อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เทคโนโลยีใหม่รักษา'มะเร็ง' ต่อชีวิตผู้ป่วยระยะสุดท้าย

สัปดาห์นี้อัพเดทเทคโนโลยีใหม่รักษา “มะเร็งเฉพาะจุด” ไม่ทำลายเซลล์ปกติรอบๆ อีกหนึ่งความหวังผู้ป่วยระยะสุดท้ายไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน มีวิธีไหนบ้างไปศึกษากัน เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00 น.


“มะเร็ง” เป็นเนื้อร้ายที่ก่อตัวเงียบๆ อยู่ในร่างกายของทุกคน แต่ถ้าเราแข็งแรงดีก็สามารถสะกดให้มันอยู่นิ่งๆ อย่างสมดุล แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ภูมิต้านทานของร่างกายอ่อนแอ มันจะแบ่งตัวและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงแรกอาจไม่มีอาการใดๆ กว่าจะรู้ตัวก็เป็นระยะลุกลามที่เริ่มแสดงอาการยากแก่การรักษาให้หายขาดแล้ว ผู้ป่วยส่วนมากจึงต้องทนทุกข์ทรมานและเสียชีวิตไปก่อนเวลาในที่สุด

แต่ “มะเร็ง” เป็นโรคที่ประหลาดอย่างหนึ่ง คือมันจะแพ้ให้กับคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและกำลังใจดี ยิ่งถ้าได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ปัจจุบันมีหลายวิธี ยิ่งจะช่วยทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือแทบจะหายขาดเลยก็ว่าได้ อย่างที่ โรงพยาบาลมะเร็งสมัยใหม่กว่างโจวสแตมฟอร์ด มีการพัฒนาเทคนิครักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น บาดแผลเล็กไม่ว่าจะเป็น ยาคีโมเฉพาะจุด ใช้ความเย็น ฝังแร่ และมีดนาโน ที่ถือว่าฆ่ามะเร็งได้ตรงจุดอย่างน่าสนใจ

นายถู เสี้ยวหมิง รอง ผอ.กลุ่มบริษัท ป๋ออ้าย กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า โรงพยาบาลฯ อยู่ภายใต้การดูแลโดยทีมแพทย์ MDT ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง ได้รับรองด้านการบริการจัดการระดับสูงจากมาตรฐาน JCI สหรัฐอเมริกา มีความโดดเด่นด้านการรักษามะเร็งเฉพาะจุดบาดแผลเล็ก ผสมผสานระหว่างแพทย์แผนจีนและตะวันตก นอกจากการรักษาระดับสากลในการรักษามะเร็ง 3 วิธี ได้แก่ ผ่าตัด คีโม และเคมีบำบัดแล้ว ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ถึง 18 วิธี โดยวิธีที่เด่นๆ ได้แก่ คีโมเฉพาะจุด ใช้ความเย็น ฝังแร่ ปลูกถ่ายเซลล์คุ้มกัน และล่าสุดเทคโนโลยีมีดนาโน



ปกติมีศูนย์ให้คำปรึกษาประจำประเทศไทยและมีการจัดเสวนาให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเล็งเห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันโรคมะเร็ง พร้อมแนะนำวิธีการรักษาใหม่ๆ และให้ผู้ป่วยได้ปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และเนื่องในโอกาสครบรอบ 12 ปี ของโรงพยาบาลจึงได้จัดกิจกรรมเชิญสื่อมวลชนไทยมาเยี่ยมชมเทคโนโลยีการรักษาใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรคมะเร็งของคนไทยอีกด้วย

ด้าน นพ.เผิง เสี่ยวชื่อ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญและผู้อำนวยการทีมแพทย์ด้านโรคมะเร็ง ให้ความรู้ว่าการทำ
“คีโมเฉพาะจุด” สามารถรักษามะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ มี 2 วิธี คือการสอดเข็มเข้าไปในเส้นเลือดกับผิวหนัง ขั้นตอนการทำจะไม่ใช้ยาสลบแต่ใช้ยาชาที่ขาหนีบทั้ง 2 ข้าง ซึ่งคนไข้จะรู้สึกตัวตลอด และใช้เข็มที่มีความเร็วสูงสอดใส่เข้าไปในเส้นเลือดที่ขาหนีบ มีบาดแผลประมาณ 2 มิลลิเมตร จากนั้นใช้เข็มนำทางไปในเส้นเลือดจนไปถึงจุดที่มีก้อนมะเร็งแล้วฉีดยาคีโมฆ่ามะเร็ง โดยใช้คอมพิวเตอร์ดูจุดที่เข็มเคลื่อนที่ในเส้นเลือด



ถือเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้ ที่สำคัญมีความแม่นยำว่าจุดใดเป็นก้อนมะเร็ง และรักษาได้ตรงจุดแตกต่างจากการใช้คีโมทั่วร่างกาย ซึ่งมีงานวิจัยออกมาแล้วว่าการให้คีโมเฉพาะจุดกับการให้คีโมทั่วร่างกาย ปริมาณยาและความเข้มข้นของยา แบบคีโมเฉพาะจุดจะได้รับปริมาณยาและความเข้มข้นของยามากกว่า 93 เท่า และผลกระทบก็น้อยกว่าแบบทั่วร่างกายด้วย


“เทคนิคใช้ความเย็น” สามารถใช้กับมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก ขั้นตอนการรักษาคล้ายกับคีโมเฉพาะจุด ใช้เข็มบรรจุความเย็นสอดเข้าไปในเส้นเลือดไปถึงก้อนมะเร็งแล้วปล่อยความเย็น อุณหภูมิติดลบ 160 องศาจนก้อนเนื้อกลายเป็นน้ำแข็ง วิธีนี้ได้จะทำให้ก้อนมะเร็งสลาย แต่ไม่เหมาะใช้รักษากับก้อนมะเร็งที่อยู่ใกล้กับเส้นเลือดใหญ่ เพราะอาจทำให้เส้นเลือดแตก และคนไข้ตกเลือดเสียชีวิตได้ จึงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

“เทคนิคฝังแร่” เหมาะกับการรักษามะเร็งตับอ่อน ปอด ตับ และเต้านม หลักการทั่วไปของการรักษาด้วยแร่ไอโอดีน คือก่อนที่จะทำการรักษาต้องเช็คร่างกายของผู้ป่วยโดยการใช้เครื่องอัลตราซาวน์ หรือเครื่องซีทีสแกนเพื่อค้นหาก้อนมะเร็งว่าอยู่จุดไหนและทำการมาร์คจุด จากนั้นใช้เครื่องคอมพิวเตอร์วัดขนาดของก้อนมะเร็งและคำนวณว่าจะต้องใช้แร่ไอโอดีนจำนวนเท่าใด

และใช้เครื่องนำทางในการใช้เข็มที่ยาวพิเศษแทงเข้าไปในก้อนมะเร็งโดยตรง และนำแร่ไอโอดีนเข้าไปฝัง เป็นวิธีที่ทำให้ก้อนมะเร็งถูกทำลาย แต่ขอบเขตการแผ่รังสีแต่ละเม็ดแค่เพียง 1.7 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้ลดความเสียหายที่จะเกิดกับเนื้อเยื่อปกติ โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน จากนั้นก็ฝังอยู่ในร่างกายโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ



“การปลูกถ่ายเซลล์คุ้มกัน” เป็นขั้นตอนการรักษาหลังจากที่รับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด ฉายแสง หรือคีโมแล้ว เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ฉีดเข้าร่างกายผู้ป่วยเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาตอบสนองต่อก้อนมะเร็ง เนื่องจากเซลล์ภูมิคุ้มกันนี้ได้มาจากตัวของผู้ป่วยเอง เพราะฉะนั้นก็จะไม่เกิดปฏิกิริยาที่เป็นลบต่อผู้ป่วย อีกทั้งผลข้างเคียงต่ำ ไม่ว่าสภาพร่างกายของผู้ป่วยจะอ่อนแอเพียงใดก็สามารถใช้เทคนิคภูมิคุ้มกันได้



ล่าสุดมี
“เทคนิคมีดนาโน” เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน ตับ ปอด ไต ต่อมลูกหมาก ลักษณะการรักษาจะใช้เข็มขนาดเล็กกว่าไม้จิ้มฟันจำนวน 2 เข็ม มีขั้วบวกและขั้วลบ สอดใส่ไปในเส้นเลือดใช้เครื่องนำทางไปถึงก้อนมะเร็งแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้า 1,000-3,000 โวลต์ไปที่ก้อนมะเร็ง ทำให้สลายไปในที่สุด เพราะไม่สามารถทนกระแสไฟฟ้าขนาดนี้ได้ แต่ไม่ทำลายเซลล์ปกติโดยรอบ

นอกจากการรักษาแต่ละเทคโนโลยีนี้แล้ว การค้นหาก้อนมะเร็งก็มีความสำคัญ เพราะเป็นการรักษาเฉพาะจุดจึงต้องแม่นยำ โดยมีวิธีสังเกตเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมะเร็งหากดูในภาพสแกนจะเห็นได้ชัดว่ามีเส้นเลือดมากมายไปหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง ฉะนั้นเมื่อเรารู้แบบนี้แล้วจึงต้องมีการ
“ฉีดยาอุดตันเส้นเลือดไม่ให้ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง” ด้วย เพราะถ้าไม่มีเลือดไปเลี้ยง ก้อนมะเร็งก็จะขาดอาหารและตายไปในที่สุด เป็นอีกวิธีที่ช่วยเสริมการรักษาให้ได้ผลดี

ส่วนมากผู้ป่วยชาวไทยที่มารับการรักษาส่วนมากจะเป็นมะเร็งระยะกลางถึงระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นระยะลุกลามแล้ว ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ ฉะนั้นถ้าจะให้หายขาดจากโรคเหมือนคนปกติทั่วไปคงเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตไม่ให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องเจ็บปวดทรมานและยืดอายุได้นานยิ่งขึ้น หากโชคดีโรคก็สงบไม่ก่อกวน

อย่างไรก็ตามคนไข้แต่ละรายจะใช้วิธีการรักษาแบบใดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ว่าจะใช้การรักษาใดบ้าง โดยเฉพาะ “มะเร็งระยะสุดท้าย” ต้องมีการรักษาร่วมกันหลายวิธีจึงจะได้ผลดี รวมถึงขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนไข้ด้วย เช่น เป็นโรคหัวใจ การทำงานของตับไตผิดปกติ ต้องเช็คร่างกายก่อนว่าพร้อมรับการรักษาหรือเปล่า แต่ถ้าร่างกายปกติพอรับไหวก็สามารถรักษาได้ เพราะการรักษาเฉพาะจุดเป็นการรักษาแบบแผลเล็ก จึงบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ทำให้คนไข้สามารถรับมือได้ไม่ทรมานมาก



ถึงแม้จะไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า “มะเร็ง” เกิดจากสาเหตุใด แต่เรารู้ว่ามีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า สภาพอากาศแวดล้อม เช่น มลพิษต่างๆ และพันธุกรรม อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งได้ คือ
“ความเครียดและความกดดัน” ทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานแย่ลง สภาพร่างกายอ่อนแอยิ่งขึ้น และมันยังสามารถดึงเซลล์มะเร็งให้โตขึ้นได้

เมื่อเราทราบว่ามีเทคโนโลยีการรักษามะเร็งใหม่ๆ ที่ดีกว่าสมัยก่อนๆ มากแบบนี้แล้ว แต่ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากเจ็บป่วยแน่นอน จึงต้องป้องกันไว้ก่อนเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
“การรักษามะเร็งเฉพาะจุด” ก็เป็นอีกหนึ่งความหวัง โดยเฉพาะคนที่รู้ตัวช้าจนเข้าสู่ระยะลุกลามจะได้ไม่ต้องทนทรมานกับโรค และสามารถยืดอายุได้นานขึ้น สิ่งสำคัญถ้ากำลังใจดีก็มีโอกาสหายขาดได้!!
…...........................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 236