อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"บัญชีจิตอาสา"ม.ขอนแก่น นำความรู้ถ่ายทอดสู่ชุมชน

ชื่นชม “ค่ายบัญชีจิตอาสา”ม.ขอนแก่น นำนักศึกษาลงพื้นที่สัมผัสวิถีชีวิตชนบท ให้ความรู้กับชาวบ้านสอนทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายรับมือภาวะเศรษฐกิจ-คิดวิธีแก้ไขปัญหาอาชีพชุมชน เสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2560 เวลา 09.00 น.


ต้องบอกว่าเศรษฐกิจยุคนี้เข้าขั้นน่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะพวกมนุษย์เงินเดือนต้องรู้จักใช้เงิน ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ได้แบบเดือนชนเดือนโดยไม่มีหนี้สิน แนะนำหากเป็นไปได้ควรทำรายรับ-รายจ่าย ทำแบบง่าย ๆ... ตัวเลขที่ออกมาจะเห็นถึงรายจ่ายต่าง ๆ ชัดเจน พอเห็นบัญชีส่วนตัวแล้วอะไรที่ไม่จำเป็นก็ค่อย ๆ ตัดทิ้งไป ย้ำว่าอย่าฟุ่มเฟือยใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุด...ที่พูดเพราะ“เหยี่ยวขาว”เองทำมาตลอด ส่งผลให้อยู่รอดมาได้ในแต่ละเดือน ไม่เชื่อลองทำดู...

ทั้งนี้นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจหลายต่อหลายเรื่องที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนบางเรื่องก็ดี บางเรื่องบอกตรงๆมันคือการทุ่มเงินลงไปช่วยเหลือ โดยไม่ได้สอนให้ชาวบ้านรู้จักช่วยตัวเองก่อน ประเด็นเรื่องการสอนให้พวกเขาทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย ผสมกับนำหลักการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงของ “ในหลวง” ร.9 มาปรับใช้ เชื่อว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาน่าจะดีขึ้น



พูดถึงเรื่องเศรษฐกิจวีคนี้ขอนำเรื่องราวโครงการดี ๆ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง....“ค่ายอาสา” คำที่หลายคนได้ยินบ่อยในรั้วมหาวิทยาลัยจนคล้ายกับว่าเป็นวิชาเลือกที่ทุกมหาวิทยาลัยต้องจัดให้กับนักศึกษาที่สนใจลงหน่วยกิต เรียนวิชา ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดแต่ละคนที่สนใจเข้าร่วมจะต้องมีความสมัครใจ และพร้อมทำอะไรบางอย่างเพื่อก่อประโยชน์ให้แก่สังคม มีคาดหวังว่าตัวเองจะได้ให้หรือได้รับอะไรกลับคืนมาจากการเข้าร่วมค่ายอาสานั้น

สำหรับในรั้วมหาวิทยาลัยการออกค่ายอาสานับเป็นกิจกรรมที่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์การใช้ชีวิตนักศึกษาที่น่ายกย่อง เพราะนอกจากตัวนักศึกษาจะได้ทำประโยชน์เพื่อสังคมแล้ว ยังจะเป็นเวทีที่ช่วยสร้างและกลั่นกรองบุคคลให้มีหัวใจอาสารับใช้เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กล้าคิด-กล้าทำ-กล้าแสดงออก เป็นแบบอย่างต่อสังคม พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายภายใต้อุดมการณ์หนึ่งเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบชนบท  ล่าสุดนักศึกษาจากสาขาวิชาบัญชี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เดินทางไปพื้นที่ .ทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อเรียนรู้วิถีชุมชน และนำความรู้ทางด้านบัญชี ไปพัฒนาการจัดทำบัญชี และการบริหารการเงินให้กับกลุ่มอาชีพชุมชน กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแปรรูปกล้วย กลุ่มอาชีพเลี้ยงไก่ กลุ่มอาชีพปลูกผัก ภายใต้ชื่อโครงการ “บัญชีจิตอาสา” ได้รับการสนับสนุนจาก คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ และมูลนิธิรากแก้ว



วริศรา ปานทอง” นักศึกษาปี 3 สาขาวิชาการบัญชี  กล่าวว่า การที่ได้ไปร่วมค่ายบัญชีจิตอาสาในครั้งนี้เกินกว่าความคาดหวังมาก เนื่องจากก่อนที่จะไปร่วมกิจกรรมคิดว่าน่าจะเป็นค่ายลักษณะด้านวิชาการ แต่เมื่อได้เข้าร่วมก็ลบความคิดนั้นไป โดยกิจกรรมในค่ายฯเป็นการฝึกใช้ชีวิตกับผู้อื่น และการนำความรู้ทางด้านการวิชาบัญชีขั้นต้น หลักการเบื้องต้นในการทำบัญชี นำมาออกแบบรายรับรายจ่าย และอธิบายการลงบันทึกต่างๆให้กลุ่มไก่ กลุ่มอาชีพชุมชนถึง 3 กลุ่มอาชีพ นอกจากนี้ทุกคนในค่ายยังได้ลงพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน เช่น การเพาะเห็ดฟาง การทำกิจกรรมส่งเสริมการออมให้กับชาวบ้าน และนักเรียนในเขตพื้นที่ ต.ทุ่งโป่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สนุกมาก

อารยา ชัชวาล” นักศึกษาปี 4 สาขาวิชาการบัญชี  ในฐานะนักศึกษารุ่นพี่กล่าวว่า การไปค่ายบัญชีจิตอาสาเราไม่ได้เพียงแค่จะได้ช่วยชาวบ้าน และช่วยพี่ๆมูลนิธิปิดทองหลังพระคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาอาชีพชุมชน ซึ่งพวกเราก็ได้นำความสามารถของตัวเองมาช่วยชาวบ้านแกไขปัญหากันอย่างเต็มที่ และเรายังได้ทั้งความรัก ความผูกพัน และมิตรภาพจากสมาชิกในค่ายทุกคนที่มีให้กันกลับมาอีกด้วย



สำหรับการออกค่ายฯพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มอาชีพชุมชนคือ ชาวบ้านน้อยคนที่จะบันทึกรายรับ-รายจ่าย และบันทึกรายรับ-รายจ่ายไม่ถูกต้อง เนื่องจากมาจากการประมาณ เพราะไม่ได้บันทึกทันทีที่มีรายรับ-รายจ่ายเกิดขึ้น เราจึงได้นำความรู้จากวิชาที่เรียนมาช่วยปรับเปลี่ยนสมุดรายรับ-รายจ่ายของชาวบ้านให้บันทึกได้ง่ายขึ้น และบอกถึงเหตุผลที่ต้องบันทึก รวมถึงชักชวน โน้มน้าวให้ชาวบ้านอยากที่จะบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกครั้ง เพื่อที่มูลนิธิปิดทองหลังพระจะนำข้อมูลที่ได้ไปช่วยชาวบ้านในการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ต่อไป”

นักศึกษาสาว กล่าวต่อว่า การออกค่ายอาสาในพื้นที่ชนบทไม่ได้มีความสะดวกสบาย ต้องไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ไปอยู่บ้านกับชาวบ้าน ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำกิจกรรม จากวันที่ 1 เป็นวันที่ 2 และยิ่งเฉพาะวันที่ 3 วันที่จะต้องเดินทางกลับ เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่าง ทุกคนในค่ายสนิทกันมากขึ้น กลายเป็นความผูกพันระหว่างกัน และกัน ความผูกพันระหว่างพ่อฮักแม่ฮัก(ชาวบ้าน) เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน



ภูฤทธิ์ แย้มศรี” นักศึกษาปี 1  สาขาวิชาการบัญชี น้องใหม่ที่เพิ่งเคยร่วมค่ายอาสา บอกว่า ค่ายนี้เป็นค่ายอาสาค่ายแรก ที่รู้สึกประทับใจมาก ได้ร่วมทำงานกับผู้คนที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคมเช่นเดียวกัน ได้มิตรภาพที่ดีจากการทำงาน ได้รับประสบการณ์และแนวคิดใหม่ ๆ และได้สร้างจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมให้กับตนเองเพิ่มมากขึ้น

ความประทับใจในค่ายฯ 1.ประทับใจมากเวลาที่เห็นพี่น้องนักศึกษาทำงานร่วมกัน-ช่วยเหลือกันเป็นภาพที่น่าจดจำมากๆ ไม่มีใครเกี่ยงกันทำงาน ทุกคนเต็มใจที่จะทำในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 2.คุณพ่อคุณแม่ที่เป็นเจ้าบ้านให้เราไปพักอาศัยปฏิบัติเหมือนเราเป็นลูกหลานแท้ ๆ ถามไถ่ทุกข์สุข ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านไปเติมพลังเพื่อมาสู้กับงานในวันต่อไป และ 3.ประทับใจมากๆ คือตอนที่นำเสนอแนวทางปรับปรุงต่างๆ ที่จัดทำขึ้น ทีแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับความสนใจจากกลุ่มชาวบ้านมากนัก แต่สิ่งที่พ่อๆ แม่ๆที่มานั่งฟังแสดงออกมาคือพวกท่านตั้งใจฟังอย่างมาก เก็บทุกรายละเอียดที่พวกเรานำเสนอ ยอมรับฟังในแนวทางแก้ปัญหาที่พวกเราแนะนำ ความรู้สึกผมในตอนนั้นคือปลื้มดีใจมากๆ ผมจะไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นเลย” 



นักศึกษาปี 1 กล่าวด้วยว่า ท้ายนี้อยากจะเชิญชวนนักศึกษาทุกสถาบันเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาช่วยเหลือสังคมในส่วนที่ยังขาดแคลนหรือที่ยังต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ด้วยกำลังแรงกาย กำลังความรู้ความสามารถผ่านค่ายอาสาในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่ายอาสาการสร้าง และปรับปรุงสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ขาดแคลน กิจกรรมค่ายอาสาปลูกป่าและรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมค่ายอาสาให้ความรู้แก่ชุมชน ฯเลฯ การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอาสาเอาความรู้ที่ได้จากห้องเรียนนำมาปฏิบัติจริงจะกลายเป็นทักษะความสามารถที่ติดตัวไปตลอดจนสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตที่พึงประสงค์ของประเทศต่อไปในอนาคต

น่าชื่นชมกับโครงการดี ๆ ความคิดดี ๆ ของน้องนักศึกษามาก ๆ ... นี่แหละอนาคตของชาติที่แท้จริง...ขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพเหล่านี้ออกมาสู่สังคม...หน่วยงานภาครัฐลองดูโครงการฯไหนดีเอามาปรับใช้ได้ ไม่เสียหายอะไร....การช่วยเหลือประชาชนเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องช่วยให้เขาอยู่ได้อย่างยั่งยืน...อย่าให้ปลาอย่างเดียว ต้องสอนวิธีจับปลาให้เขาด้วย....เงินเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ได้สำคัญไปทุกอย่าง สอนให้ชาวบ้านรู้จักช่วยเหลือตัวเองก่อนนั่นแหละสำคัญที่สุด.
........................................
คอลัมน์”คนดีของสังคม”
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณ ข้อมูล-ภาพ...จากคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น


(ร่วมสนับสนุนคนทำดีในสังคมโดย “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”)
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 33