อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ฝันเป็นหมอ'รอวันฟ้าเปิด เด็กดีสู้ปัญหา-ยอมลำบาก

ลำบากต้องกัดฟันสู้ แม้หนทางไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เด็กดีชื่อ “น้องน้ำฝน” สู้ทุกปัญหา-ยอมลำบากเพื่อคนในบ้าน มุ่งมั่นฝันอยากเป็นหมอ ไปอ่านกัน อาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00 น.


ชีวิตคนเราหากเปรียบได้คงจะคล้ายกับ “เปลวเทียน” เล่มเล็กๆ แม้จะมีแสงส่องสว่าง...แต่เมื่อยามแสงไฟต้องลม ก็ไม่ต่างอะไรกับสรสุมชีวิตที่กำลังเคลื่อนพัดผ่านเข้ามาเป็นระลอกๆ สายลมโกรกแสงไฟราวกับจะมอดดับลงไปทุกที เมื่อพายุสงบลงนั่นแหละ... เปลวเทียนชีวิต”...ก็จะกลับคืนส่องสว่างได้อีกครั้ง

เด็กดีคนนี้แม้ตัวเล็กแต่หัวใจกลับยิ่งใหญ่ “น..น้ำฝน สาธร” หรือ “น้องน้ำฝน” เด็กสาววัย 15 ปี หลังสูญเสียพ่อแม่ต้องกลายเป็นเสาหลักของบ้าน หาเลี้ยงยายวัยชราและหลานชาย นำข้าวที่เหลือจากที่วัดมาตากแห้งเก็บไว้ขาย และเจียดเงินวันละ 5 บาทไปโรงเรียน นับว่ากตัญญูและรู้จักมัธยัสถ์สมคำว่า “เด็กดี”



“น้องน้ำฝน” เธอเรียนอยู่ชั้น ม.3 รร.ชุมชนบ้านกุดไห ต.กุดไห อ.กุดบาก จ.สกลนคร ภายนอกก็เหมือนเด็กทั่วไป แต่ทว่าภายในจิตใจของเธอนั้น ได้ฝ่าฟันอุปสรรคความสูญเสียมานับหลายครั้ง เริ่มจากพ่อของเธอ “นายสุทัศน์” (ไม่ทราบนามสกุล) เสียชีวิตขณะที่เธออายุได้เพียง 1 ขวบ เธอจึงมีพ่อเลี้ยงอีกหนึ่งคน

ด้วยฐานะที่ยากจน แม่ของเธอนั้น “นางปิ่น วงศ์สาคร” และพ่อเลี้ยงต้องดิ้นรนออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ เธอจึงต้องอาศัยอยู่กับพี่สาวอีกคน และยาย “นางชัย คำโคตร” ตั้งแต่เด็กๆ ขณะนี้ก็ชราภาพมากแล้ว อายุ 84 ปี

กระทั่งเธออายุได้ 5 ขวบ ความสูญเสียมันเริ่มกัดกินครอบครัวเธออีกครั้ง พ่อเลี้ยงเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แม่ของน้ำฝนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำงานหนักเพื่อหาเงินรักษาสามี และดูแลครอบครัวเพียงคนเดียว จวบจนเธออายุได้ 7 ขวบ...พ่อเลี้ยงก็เสียชีวิต...

แม่ของน้ำฝนทำไร่ทำนา ปลูกข้าว และเช่าที่ดินปลูกมันสำปะหลัง เว้นว่างก็จะออกไปรับจ้างทั่วไป ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพียงเพราะ...หวังให้ลูกมีอนาคตที่ดี แต่เนื่องจากทำงานหนักมาโดยตลอด สภาพร่างกายไม่ไหว แม่ของน้ำฝนก็เริ่มมีอาการเจ็บป่วย น้ำฝนเริ่มมีความกลัวในชีวิตนับตั้งแต่แม่ล้มป่วยลง สุดท้ายก็หนีความจริงไม่ได้ แม่ของเธอได้เสียชีวิตในที่สุด ในขณะที่เธอกำลังเรียนอยู่ระดับชั้น ป.5



“น้องน้ำฝน” เล่าให้ฟังว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิต รู้สึกไม่เหลือใครเลย มีความรู้สึกท้อแท้เข้ามาในหัว แต่พอเวลาผ่านไปได้สักพัก ความรู้สึกนั้นก็เริ่มจางหายไป และจะสู้เพื่อยายด้วยการตั้งใจเรียนให้เก่ง

“...หนูจะต้องมีความอดทนและใช้ชีวิตที่เหลือต่อไป ถึงแม้ทุกอย่างจะขาดหายไปจากชีวิต หนูอาศัยอยู่กับยาย ยายคือพ่อและแม่คนที่สองของหนู ท่านคอยให้ความรัก ความอบอุ่นที่ไม่ต่างจากพ่อและแม่ของหนู แต่ในทุกๆ ปี เมื่อถึงวันแม่ทีไร มันก็อดใจหายไม่ได้ มันทำให้หนูเศร้าทุกครั้ง เมื่อเห็นทุกคนได้กราบแม่ แต่หนูไม่มีแม่ให้กราบอีกแล้ว หนูก็กราบยายแทนแม่ทุกๆ ปี...” ข้อความตอนหนึ่งที่น้ำฝน บอกเล่าความในใจ

ปัจจุบัน “น้องน้ำฝน” อาศัยอยู่กับยายวัย 84 ปี และหลาน 1 คน ชื่อ “น้องบรีส” ซึ่งเป็นลูกของพี่สาว โดยพี่สาวของน้ำฝน มีลูก 2 คน คือน้องบรีส ชั้น ป.3 และน้องโซฟา ชั้น ป.2 แต่อาศัยอยู่กับแม่ชีท่านหนึ่ง ที่เอ็นดูรับเลี้ยงไว้อุปการะที่วัดเทพวิสุทธาราม ได้รับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานเทศบาล เดือนละ 2,000 บาท โดยผู้ถือเงินคือ ป้าเตินและแม่ชี



พี่สาวของน้ำฝนไปทำงานต่างจังหวัด นานๆ ครั้ง จะส่งเงินมาให้คราวละ 500-1,000 บาท และกลับมาเยี่ยมบ้าน ซึ่งปีนี้ได้ส่งเงินมาให้ยายและกลับมาเยี่ยมบ้านเพียง 2 ครั้ง รายได้ที่เข้ามาประจำจึงมีเพียงเบี้ยคนชราของยาย เดือนละ 800 บาท บัตรสวัสดิการคนจน และข้าวตากแห้งที่เหลือจากวัด นำไปขายกิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งน้ำฝนจะใช้เงินไปโรงเรียนเพียงวันละ 5 บาทเท่านั้น

“...แม้หนูจะมีปัญหาผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้หนูรู้จักความอดทน รู้จักที่จะแก้ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ต่อไปจากนี้ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น หนูจะผ่านมันไปให้ได้...”

เธอเป็นเด็กผู้ที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้ สู้กับปัญหายอมอดทนความลำบากทุกอย่าง หวังเพื่อดูแลคนในครอบครัว ซึ่งช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาตัดสินใจหารายได้พิเศษ “ขายสบู่ออนไลน์” รายได้ก้อนละ 8 บาท ซึ่งตอนนี้น้ำฝนบอกว่าตั้งแต่เริ่มขายสามารถขายสบู่ได้แล้วจำนวน 30 ก้อน ขณะที่หลังจากเลิกเรียนเธอก็จะมุ่งหน้ากลับบ้าน นึ่งข้าวหุงข้าว ทำกับข้าว ซักผ้า ทำงานบ้านทุกอย่าง ดูแลยายและหลาน เพราะยายของเธอดวงตาด้านซ้ายเป็น “ต้อกระจก” และปวดท้องเป็นประจำ เนื่องจากโรคกระเพาะ ทั้งยังมีอาการเสียงแหบ ปอดไม่ค่อยดี นอกจากนั้นยังมีอาการหลงๆ ลืมๆ เป็นประจำ น้ำฝนจึงเป็นเสมือน “หัวหน้าครอบครัว”



น้องน้ำฝนเป็นเด็กเรียนดี และมีความขยันหมั่นเพียร เป็นคนไม่ค่อยพูด มีจิตอาสาช่วยงานครูมาโดยตลอด เคยเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันวิชาการในวันภาษาไทยแห่งชาติ และชนะเลิศในระดับเขตพื้นที่ไปแข่งในระดับประเทศ เมื่อปี 58 และเป็นตัวแทนระดับศูนย์เครือข่ายเข้าแข่งขันระดับเขตพื้นที่ในการแข่งขันวาดภาพ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ประจำปี 59-60

ส่วนคำยืนยันจาก..นาตญา คำสะอาด รอง ผอ.รร.ชุมชนบ้านกุดไห บอกว่า ดิฉันเพิ่งมาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ 2 ปี “น้ำฝน” จะเรียกดิฉันว่าแม่ ชดเชยความอบอุ่นที่หายไป ทราบจากครูประจำชั้นว่าฐานะยากจนมาก แต่ไม่คิดว่าจะเดือดร้อนที่สุดในโรงเรียน ดิฉันจึงช่วยเรื่องค่าไฟในทุกๆ เดือน แม้เด็กเป็นคนไม่ค่อยพูดและมีกำแพงบางๆ กลั้นอยู่ แต่มีจิตอาสาช่วยงานครูมาโดยตลอด

ครูถามน้ำฝนว่า...โตขึ้นความฝันอยากเป็นอะไร?? เธอตอบว่าอยากเรียนแพทย์ “หนูจะสู้ที่สุดเท่าที่กำลังมีค่ะครู”



ซึ่งความฝันของเด็ก เธออยากเป็นหมอ...เพราะเป็นอาชีพที่ได้ช่วยเหลือคน อย่างที่เธอบอกว่า “จะสู้ที่สุดเท่าที่มีกำลัง” เพราะการศึกษานั้นสำคัญมาก การทำหน้าที่ทั้งแม่และครูเพื่อปั้นเด็กในสภาพเช่นนี้ให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะผลักดันได้ จึงเป็นภาระกิจเรือจ้างที่สำคัญยิ่งเพื่อลูกศิษย์ เพราะรองผอ.ท่านนี้ ชีวิตสมัยเด็กก็เคยได้รับโอกาสทางการศึกษามาเช่นกัน

ท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือ แบ่งปันน้ำใจให้ “น้องน้ำฝน” สามารถติดต่อสอบถาม รองฯ นาตญา คำสะอาด รอง ผอ.รร.ชุมชนบ้านกุดไห ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-7865-6250.
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 120