อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'เมืองลับแลอูโมจา' ถิ่นต้องห้ามสำหรับผู้ชาย!!

สัปดาห์นี้มีเรื่องเล่าของหมู่บ้านประหลาดแห่งหนึ่งในเคนยา มีกฎเหล็กห้ามผู้ชายเข้าเด็ดขาด!! ในพื้นที่จึงมีแต่ผู้หญิงกับเด็กๆ ว่าแต่พวกเธอตั้งท้องกับใครกัน?? อยากรู้ต้องอ่าน!! ศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00 น.


ประเทศไทยเรามีตำนานเล่าขานกันเรื่อง “เมืองลับแล” เมืองที่มีแต่ผู้หญิงไม่มีผู้ชายเลย แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงหรือไม่ที่ต่างประเทศก็มีเมืองลับแลจริงๆ นะคะ ที่เด่นชัดที่สุดตั้งอยู่ใน ประเทศเคนยา อันที่จริงจะว่าเป็นเมืองก็อาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้นเรียกว่าเป็น “หมู่บ้าน” น่าจะดีกว่า หมู่บ้านนี้ชื่อว่า “อูโมจา” เป็นพื้นที่ที่มีแต่ผู้หญิงอาศัยอยู่

และกฎเหล็กของหมู่บ้านก็คือ “ห้ามผู้ชายเข้าเด็ดขาด” ในหมู่บ้านจึงไม่มีผู้ชายอยู่เลยสักคนเดียว เรามาทำความรู้จักกับ “เมืองลับแล” ในต่างแดนแห่งนี้กันดีกว่าค่ะ

หมู่บ้านที่ชื่อ “อูโมจา” อันที่จริงเป็นแหล่งพักพิงของผู้หญิงที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือเป็นผู้รอดชีวิตจากการถูกผู้ชายทำร้าย ดังนั้นสังคมที่นี่จึงเป็นสังคมที่มีแต่ผู้หญิง หนึ่งในผู้อยู่อาศัยชื่อ “เจน” เปิดเผยว่า เธอเคยถูกผู้ชาย 3 คนรุมข่มขืนขณะออกจากบ้านมาเลี้ยงสัตว์ เธอเก็บเรื่องนี้อยู่นาน พอบอกสามีก็ถูกสามีทำร้ายตบตี “เจน” จึงหนีออกจากบ้านพร้อมลูกๆ มาอยู่ที่อูโมจาแห่งนี้



ส่วน “อูโมจา” เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตชนเผ่าแซมบูรู ทางตอนเหนือของเคนยา รอบหมู่บ้านจะถูกล้อมด้วยรั้วลวดหนาม เมื่อ “เจน” มาถึงคนที่อยู่ในหมู่บ้านก่อนแล้วก็จะมาต้อนรับด้วยการเต้นและร้องเพลง พวกเขาเลี้ยงชีพด้วยการทำหัตถกรรมพื้นบ้านและขายอัญมณีให้กับนักท่องเที่ยว

หมู่บ้านนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2533 โดยกลุ่มผู้หญิง 15 คนที่รอดชีวิตจากการถูกข่มขืนโดยทหารอังกฤษท้องถิ่น ตอนนี้คนที่เข้ามาอยู่ในอูโมจาไม่ใช่แค่เหยื่อที่เคยถูกข่มขืนเท่านั้น แต่เป็นพวกที่หลบหนีการแต่งงานเด็ก การขลิบอวัยวะเพศผู้หญิงและปัญหาครอบครัว

คนที่ก่อตั้งอูโมจาขึ้นมาคือ “เรเบคกา โลโลโซลี” เธอเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีท้องถิ่น แต่ดันไปเหยียบตาปลาผู้ชายในเผ่าเข้า โดนซ้อมน่วมเข้าโรงพยาบาลปางตาย เธอเลยไม่ยอมถูกกดขี่เหมือนเดิม ออกมาตั้ง “หมู่บ้านอูโมจา” เพื่อให้เป็นที่ลี้ภัยสำหรับผู้หญิงในท้องถิ่น พอตั้งเสร็จผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกก็เป็นผู้หญิงจากเผ่าแซมบูรูนั่นแหละ เมื่อเรื่องของอูโมจาถูกเล่าขานกันปากต่อปากก็เริ่มมีผู้หญิงและเด็กผู้หญิงตามพื้นที่ต่างๆ หลั่งไหลกันเข้ามาพึ่งพิง



พวกเธอเรียนรู้ที่จะทำการค้า เลี้ยงลูก และอยู่โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะมีผู้ชายคนไหนมาทำร้ายพวกเธอได้อีก ตอนนี้อูโมจามีสมาชิกเป็นสตรีทั้งหมด 47 คน และเด็กๆ อีก 200 คน แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ที่นี่จะต้องประหยัดสุดฤทธิ์ แต่ผู้ที่เลือกที่จะอยู่ก็ต้องต่อสู้เพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง ส่วนพวกแกนนำหมู่บ้านก็จะจัดตั้งแคมป์อยู่ริมฝั่งแม่น้ำใกล้กับพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวซาฟารี บางครั้งพวกคนที่มาเที่ยวก็จะผ่านเข้ามาที่อูโมจาด้วย ทำให้พวกเธอสามารถเก็บค่าเข้าชมหมู่บ้านได้เล็กน้อย

การยืนหยัดที่จะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านนี้ทำให้ “คุณโลโลโซลี” ต้องเผชิญแรงกดดันและการขู่เข็ญจากผู้ชายรอบข้างเยอะ แต่เธอก็ยังภาคภูมิใจที่ก่อตั้งอูโมจา และดำเนินมันมาถึง 25 ปีแล้ว นอกจากที่นี่จะเป็นที่ลี้ภัยให้กับผู้หญิงที่ถูกรังแก คนที่เคยถูกรังแกนี่แหละ บางครั้งก็จะออกไปให้ความรู้แก่ผู้หญิงที่อยู่รอบๆ หมู่บ้านเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานเด็กและการขลิบอวัยวะเพศหญิง ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตราย

ที่อูโมจาจะมี “ต้นไม้แห่งการพูด” เป็นที่ๆ ทุกคนในหมู่บ้านจะมารวมตัวกันเพื่อเปิดอกคุยถึงอดีตที่ผ่านมาของตน “คุณเมมูซี” สาวที่ทำหน้าที่เป็นคนต้อนรับนักท่องเที่ยวเมื่อพวกเขาเข้ามาที่หมู่บ้านบอกว่า เธอหนีจากสามีหลังจากแต่งงานได้เพียงวันเดียว เพราะพ่อของเธอขายเธอให้กับสามีวัย 57 ปี แลกกับวัวตอนที่เมมูซีอายุได้เพียง 11 ขวบ และเหมือนกับ “จูเดีย” วัย 19 ปีที่หนีออกจากบ้านตอนอายุ 13 ปี เพราะต้องการหนีจากการถูกขายไปแต่งงาน ตอนนี้จูเดียบอกว่าเธอมีอิสระมากๆ



แม้ว่า “อูโมจา” จะเป็นหมู่บ้านผู้หญิงล้วนแต่ก็มีเด็กๆ วิ่งเล่นกันอยู่เต็มไปหมด...แล้วเด็กพวกนี้มาจากไหน? สาวๆ ที่นั่นตอบชัดว่าพวกเธอยังคงชอบผู้ชายอยู่นั่นแหละ แต่พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่ พวกเธอยังต้องการมีลูกแม้จะไม่ได้แต่งงานก็ตาม ส่วนผู้ชายคนเดียวที่ดูเหมือนจะได้รับอภิสิทธิ์ คือ “โลทูคอย” เขามาที่นี่ทุกวันก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเพื่อมาดูแลฝูงสัตว์ให้กับผู้หญิงในหมู่บ้าน

เขาบอกว่า “ที่นี่จะแปลกๆ เพราะเด็กๆ เยอะไปหมด แต่ไม่เห็นผู้ชายเลยสักคน หมายความว่าผู้หญิงเหล่านี้ออกไปหาผู้ชายข้างนอกน่ะสิ แม้แต่คนในหมู่บ้านข้างๆ ก็รู้ว่าพวกผู้ชายจะแอบเข้ามาตอนกลางคืน หรือบางทีผู้หญิงในอูโมจานี่แหละออกไปหาผู้ชายในเมืองเอง”



ส่วนหนึ่งในสาวของ “หมู่บ้านอูโมจา” ก็แจกแจงว่า เธอมีลูกตั้ง 5 คนแล้ว คนละพ่อกันหมดเลย แม้ว่าการมีลูกทั้งที่ยังไม่แต่งงานจะขัดต่อขนบธรรมเนียมอันดีงาม แต่การไม่มีลูกเลยนี่ยิ่งแย่กว่า พวกเธอก็จะอดทนทำงานเพื่อเลี้ยงดูเด็กๆ ที่เกิดมาต่อไป

“หมวยเล็ก” ว่ามีคอมมูนิตี้แบบนี้ก็ดีนะ ดีกว่าต้องให้ผู้หญิงพวกนี้ทนรับประทานมือเท้าสามีอยู่ที่บ้าน เพราะว่าที่ “อูโมจา” แห่งนี้พวกเธอสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดต่อสู้เพื่อชะตากรรมตัวเองได้หลังจากผ่านเรื่องราวเลวร้ายในชีวิต เหมือนได้เกิดใหม่ แต่การออกไปหาผู้ชายที่ในเมืองนี่ก็แซ่บไปนิด จะให้ดีคงต้องให้การศึกษาเรื่องการคุมกำเนิดและการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีด้วย ไม่เช่นนั้นนี่เท่ากับหนีเสือปะจระเข้เลยค่ะ



….......................................
คอลัมน์ : มุดรั้วบ้านเพื่อน
โดย “หมวยเล็ก”


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : Theguardian @Georgina Goodwin for the Observer

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 543