาได้ ส่วนรุ่นไม่สามารถผ่าได้ต้องเปลี่ยน “ฟรีปั๊ม” ใหม่สถานเดียว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงจะสับสนกับการทำงานของเจ้า “ฟรีปั๊ม” กันอยู่บ้าง “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำทุกท่านมารู้จักเจ้า“ฟรีปั๊ม”กัน

ฟรีปั๊ม”มีชื่อจริงว่า “พัดลมฟรีคลัตช์” คือพัดลมขนาดใหญ่ นิยมติดตั้งอย่างแพร่หลายมาจากผู้ผลิตรถยนต์ ในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน โดย “ฟรีปั๊ม” จะมีใบพัดลมประกอบอยู่ด้วยเพื่อจะทำหน้าที่ดูดอากาศให้ไหลผ่านหม้อน้ำเพื่อระบายและรักษาระดับความร้อนของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม

การทำงาน ภายในตัว “ฟรีปั๊ม” จะมีน้ำยา(ซิลิโคน)ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือเมื่อรับเอาอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะมีความหนืดเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อติดเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ตัว”ฟรีปั๊ม” จะยังมีความหนืดที่ไม่มาก ส่งผลให้พัดลมยังไม่แรงนัก แต่เมื่อความร้อนเพิ่มสูงขึ้น และถูกพัดมาสัมผัสครีบของตัวฟรีปั๊มความร้อนที่ได้รับมาก็จะไปมีผลทำให้น้ำยาภายในขยายตัว ก็จะส่งผลให้ฟรีปั๊มหนืดขึ้นโดยอัตโนมัติ

เมื่อเราใช้งานรถยนต์มาเป็นเวลานาน เกิน 1 แสนกิโลเมตร แล้วเกิดปัญหาความร้อนเพิ่มสูงขึ้นตรวจสอบหม้อน้ำและระบบหล่อเย็นหากยังปกติดี “ฟรีปั๊ม”ก็หนีไม่พ้นต้องตกเป็นจำเลย โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากน้ำยาภายในรั่วซึมหรือ เสื่อมสภาพ ส่งผลให้มีความหนืดไม่มากพอ จนไม่สามารถระบายความร้อนจากหม้อน้ำได้ทัน แต่อาการดังกล่าวจะค่อยเป็นค่อยไป ทำให้มีเวลาเตรียมตัวนำรถเข้าซ่อม

เทคนิคควรรู้

วิธีตรวจสอบ“ฟรีปั๊ม”



-ดับเครื่องยนต์แล้วใช้มือจับใบพัดลมขยับดู หากไม่รู้สึกหนืดหรือหนืดเพียงเล็กน้อยนั้นเป็นลางบอกเหตุให้รู้ว่าถึงเวลาต้องดูแล “ฟรีปั๊ม” กันแล้ว

-วิธีซ่อม หากไม่มีการรั่วซึม ช่างจะทำการผ่า “ฟรีปั๊ม” ออกแล้วเติมน้ำยาเข้าไปใหม่ แต่หากซีลรั่ว-ลูกปืนแตก-หรือไม่สามารถผ่าเติมน้ำยาได้ ก็ต้องเปลี่ยน “ฟรีปั๊ม”ใหม่

-การเติมน้ำยา “ฟรีปั๊ม” ส่วนใหญ่ในร้านอะไหล่บ้านเรา มักมีน้ำยาอยู่ 2 เบอร์คือ10000Cst และเบอร์ 30000Cst ทั้งนี้หากนำยาพร่อง ให้ใช้เบอร์10000Cst เติมลงไป1ขวด แต่หากเป็นเบอร์ 30000Cst ซึ่งมีความหนืดสูงกว่าไม่ควรเติมเกินครึ่งขวด กรณี เอาน้ำยาเก่าออกจนหมด เติมเบอร์10000Cst หลอดครึ่งถึง2หลอด แต่ถ้าเป็นเบอร์ 30000Cst ให้เติมไม่เกิน ขวด

-หากเติมมากเกินไป ส่งผลให้กินกำลังเครื่องยนต์ อีกทั้งในยามขับขี่ที่รอบสูง ๆ เสียงพัดลมจะดังเข้าห้องโดยจนน่ารำคาญ และยังอาจทำให้ซีล “ฟรีปั๊ม” แตกในที่สุด

...............................................


คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ

โดย “ช่างเอก”

….............................

ขอบคุณข้อมูลจาก

-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 44