อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ข้อห้าม-ข้อเสนอใหม่! รักษาแหล่งเที่ยวในเขตอนุรักษ์

สัปดาห์นี้มีข้อห้ามสำหรับนักท่องเที่ยวและข้อเสนอแนะใหม่เพื่อรักษาแหล่งท่องเที่ยวในเขตอนุรักษ์ว่ามีอะไรบ้างไปอ่านกัน พุธที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น.


พื้นที่โซนบริการของเขตอนุรักษ์ หรือพื้นที่ที่จัดแบ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทั้งอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนป่า หรือที่เรียกชื่ออื่นมี “นักท่องเที่ยว” เข้าไปใช้บริการทั้งเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ รับประทานอาหาร และพักแรม

จากสถานการณ์นี้พบว่า...มีแนวโน้มที่จะมี “นักท่องเที่ยว” เข้าไปท่องเที่ยวหรือใช้บริการมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นจะต้องมีกฏกติกามารยาทเพื่อคอยควบคุมกำกับ ไม่ให้มีผลกระทบต่อสถานที่ท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวด้วยกัน ตลอดจนไม่ให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม



ข้อเสนอดังต่อไปนี้แม้บางส่วนได้ดำเนินการไปแล้วและได้ผลเป็นอย่างดี แต่บางส่วนการบังคับใช้ยังไม่เคร่งครัด และข้อเสนอบางส่วนยังเป็นเรื่องใหม่ที่อยากให้ดำเนินการ เช่น...

1.ห้ามอาบน้ำ สระผม โดยใช้สบู่ หรือยาสระผมในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก แม่น้ำ ลำคลอง หรือริมทะเล เพราะจะทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย มีสารเคมีมาเจือปน ส่งผลกระทบต่อน้ำที่เป็นน้ำอุปโภค และบริโภค รวมทั้งกล่องสบู่และขวดยาสระผม ก็จะเป็นขยะที่กำจัดยาก ลอยกระจายอยู่ในลำน้ำ กลายเป็นมลพิษทางสายตา หรือทัศนะอุจาด การห้ามอาบน้ำและสระผมในที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด จะทำให้เป็นการอนุรักษ์น้ำและลำน้ำ ให้มีความสวยงามยั่งยืนต่อไป



2.ห้ามหรือจัดพื้นที่รับประทานและดื่มกินในพื้นที่อนุรักษ์ เพราะจากการศึกษาพบว่าการให้นำอาหาร เหล้ายาปลาปิ้งเข้ามารับประทานอย่างอิสระ เกิดผลเสียมากมาย เป็นการสร้างขยะ และอาจมีเสียงดัง เอะอะโวยวายจากการดื่มของมึนเมา ทำให้รบกวนก่อความรำคาญให้กับ “นักท่องเที่ยว” ที่ต้องการความสงบ

ส่วนที่เป็นขยะ ก็เป็นภาระในการจัดเก็บเป็นอย่างมาก เพราะแหล่งท่องเที่ยวบางที่อยู่ในพื้นที่สูง บางแห่งอยู่ในป่าลึก บางแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเกาะแก่งอยู่กลางทะเล ซึ่งยากแก่การจัดเก็บ ลำเลียงและกำจัด ทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย



3.การควบคุมพื้นที่สำหรับการสูบบุหรี่ ในสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ เพราะนอกจากจะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ กระทบต่อนักท่องเที่ยวด้วยกันแล้ว ซองและก้นบุรี่เป็นขยะ โดยเฉพาะชายหาด จากรายงานของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รายงานว่ามีขยะทางทะเลที่เกิดจากการสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นและซองบุหรี่ให้เป็นขยะ ทั่วโลกประมาณ 4.5 ล้านก้นต่อปี ในจำนวนนี้แปลงเป็นขยะประมาณ 500,000 ตัน จากรายงานมีต่อไปว่า 1 ใน 3 ของขยะริมทะเลจะเป็นก้นและซองบุหรี่

และจากการสำรวจในประเทศไทย พบว่ามีปริมาณขยะจากก้นบุหรี่ประมาณ 100 ล้านชิ้นต่อปี ทำให้ซองและก้นบุหรี่เป็นขยะตามริมทะเลจำนวนมหาศาล เป็นภาระใหญ่และยุ่งยากในการจัดเก็บ เป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งไปเป็นขยะอุดตันการระบายน้ำ หรือสะสมอยู่ตามชายหาด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และทำให้มีสารเคมีขึ้นในน้ำเป็นมลพิษตามมา การจัดพื้นที่เพื่อการสูบบุหรี่ หรือการจำกัดพื้นที่ในการสูบบุหรี่ น่าจะสามารถแก้ปัญหาไปได้มากทีเดียว



4.ควบคุมให้มีบ้านพักในพื้นที่อนุรักษ์เท่าที่จำเป็น คือมีสำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อดูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ส่วนบ้านพักรับรองหรือบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว ก็ไม่ควรอยู่ในป่าหรือในพื้นที่อนุรักษ์ โดยการส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวแบบไปกลับ สนับสนุนให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการจัดการเรื่องที่พักแรมหรือโรงแรม โดยให้อยู่นอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ นอกจากสำหรับบางพื้นที่เท่านั้นที่ให้มีที่พักในเขตอนุรักษ์ได้



5.ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์ สัมพันธ์กับศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ไม่ให้เข้าไปมากเกินไปจนเป็นภาระและส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและภาพลักษ์หน่วยงาน



ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อเสนอแนะที่ช่วยกันอนุรักษ์ “แหล่งท่องเที่ยว” ให้มีความสวยงาม และสะอาดอย่างยั่งยืน ยังรออีกหลายข้อเสนอแนะที่คนไทย ซึ่งเป็น “เจ้าของทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว” มาร่วมกันคิดและเสนอแนะอีกต่อไป ข้อห้ามและข้อเสนอเพื่อการท่องเที่ยวในเขตอนุรักษ์.
…................................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอบคุณภาพจาก : ททท., กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  Sumate2508ขาแข็ง 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    29%
  • ไม่เห็นด้วย
    71%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 425