อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ระวัง!!เที่ยวป่าหน้าหนาว ยังมีอีกหลายชีวิตต้องสังเวย

สัปดาห์นี้ขอเตือนนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวป่าในช่วงหนาวนี้ว่าระมัดระวังเวลาขับรถบนถนนเส้นตัดผ่านป่า เพราะสัตว์จะหนีความหนาวเย็นมานอนรับไออุ่น ถนนเส้นไหนบ้างไปดูกัน พุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น.


ขณะนี้อากาศหนาวเริ่มมาเยือน ประเทศไทย ของเราอีกแล้ว โดยเฉพาะทาง “ภาคเหนือ” และ “ภาคอีสาน” ซึ่งปกติก็เป็นฤดูกาลอยู่แล้ว หรืออาจมีความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศมาผสมเข้าอีก เราจะต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้เพื่อความอยู่รอด

เช่น ถ้าสภาพอากาศเย็นลงกว่าปกติก็หาเสื้อผ้าและเครื่องป้องกันความเย็นมาเพิ่มเติม ติดเครื่องทำน้ำอุ่นที่บ้าน ปิดเครื่องปรับอากาศในที่ทำงาน เหล่านี้เป็นต้น แต่ที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่อยากจะบอกเล่ากันก็คือ
“การขับรถบนท้องถนน” โดยเฉพาะเส้นทางที่ผ่านป่าควรเพิ่มความระมัดระวัง!!

เพราะจะมีสัตว์โดยเฉพาะ “สัตว์ป่า” จะหนีความเย็นในป่า มาอาศัยอยู่บนถนนซึ่งมีความอบอุ่นกว่า เพราะพื้นที่ถนนได้เก็บความร้อนจากกลางวันไว้ได้ดี สัตว์ทั้งใหญ่เล็กก็มาอาศัยความอุ่นของถนนในยามกลางคืน และในยามที่มีอากาศหนาวเย็น เพื่อหลีกหนีจากทุกข์ทรมานจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น



คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ในช่วงที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการได้ศึกษาพบว่า ประเทศไทย มีถนนหนทางตัดผ่านป่าผืนใหญ่เป็นจำนวนมากมายหลายเส้น อาทิเช่น เส้นผ่านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เส้นผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ทำให้บนถนนดังกล่าวในยามค่ำคืนและในยามอากาศหนาว มีสัตว์มาอยู่อาศัยและถูกรถชน ทำให้ล้มตายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

จากการเก็บสถิติเของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤา ไนเมื่อปี 2550 พบว่ามีจำนวนสัตว์ป่าตายบนถนนที่ผ่ากลางป่ากว่าหมื่นตัวต่อปี โดยเฉพาะสัตว์ขนาดใหญ่ คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม โดยเฉลี่ยมีการตายพันกว่าตัวต่อปี จนต้องมีการประกาศห้ามรถสัญจรไปมาในช่วงกลางคืน ให้สัญจรได้เฉพาะช่วงกลางวัน

จากมาตราการนี้ทำให้เมื่อปี 2555 จำนวนสัตว์ป่าเสียชีวิตน้อยลงถึง 57.71 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้แม้ในช่วงกลางวันก็มีความหนาวเย็นในป่ามากกว่าปกติ จึงทำให้สัตว์ป่ามาใช้ชีวิตบนถนนเพื่อรับความอบอุ่นจากความร้อนบนถนน ให้ผู้ใช้ถนนทุกเส้นโดยเฉพาะที่ผ่านผืนป่าให้ใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจไปทำลายชีวิตสัตว์ป่าและอาจถูกสัตว์ป่าทำร้ายได้เช่นกัน



ระยะยาวผู้รับผิดชอบต่อเรื่องนี้ หมายถึงรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ควรต้องมาคิดทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ควรตัดถนนเข้าไปในป่าเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หากจะมีก็ควรมีทางลอดทางข้ามสำหรับสัตว์ป่า และบ้านรับรองและที่พักนักท่องเที่ยวก็ไม่ควรจะอยู่ในกลางป่า เป็นการไปเที่ยวแล้วกลับมานอนนอกป่า โดยการสนับสนุนให้เอกชนที่เป็นมืออาชีพมาทำที่พักนอกป่า ส่วนทางราชการเองก็จะได้ทำงานด้านป้องกัน ฟื้นฟู และวิชาการอย่างจริงจังมากกว่าปัจจุบันที่ขณะนี้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของภารกิจต้องไปทุ่มเทกับงานเพื่อการท่องเที่ยว จนหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ แทบไม่มีคราบไคล้ของผู้ทำหน้าที่ปกป้องป่า

ส่วนเจ้าหน้าที่ด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าก็เช่นกัน มีแนวโน้มจะไปทำงานด้านบริการการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ละเลยหน้าที่หลักจนทำให้ประเทศไทยยังอยู่ในประเทศที่มีปัญหาการค้าสัตว์ป่าในระดับเดียวกับจีนและเคนย่า และยังอยู่ในกลุ่มประเทศที่ทรัพยากรป่าไม้สูญหายมากที่สุดประเทศหนึ่งในรอบร้อยปีที่ผ่านมา



หากไม่วางระบบกันดีๆ ประเทศไทย จะมีวิกฤติทางด้านทรัพยากรธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะในโลกนี้ไม่มีประเทศใดที่จะเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าได้หากปราศจากการเมืองที่ดี และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และหากไม่มีความสำนึก และมาตรการเพื่อควบคุมกำกับ


“การท่องเที่ยวป่าในหน้าหนาว” จะไม่สามารถหยุดหยั้งการตายและบาดเจ็บของ “สัตว์ป่า” ที่ต้องอาศัยไออุ่นบนถนนได้เลย...ช่วยระมัดระวังกันนะครับ...เพราะสัตว์ป่าทุกชนิดรักชีวิตเหมือนท่าน!!
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 133