อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สังเกต'ซึมเศร้า'จากสูญเสีย ผู้สูงอายุเสี่ยงอย่าทอดทิ้ง!

สัปดาห์นี้แนะนำข้อสังเกตภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรละเลย พร้อมวิธีเยียวยาจิตใจให้ผ่านพ้นวิกฤติความโศกเศร้าเสียใจ มีอะไรบ้างไปดูกัน เสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00 น.


หากเอ่ยถึงภาวะ “ซึมเศร้า” หลายคนมักมองข้าม!! และคิดว่าสามารถหายได้เอง เพราะไม่ใช่โรคร้ายแรงทางร่างกายอะไรที่น่ากลัว แต่จริงๆ แล้วหากปล่อยปละละเลยไม่สนใจ อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคาดไม่ถึง โดยเฉพาะใน “กลุ่มผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นบุคคลที่เราเคารพรัก เสี่ยงที่จะเป็นมากและมีผลกระทบสูง...นั่นหมายถึงชีวิต!!

ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่มีภาวะความโศกเศร้ามากระตุ้นเป็นอีกปัจจัยที่อาจทำให้กลุ่มผู้สูงอายุในวัย 60-70 ปี ขึ้นไปที่เคยจดจำภาพพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาโดยตลอด จะยิ่งโศกเศร้าเสียใจจากการสูญเสียพระองค์ไป ซึ่งเป็นมาตั้งแต่เดือน ต.ค.ปีที่แล้ว และในวันที่ 26 ต.ค.นี้จะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถือว่าภาวะความโศกเศร้าเสียใจจะกลับมาอีกครั้ง



ฉะนั้นลูกหลานหรือคนใกล้ชิดอย่าทอดทิ้งให้ “ผู้สูงอายุ” อยู่อย่างโดดเดี่ยว นพ.พงษ์เกษม ไข่มุกต์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ความรู้ว่า กลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้สูงอายุที่ความรู้สึกอ่อนไหวร่างกายไม่แข็งแรง แค่ได้ยินเสียงเพลงพระยาโศกก็ร้องไห้ไม่หยุด แนะนำว่าวันงานพระราชพิธีควรนั่งดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านโดยมีเพื่อนบ้านร่วมชมด้วย เพราะเวลาเศร้ามากๆ จะได้มีเพื่อนคุย

2.กลุ่มผู้สูงอายุที่ร่างกายแข็งแรงพอสมควรก็ประเมินสุขภาพตัวเองว่าจะสามารถมาร่วมงานฯ ที่สนามหลวงได้ไหม เพราะไม่ใช่แค่สุขภาพกาย แต่หมายถึงสุขภาพใจด้วย ถ้ามาไม่ได้ก็ไปตามจุดจำลองต่างๆ ตามภูมิภาค แต่ถ้าไม่อยากเบียดเสียดก็นั่งดูอยู่ที่บ้าน และ 3.กลุ่มผู้สูงอายุที่เชื่อว่าโอกาสสุดท้ายของชีวิต อย่างไรก็จะเดินทางมาให้ได้ แนะนำว่าลูกหลานจะต้องไปร่วมกันปกป้องดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ของเราด้วย

นอกจากนี้แล้วยังต้องรู้จักสังเกตอาการ “ซึมเศร้า” เพื่อรีบแก้ไขก่อนจะเรื้อรังอาจถึงขึ้นสูญเสีย ได้แก่ หงุดหงิด เสียใจ เศร้าเป็นพิเศษ สมาธิไม่ดี บุคลิกเปลี่ยนไป ควรชวนพูดคุยให้ท่านได้ระบายออกมา ไม่ควรโวยวายหรือโต้เถียง ใช้วิธีกอด กุมมือจะช่วยได้ หรือถ้าผู้สูงอายุท่านไหนรู้ตัวเองว่ามีอาการนี้ควรตั้งสติ กำหนดลมหายใจ ผ่อนคลายอารมณ์ ควบคุมความรู้สึกตัวเองให้ได้



กินอาหารได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้กินเลย แนะนำว่าคนรอบข้างควรดูแลให้ได้รับอาหารอย่างเพียงพอ ให้ทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เพราะไม่เช่นนั้นจะมีโอกาสขาดสารอาหาร และเกิดเจ็บป่วยได้ ชวนไปไหนก็ไม่อยากไป สังเกตว่ามีอาการปลีกตัวออกจากคนอื่น ชวนไปไหนไม่อยากไป อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว เพราะอารมณ์จะแย่ลงกว่าเดิม ควรเริ่มชวนทำกิจกรรมเล็กๆ ในบ้านก่อน

ชอบบ่นว่าไม่สบาย ปวดนี่เป็นนั่นตลอดเวลาทั้งๆ ที่พอไปตรวจก็ไม่พบโรคอะไรผิดปกติ แปลว่าผู้สูงอายุต้องการความรัก ความเอาใจใส่ดูแล เราไม่ควรต่อว่าหรือตอกย้ำว่าไม่ได้ป่วยเป็นอะไรสักหน่อย แม้หมอจะตรวจแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรก็ตาม เราควรดูแลเอาใจใส่ให้ท่านรู้สึกว่าได้รับความรักและความเอาใจใส่แล้ว

พูดคุยน้อยลง เพราะภาวะซึมเศร้าจะทำให้ความคิดและการเคลื่อนไหวช้าลง ทำให้ไม่อยากพูด หรือบางทีอยากจะพูดก็พูดไม่ทัน เราจึงควรเปิดโอกาสให้ท่านพูด ไม่ควรขัดจังหวะหรือพูดตัดบท และชวนพูดคุยในเรื่องที่ท่านสนใจ พูดแล้วมีความสุข



สุดท้าย บ่นว่าตนเองเป็นภาระลูกหลาน ไร้ค่า พูดจาฝากฝังลูกหลานไว้กับคนใกล้ชิด ข้อนี้ต้องเฝ้าระวังดูแลเรื่องอาวุธที่จะใช้ทำร้ายร่างกายแล้ว เช่น มีด เชือก ยาฆ่าแมลง ซึ่งหากเราช่วยกันสอดส่องดูแลคนใกล้ชิด ใช้เวลารับฟังอย่างเข้าใจ และหากมีอาการมากช่วยกันพาไปพบแพทย์เพื่อดูแลต่อ

“ภาวะซึมเศร้า” ที่เกิดขึ้นถือว่ารักษาได้ด้วยการทานยา ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อตับไตอย่างที่เข้าใจกัน รวมถึงได้ร่วมกิจกรรมที่ดีๆ แต่หากปล่อยทิ้งไม่มีการรักษาจนเรื้อรังจะมีความรุนแรงจนสุดขั้วกับร่างกาย คือกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ขาดสารอาหาร จนถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ส่วนทางด้านจิตใจจะมีความคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งเราพบกันอยู่บ่อยๆ

นอกจาก “กลุ่มผู้สูงอายุ” แล้วกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังก็ไม่ควรทอดทิ้งเช่นกัน ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะพูดคุยสอบถามความรู้สึกซึ่งกันและกันเพื่อจะได้มีแผนดูแลและป้องกันการทำร้ายตนเอง ด้วยการพูดคุยกระตุ้นไม่ให้ทำร้ายตัวเองหรืออยากฆ่าตัวตายนั่นเอง เพียงแค่นี้เราก็จะผ่านพ้นวิกฤติความโศกเศร้าเสียใจไปด้วยกันได้แล้ว...
…............................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”

ขอบคุณภาพจาก : samfunnskunnskap , yours


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9