อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เงื่อนไข 7ข้อผลักดัน'ไทยแลนด์4.0' ของกระทรวงทส.

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงเงื่อนไข 7 ข้อที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องร่วมกันทำ เพื่อช่วยรัฐบาลผลักดันแนวคิดไทยแลนด์ 4.0 มีอะไรบ้างไปอ่านกัน พุธที่ 4 ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น.


ประเทศไทยจะเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ได้หรือไม่นั้น คงจะต้องอยู่ที่ว่าทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ตลอดจนภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้ความร่วมมือกันแค่ไหน ซึ่งบางหน่วยงานก็ทำไปได้ไกลแล้ว บางหน่วยงานก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก อย่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ก็ต้องช่วยกันทำอีกหลายอย่างเพื่อที่จะช่วยรัฐบาลผลักดันแนวคิด “ไทยแลนด์ 4.0” ให้ประสบความสำเร็จได้ เช่น

1.ต้องช่วยบริหารจัดการน้ำ ทั้งภาคการผลิต คือ การดูแลป่าต้นน้ำ การดูแลแหล่งน้ำ คุณภาพน้ำ ทั้งน้ำเพื่อการบริโภค อุปโภค และเพื่ออุตสาหกรรม ตลอดจนดูแลเรื่องการขาดแคลนน้ำ และปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำเสีย ซึ่งนับวันปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ และไม่ควรผลักภาระค่าใช้จ่ายให้เป็นภาระของคนยากจน



2.ต้องกำกับควบคุมให้โรงงานอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) คือ การจัดการอุตสาหกรรมหรือโรงงาน ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กระบวนการผลิตให้มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Waste Recovery) ใช้เทคโนโลยีที่สะอาด (Clean Technology) ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Product) มีการแลกเปลี่ยนของเสียที่จะเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานอื่นๆ (Industrial Symbiosis)



3.ต้องขจัดการความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้านให้เสร็จสิ้นหรือให้ยุติลงทั้งหมด ข้อขัดแย้งดังกล่าว เช่น แนวเขตป่าต้องชัดเจน ใช้แผนที่มาตราส่วนเดียวกันทั้งหมดทุกหน่วยงาน การตรวจสอบสิทธิ์ต้องทำการโดยเร็วและเป็นธรรม และเสมอภาค ไม่ใช่จัดการเฉพาะกับคนจน ส่วนคนรวยลอยคออยู่อย่างไรก็ได้

4.ข้อมูลข่าวสารของรัฐต้องถูกต้องตรงไปตรงมา และการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐ ต้องเที่ยงตรงแม่นยำ ไม่ใช่ใช้รูปแบบโฆษณาชวนเชื่อ เป็นเครื่องมือหลอกชาวบ้าน และเจ้านายตัวเอง เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตัวเอง เพราะหากใช้ข้อมูลผิดพลาดคลาดเคลื่อน จะทำให้การวางแผนการดำเนินงานผิดพลาดบกพร่องได้

เช่น การยึดคืนฝืนป่า ถ้ายึดคืนมาได้ 400,000 ไร่จริง ก็ควรปลูกป่าฟื้นฟูได้ทั้งหมด ไม่ใช่พื้นที่ที่ถูกยึดคืนยังเป็นสวนยางที่ยังกรีดได้อยู่ทุกวันเป็นปกติ หรือที่เป็นรีสอร์ท ถูกยึดคืนแล้วแต่ยังเปิดบริการอยู่ หรือยังบางพื้นที่เป็นไร่ข้าวโพด ก็ยังอยู่ไม่ลดลงแต่อย่างใด หากพฤติกรรมการทำงานเป็นเช่นนี้ ก็จะไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาได้



5.ต้องป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตลอดจนเอาผิดลงโทษอย่างจริงจัง การเรียกรับผลประโยชน์ต้องยุติลงโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่หัวไม่ส่ายแต่ระดับล่างยังหาประโยชน์เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เช่น เงินรายได้อุทยานฯ ทางทะเลฝั่งอันดามันเพิ่มขึ้นแล้วทุกอุทยานฯ แต่ฝั่งอ่าวไทยยังไม่เพิ่มตามจำนวนปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ลองให้ ปปท. หรือ ปปช ส่องดูจะรู้ว่าบางอุทยานฯ ยังหาผลประโยชน์อยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีผู้มีอำนาจยังคอยยืนบังให้

6.ต้องปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวง ทส.โดยใช้ระบบธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง เพราะประเทศไทยต้องใช้คนที่เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถในการทำงาน ไม่ใช่ปล่อยให้พวกที่เติบโตมาจากซื้อขายตำแหน่งแล้วมาหาผลประโยชน์เพื่อส่งต่อ หรือเป็นพวกขี้ข้านักการเมืองที่หลับหูหลับตารับใช้จนได้ดี แล้วคนประเภทนี้ยังหลงเหลือและมีอำนาจอยู่อีกหลายคนในกระทรวงฯ จึงควรขจัดให้หมดสิ้นไปด้วย การเกรงใจไม่กล้าโยกย้าย รังแต่จะสร้างความเสียหายให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น



7.ต้องมีการปฏิรูปการทำงานทั้งหมด ทั้งการป้องกันรักษาป่า ต้องได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ให้มีการสูญเสียพื้นที่ป่าอีกต่อไปแม้แต่ไร่เดียว การฟื้นฟูป่าก็ต้องได้ครบถ้วน ไม่ใช่ได้ผลเพียงลมปากจากการแถลง แต่ไม่พบฝืนป่าที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด มีการหาผลประโยชน์เป็นของส่วนตนจากทรัพยากรธรรมชาติที่ควรเป็นของประเทศชาติและประชาชนทุกคนอยู่อย่างต่อเนื่อง



ประเทศไทยจะเป็น “ไทยแลนด์ 4.0” ตามแนวคิดของนายกรัฐมนตรี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หรือไม่นั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมนตรีว่าการ พล..สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ มีส่วนสำคัญอย่างแน่นอน ขอให้ท่านเลิกเกรงใจใครบางคน โดยการทิ้งทวนแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อสร้างผลงานในปีสุดท้ายนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ อย่าปล่อยให้คนไม่ดี และไม่มีผลงานยังคงลอยนวลอยู่เช่นนี้ครับ
…...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 56