อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ขยะทะเล'ไทยติดอันดับ6 ปัญหาใหญ่ที่ท้าทาย!!

สัปดาห์นี้มีปัญหาใหญ่อย่าง “ขยะทะเล” ซึ่งไทยติดอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก เราจึงต้องมาสะสางเพื่อให้ทั้งโลกปราศจากสารพิษ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ก่อนมีอะไรบ้างไปดูกัน พุธที่ 8 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น.


โลกกำลังประสบภาวะวิกฤติในประเด็น “มลพิษทางทะเล” หรือ “ขยะทะเล” อย่างรุนแรงอยู่ในขณะนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ หรือกระทบต่อพันธุ์พืชและสัตว์แล้ว ยังส่งผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจด้วย เพราะ “ขยะทะเล” ทำให้เกิดความเสียหายกับเรือ เครื่องมือประมง จำนวนสัตว์น้ำ การทำการประมง และความสวยงามของทัศนียภาพ จนส่งผลกระทบต่อการท่องที่เป็นรายได้หลักของประเทศอยู่ในขณะนี้

“ขยะทางทะเล” เกิดจากกิจกรรมบนบกร้อยละ 80 เกิดจากกิจกรรมในทะเลเพียงร้อยละ 20 แต่ทั้งหมดเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น!! ทั้งเกิดมาจากการทิ้งขยะตามบ้านเรือนชุมชน นักท่องเที่ยว การประกอบอาชีพทางทะเล การประมง การขนส่งทางเรือ เรือสำราญท่องเที่ยว และจากโรงงานอุสาหกรรมต่างๆ

ขยะเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็น “ขยะพลาสติก” โดยที่พบมากที่สุด ได้แก่ ถุงพลาสติก ภาชนะบรรจุอาหาร หนังยาง หลอดและฝาขวดเป็นส่วนใหญ่ แต่การจัดการการกำจัดขยะมูลฝอยบนบกที่ไม่เหมาะสมการฝังกลบไม่ถูกวิธี ทำให้ไหลลงทะเลในช่วงฤดูฝน หรือเวลาน้ำไหลบ่าท่วม



ประเทศไทยถูกจัดอันดับประเทศที่มีปริมาณ “ขยะทะเล” เป็นอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก (วารสาร Science ปี 2558) พฤติกรรมการทิ้งขยะของคนไทย อาจเกิดจากวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยใช้วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ พอถึงยุคปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้วัสดุพลาสติกที่หาง่ายใช้สะดวก แต่พฤติกรรมในการจัดเก็บยังคงเช่นเดิม จึงเกิดเป็นปัญหาสะสมตามมา เพราะพลาสติกไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

ยิ่งปัจจุบันอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้อัตราการผลิตเพื่ออุปโภค บริโภคเพิ่มมากขึ้น ยิ่งก่อให้เกิดปัญหาขยะมูลฝอยที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นวิกฤติของโลก

เมื่อระบบการจัดการขยะบนบกไม่ถูกต้อง และไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ โดยเฉพาะ “สารพิษปนเปื้อน เมื่อไหลลงสู่ทะเลไปรวมกับขยะที่เกิดจากกิจกรรมในทะเล ทำให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างที่ได้กล่าวแล้วแต่ต้น จากที่เป็นปัญหาระดับครัวเรือน ก็กลับมาเป็นปัญหาของชุมชน และของประเทศชาติในที่สุด จนขณะนี้ได้กลายเป็นปัญหาระดับสากลหรือปัญหานานาชาติไปแล้ว

การบริหารจัดการ “ขยะทะเล” จึงดำเนินแบบเดิมๆ ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่ควรเป็นเพียงภาระหน้าที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และในกระทรวง ทส.ก็ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น หากต้องเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้ง จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และประชาชน ตลอดจนทุกกรมในกระทรวง ทส.ช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังร่วมกัน



พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส. ได้ให้นโยบายและวางแนวทาง ตลอดจนติดตามการทำงานในเรื่องนี้มาโดยตลอด และนับได้ว่าประสบความสำเร็จมาระดับหนึ่ง เพราะเกิดความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจากหน่วยงานในพื้นที่ชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด มาช่วยกันแก้ปัญหา ทั้งการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง ทั้งขยะบนบกและขยะทะเล ทั้งขยะธรรมดาและขยะที่เป็นสารพิษ ดำเนินการกันมาอย่างจริงจังมาโดยลำดับ จนสรุปได้ว่า ได้ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องทำต่อไป คือการสร้างสำนึก ความตระหนัก และความร่วมมือกันแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยบนบกอย่างถูกวิธีและป้องกันไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องช่วยกันเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ลด ละ เลิก การใช้พลาสติก การจัดการขยะที่บ้านที่เป็นต้นทาง ลดการใช้ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ การจัดเก็บอย่างถูกวิธี การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการจัดการขยะของประเทศ ปัญหาขยะมูลฝอยและขยะทะเล ก็จะลดลงและหมดไปในที่สุด

มีข่าวดีว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และองค์การระหว่างประเทศ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ประเทศไทย (IUCN) จะดำเนินการจัดประชุมระดับอาเซียน เรื่อง การลดปริมาณขยะทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN conference on Reducing Marine Debris in ASEAN Region 2017) ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน2560 ที่จังหวัดภูเก็ต



โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาแนวทางและมาตรการร่วมกันในการลดปริมาณขยะลงทะเลในกลุ่มประเทศอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เรื่อง “ขยะทะเล” ให้เป็นที่รับทราบ และเกิดการขับเคลื่อนร่วมกันในกลุ่มประเทศอาเซียน มีผู้เข้าร่วมประชุม รวม200 คน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัย องค์กรท้องถิ่น นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา สื่อมวลชน และประชาชน ซึ่งพลเอกสุรศักดิ์ ผู้พยายามผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะไปเป็นประธาน

การแก้ไขปัญหา “ขยะในทะเล” ถือเป็นบทบาทที่โดดเด่นของรัฐมนตรี ทส.ท่านนี้ ที่เป็นรูปธรรมที่สุด เพราะมีทั้งนโยบาย แนวทาง และการติดตามที่ใกล้ชิด จนเกิดผลงาน และที่สำคัญยังใช้เวทีนานาชาติในการผลักขับการทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้อีกด้วย เพราะปัญหา “ขยะทะเล” เป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบร่วมกัน ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลจึงไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จภายในประเทศ แต่จะเป็นความสำเร็จในระดับนานาชาติด้วย

หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ “ขยะทะเล” จะหมดไปจากประเทศไทย ทะเลไทยที่อุดมสมบูรณ์ สดใส สวยงาม ไร้มลพิษ จะหวนกลับคืนมา และท้ายสุดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ประเทศชาติก็จะสามารถพัฒนาต่อไปได้ และที่สุดแล้วประชาชนจะมีความสุขอย่างทั่วกันเพราะมีคุณภาพชีวิตที่ดี

และหวังต่อไปว่า...ปัญหาขยะทะเลจะหมดไปจากอาเซียน และหมดไปจากทุกประเทศ และเป้าหมายสุดท้ายก็คือ
“โลกใบนี้ปราศจากขยะ” ช่วนกันเถอะครับ!!
…............................................

คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ภาพจาก : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, greennews

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 201