อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'โรคมะเร็งในเด็ก'

มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งสมอง และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง พบในเด็กบ่อยที่สุดในประเทศไทย แต่มีโอกาสรักษาหายขาดสูงถึงร้อยละ 70 อาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2560 เวลา 05.20 น.

โรคมะเร็งในเด็ก พบได้ในเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเด็กโต แต่เด็กมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งน้อยกว่าผู้ใหญ่มากและมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงถึง ร้อยละ 70 มะเร็งในเด็กที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย คือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Acute Leukemia) รองลงมาคือ มะเร็งสมอง (Brain Tumor) และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ตามลำดับ

มีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กเป็นมะเร็งสูงขึ้น ได้แก่ ความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น เด็กดาวน์ซินโดรม มีโอกาสเกิดเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงกว่าเด็กปกติ 10-20 เท่า การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เชื้อ Epstein-Barr Virus (EBV) และการติดเชื้อ Human Immunodeficiency Virus (HIV) ก่อให้เกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสูงขึ้น ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น แม่ที่ได้รับรังสีเอกซเรย์ หรือสัมผัสยาฆ่าแมลงระหว่างตั้งครรภ์ ลูกมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น นอกจากนี้แม่ที่ได้รับสารไนไตรท์จากเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม ระหว่างตั้งครรภ์ลูกมีโอกาสเกิดมะเร็งสมองสูงกว่าปกติ

โรคมะเร็งในเด็กมีอาการอย่างไร อาการขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มักมีอาการแสดงได้หลายอย่างและไม่จำเพาะ ส่วนใหญ่มักมีไข้ ซีด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดที่บริเวณแขน-ขา มีเลือดออกทางผิวหนังเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำ หรือคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น สำหรับมะเร็งสมองมักมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง อาเจียน ตาพร่ามัว มองไม่ชัด เดินเซ หรือหกล้มบ่อย ๆ เนื่องจากแขนขาอ่อนแรง



โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Acute lymphoblastic leukemia (ALL) และ Acute myeloid leukemia (AML) โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ชนิด ALL พบบ่อยที่สุดในเด็ก และช่วงอายุที่พบบ่อย คือ อายุ 2-5 ปี การตรวจไขกระดูกเป็นการตรวจเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอน รวมทั้งการเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง เนื่องจากโรคนี้อาจมีการกระจายไปที่เยื่อหุ้มสมองได้ ส่วนใหญ่ของการรักษาโรคนี้ คือ การให้ยาเคมีบำบัด ในบางรายมีการฉายรังสีที่ศีรษะร่วมด้วยเฉพาะในรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกลับที่สมองสูง

โรคมะเร็งสมองในเด็ก พบเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเม็ดเลือดขาว พบได้ทุกช่วงอายุ การตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งสมองจำเป็นต้องตรวจด้วยวิธี เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ Computed Tomography Scan (CT scan) หรือ วิธี Magnetic Resonance Imaging (MRI) ซึ่งจะได้รายละเอียดของก้อนมะเร็งได้ดีกว่าวิธี CT scan การรักษาโรคมะเร็งสมองเด็กขึ้นกับอายุ และชนิดของเนื้องอก การรักษา ส่วนใหญ่มักใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อเอาก้อนเนื้องอกออก หรือ การฉายรังสีรักษาบริเวณก้อนเนื้องอก แต่บางรายอาจมีการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดร่วมด้วย

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งในเด็ก แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ คือ Non-Hodgkin’s lymphoma (NHL) และ Hodgkin’s lymphoma (HL) โรคนี้พบได้ทุกอายุ การวินิจฉัยโรคนี้จำเป็นต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองออกมาตรวจ (Lymph node biopsy) รวมทั้งการตรวจเพิ่มเติมหาระยะของโรค เช่น การตรวจ CT scan บริเวณช่องอกและท้อง และการตรวจไขกระดูกเพื่อหาเซลล์มะเร็งที่กระจายเข้าไปในไขกระดูก การรักษาโรคนี้ส่วนใหญ่ให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด แต่ในบางรายอาจมีการรักษาด้วยการฉายรังสีเฉพาะที่ขนาดต่ำร่วมด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มของโรคชนิด Hodgkin’s lymphoma



สัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลูกมาพบแพทย์ เช่น มีไข้ รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามแขนขา มีจุดเลือดออกตามตัว หรือมีก้อนโตตามที่ต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้ไม่สามารถเล่นกับเพื่อนหรือไปทำกิจวัตรประจำวันได้ โดยแพทย์จะมีการถามประวัติเพิ่มเติมจากคุณพ่อคุณแม่ และตรวจร่างกายเด็ก พร้อมทั้งมีการเจาะเลือด เพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ บางครั้งแพทย์อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ หรือการเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computed tomography หรือ CT SCAN) หรือการตรวจไขกระดูกที่บริเวณตะโพก โดยการใช้เข็มดูดเลือดออกจากไขกระดูก เพื่อมาตรวจหาเซลล์มะเร็ง หรือมะเร็งก้อนอื่น ๆ ที่แพร่เข้ามาในกระดูกและให้ได้การวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง

สำหรับการรักษาโรคมะเร็งในเด็กส่วนใหญ่มีการให้ยาเคมีบำบัดทางหลอดเลือดดำจึงจะช่วยทำฉายเซลล์มะเร็งให้หมดไปจากร่างกาย ส่วนน้อยอาจมีการฉายรังสีไปที่ก้อนมะเร็งโดยตรง เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้มีการให้ยาเคมีบำบัดเข้าในทางไขสันหลัง โดยคุณหมอจะมีการเจาะเข็มเข้าที่หลังของน้อง เพื่อนำน้ำไขสันหลังไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง พร้อมทั้งให้ยาเคมีบำบัดเข้าทางไขสันหลังเพื่อป้องกันเซลล์มะเร็งไม่ให้เข้าไปในสมอง

ข้อมูลจาก รศ.พญ.ดารินทร์ ซอโสตถิกุล หัวหน้าสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็ง ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตได้ที่ “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” หรือ “สายด่วนสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย โทร. 0-2713-6793”.

-------------------------
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7