อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"กระปุกออมสินพระราชทาน" จากในหลวงรัชกาลที่ 10

สัปดาห์นี้พาไปพูดคุยกับ “น้องน่านเจ้า” เด็กนร.ที่ทำความดีเพื่อสังคมและได้รับกระปุกออมสินพระราชทานจากในหลวงร.10 เรื่องราวเป็นอย่างไรไปอ่านกัน จันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 น.


 มีอยู่วันหนึ่ง ลูกชายผมบอกว่า มีรุ่นพี่ ม.1 ที่โรงเรียนได้รับรางวัลพระราชทาน มีพิธีจัดขึ้นที่หอประชุมในโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา ผมได้เห็นข่าวนี้ในโทรทัศน์เช่นกัน “อ้าว!! เด็กคนนี้ที่เราเจอในโรงอาหาร ม.เกษตร ทุกเช้า งั้นเราไปทำความรู้จักเขากันดีกว่า” ผมเลยชวนลูกชายไปคุยกับรุ่นพี่คนนี้ และขออนุญาตคุณพ่อเพื่อนำเรื่องราวของลูกชายมาเขียนลงในคอลัมน์

น้าเมฆ : ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ
น่านเจ้า : ผมชื่อ ด.ช.น่านเจ้า ทุ่งมีผล ชื่อเล่นชื่อ “โขน” เป็นลูกของคุณพ่อกตัญญู ทุ่งมีผล คุณแม่ชื่อ เรืองนิรมาณ กาญจน์จิณณะ ผมมีน้องชายหนึ่งคนชื่อ ด.ช.ล้านนา ทุ่งมีผลครับ
น้าเมฆ : น่านเจ้าไปทำความดีอะไรมา ทำไมถึงได้รับรางวัลเป็นกระปุกออมสินพระราชทานครับ
น่านเจ้า : ผมได้รับกระปุกออมสินและกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทานครับ เพราะผมไปเป็นล่าม ช่วยคุณตำรวจที่ สน.ชนะสงครามครับ
น้าเมฆ : แล้วอยู่ๆ ทำไมถึงไปเป็นล่ามได้ล่ะครับ เราติดต่อไปที่ สน. เองเลยเหรอ
น่านเจ้า : ผมทำงานบริการสังคมซึ่งกิจกรรมนี้อยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนครับ นักเรียนต้องทำบริการสังคมให้ครบ 15 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา สำหรับนักเรียนชั้น ม.1 ขึ้นไป อาจารย์จะอนุญาตให้นักเรียนออกไปทำงานบริการสังคมนอกโรงเรียนได้ครับ คุณแม่เห็นว่า ผมพูดภาษาอังกฤษได้ดี น่าจะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ เลยค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต แล้วพบว่าที่ สน.ชนะสงคราม ต้องการล่ามอาสาไปช่วยแปลภาษาอังกฤษให้คนที่มาติดต่อกับตำรวจครับ



น้าเมฆ : แสดงว่าน่านเจ้าเรียนภาษาอังกฤษได้คะแนนดีด้วยหรือเปล่า บอกเคล็ดลับให้น้อง (ลูกชายผม) ฟังหน่อยว่าทำอย่างไรถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีอย่างนี้บ้าง

น่านเจ้า : จริงๆ ผมไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษได้เกรด 4 นะครับ ผมได้แค่เกรด 3 เพราะผมไม่ค่อยเก่งเรื่องไวยากรณ์ครับ แต่ผมพูดได้ เพราะพูดภาษาอังกฤษกับคุณแม่ตลอดเวลา (และพูดภาษาไทยกับคุณพ่อ) เวลาดูการ์ตูน ผมก็จะเปิดเป็นเสียง soundtrack ครับ เวลาฟังและพูด มันเลยชินครับ
น้าเมฆ : แล้วคนที่มาติดต่อที่ สน.ชนะสงคราม เป็นคนชาติไหนเป็นส่วนใหญ่ น่านเจ้าเคยไปที่สถานีตำรวจนี้มาก่อนไหมครับ
น่านเจ้า : ผมไม่เคยไปครับ แต่พอไปแล้วถึงได้รู้ว่า สน.นี้อยู่ใกล้ๆ กับวัดชนะสงคราม และใกล้กับตรอกข้าวสาร คนที่มาติดต่อส่วนใหญ่เลยเป็นนักท่องเที่ยว เป็นฝรั่งครับ
น้าเมฆ : แล้วเขามาแจ้งความเรื่องอะไรกันบ้าง แล้วมีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นใน  สน. บ้างไหมครับ
น่านเจ้า : ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกระเป๋าสตางค์หาย ของถูกขโมย บัตรเอทีเอ็มหายครับ ผมเห็นคนทะเลาะกันใน สน. ด้วยครับ แต่ผมไม่กลัวเพราะผมอยู่กับตำรวจครับ



น้าเมฆ : น่านเจ้าช่วยเหลือตำรวจได้ขนาดไหน มีฟังไม่ออกหรือแปลไม่ได้บ้างไหม แล้วที่ไปอยู่ สน. คุณพ่อและคุณแม่ไปอยู่ด้วยตลอดเวลาเลยหรือเปล่า
น่านเจ้า : ส่วนใหญ่ผมแปลได้ครับ แต่ถ้าติดจริงๆ จะไปถามแม่ ซึ่งแม่ก็จะมาช่วยอีกคน ปกติจะไปกับแม่ครับ พ่อก็เคยมาดูด้วยว่าผมทำงานเป็นอย่างไรบ้าง
น้าเมฆ : น่านเจ้าไปเป็นอาสาที่ สน.ชนะสงครามทั้งหมดกี่ครั้งครับ ช่วงเวลาไหนบ้าง
น่านเจ้า : ผมไปมาทั้งหมด 3 ครั้งครับ ไปทำวันเสาร์และอาทิตย์ ได้ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน กลางวันเคยไปช่วงบ่ายและช่วงเย็น ส่วนตอนกลางคืน ผมไปรอบดึก 3 ทุ่มถึงตี 2 ครับ
น้าเมฆ : โอ้โห! มีรอบดึกขนาดนั้นด้วยเหรอครับ
น่านเจ้า : ใช่ครับ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาเที่ยวตอนกลางคืนและมีปัญหากันตอนนั้น ผมได้เข้าไปในผับด้วยนะครับ ตำรวจพาเข้าไปให้ช่วยเป็นล่าม



 น้าเมฆ : โรงพักใหญ่ไหม ตำรวจเยอะไหมครับ
น่านเจ้า : ไม่ใหญ่ไม่เล็กครับ มีตำรวจประจำอยู่ประมาณ 10 คน ผมช่วยได้มากตอนกลางวัน ตำรวจท่องเที่ยวจะมาตอนเย็น ตำรวจท่องเที่ยวพูดภาษาอังกฤษได้ดีครับ
น้าเมฆ หันไปถามคุณพ่อน่านเจ้าว่า : คิดว่าการที่เป็นเด็ก มีข้อดีในการทำหน้าที่ล่ามยังไงบ้างครับ
คุณพ่อน่านเจ้า : ผมเห็นชัดว่าคนที่มาโรงพัก จะมาพร้อมกับอารมณ์เสียและโวยวาย แต่พอเขาเห็นว่าล่ามเป็นเด็กมาช่วยแปล เขาจะตัดอารมณ์ตรงนั้นทิ้ง จะไม่ใส่อารมณ์กับเด็ก เขาพยายามอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร ซึ่งผมว่าเป็นข้อดี
น้าเมฆ : การทำงานบริการสังคมของเรา เป็นที่รับทราบของสังคมได้อย่างไรครับ
น่านเจ้า : จริงๆ ผมไม่ทราบหรอกครับ แต่เห็นว่า เพจของ จส.100  นำไปลง หลังจากนั้นก็มีข่าวจากหลายๆ ที่ เช่น สวพ.91 เนชั่น เมเนเจอร์ ซึ่งผมทำจบไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ครับ
น้าเมฆ : แล้วสำนักพระราชวังติดต่อมาที่โรงเรียนเหรอครับ
น่านเจ้า : ไม่ใช่ครับ ทางสำนักพระราชวังติดต่อมาทางผู้กำกับของ สน.ชนะสงคราม แล้วมารับรางวัลพระราชทานที่โรงเรียนครับ อาจารย์ให้ผมไปตัดผมให้เรียบร้อยและไปซื้อรองเท้าใหม่ (คุณพ่อบอกว่าคู่เดิมเน่ามาก) แล้วซ้อมฝึกการรับพระราชทานในงานพระราชพิธีครับ



น้าเมฆ : ขออนุญาตดูกระปุกพระราชทานหน่อยครับ นี่คือลายพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ 10 ใช่ไหมครับ
น่านเจ้า : ใช่ครับ ตั้งแต่ได้มา ผมหยอดกระปุกทุกวันเลยครับ
น้าเมฆ : ตื่นเต้นไหมครับ ช่วยบอกความรู้สึกหลังจากได้รับรางวัลหน่อยครับ
น่านเจ้า : ในพิธีตื่นเต้นมากครับ พอได้รับกระปุกออมสินและกระเป๋าเครื่องเขียนพระราชทานมาแล้วก็ภูมิใจครับ จริงๆ ผมไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้มาก่อนเลย เพราะผมอยากไปทำเพื่อไปช่วยตำรวจ แค่นั้นเองครับ

นี่แหละครับ เรื่องราวของ .ช.น่านเจ้า ทุ่งมีผล เด็กที่ได้รับพระราชทานรางวัลกระปุกออมสินและกระเป๋าเครื่องเขียนจากในหลวงรัชกาลที่ 10 เขาคิดว่าตัวเองสามารถทำความดีอะไรให้กับสังคมได้บ้าง แล้วเขาก็ลงมือทำเลย ผมเชื่อมั่นว่าเด็กๆ หลายคนก็สามารถนำความรู้หรือความถนัดที่ตนมีเพื่อช่วยเหลือคนอื่นได้เช่นกันครับ
…………………………….
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7