อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ป่าในเมือง'เพิ่มพื้นที่ป่า คืน'ความสุข'ให้ประชาชน

สัปดาห์นี้เล่าถึง “ป่าไม้” ว่านอกจากจะมีความสำคัญกับประเทศแล้ว ยังดีต่อจิตใจคนเมืองด้วย ซึ่งการทำ “ป่าในเมือง” จะช่วยคืนความสุขให้ประชาชนได้อย่างไรไปอ่านกัน พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น.


“ป่าไม้” เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมืองจะก้าวหน้า ประชาชนจะมีความสุขหรือไม่? ทรัพยากรป่าไม้มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นเพราะว่า...

1.ทรัพยากรป่าไม้เป็นปัจจัยในการดำรงชีพของมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่าเป็น “ปัจจัย 4” คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ตลอดจนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ก็ต้องพึ่งพาทรัพยากรป่าไม้เช่นกัน

2.ทรัพยากรป่าไม้ช่วยรักษาสมดุลย์ของระบบนิเวศให้เกิดความพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป ให้อากาศพอเย็นสบาย ให้น้ำท่าพอประมาณ ให้สามารถเกื้อกูลกันซึ่งกันและกันได้

3.สนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะทรัพยากรป่าไม้เป็นทั้งปัจจัยทางตรงและอ้อมในทางเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ โดยที่ไม่มีประเทศใดสามารถเจริญรุ่งเรืองได้โดยที่ทรัพยากรธรรมชาติขาดแคลน



ดังนั้นทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจึงพยายามที่จะป้องกันรักษา
“พื้นที่ป่า” ที่เหลืออยู่เอาไว้ให้ได้ และพยายามจะเพิ่มพื้นที่ป่าให้มากขึ้น โดยได้มีเกณทฑ์กำหนดให้ประเทศไทย ต้องมีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ ทั้งจากโดย มติ ครม. โดยคณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ และโดยความเห็นจาก ยูเนสโก

จึงมีการกำหนดแนวทางมาตรการใน การแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่า และฟื้นฟูสภาพป่า โดยการ

1.ให้มีป่าอนุรักษ์ในรูปอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น โดยให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข็มข้น ไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ของชาติ

2.ให้มีการพัฒนาการปลูกป่าทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้เป็นไปตามเป้าที่กำหนด

3.จัดสรรที่ทำกินให้ประชาชน โดยหวังว่าเมื่อประชาชนมีที่ดินทำกินแล้ว จะไม่บุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพิ่มเติมอีก โดยทำในรูป สทก. สปก หมู่บ้านป่าไม้ฯ

4.ปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชน มีความรัก ความหวงแหน และรู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้อย่างชาญฉลาด และประหยัด เป็นไปตามหลักการอนุรักษ์

แต่สถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทยกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือประมาณ 30 เปอร์เชนต์ ของพื้นที่ทั้งประเทศ และถ้าไม่นับรวมป่าเอกชน ป่าข้างทางและสวนยางพารา ก็น่าจะไม่ถึง 30% เสียด้วยซ้ำ ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ ทั้งจากนโยบายที่ผิดพลาด จากการปฏิบัติตามกฏหมายและนโยบายที่ไม่จริงจังของผู้เกี่ยวข้อง และที่ร้ายสุดคือ...


การหาประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้และเงินงบประมาณเพื่อการนี้ที่มีมาอย่างยาวนาน จนติดคุกมีเรื่องมีราวกันมากมาย ล้วนทำให้พื้นที่ป่าเลว



รัฐบาล คสช. ที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่เข้ามาบริหารประเทศ ก็ได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้

อาทิ นโยบายการทวงคืนผืนป่า ซึ่งก็ได้ผลงานมาบ้างแล้ว ตัวเลขอย่าไปกล่าวถึงเลยว่าได้มาเท่าไหร่ แต่ถือได้ว่าเป็นนโยบายที่ถูกต้อง และพบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ปัญหา ส่วนการฟื้นฟู กระทรวง ทส.ก็ประกาศความสำเร็จไปแล้วว่าได้เปลี่ยนจาก “เขาหัวโล้น” เป็น “เขาหัวจุก” ได้แล้ว

แต่ที่น่ายกย่องชื่นชม คือแนวคิดในการเพิ่มพื้นที่ป่าในเมือง ซึ่งทั่วโลกได้ดำเนินการกันแล้วอย่างกว้างขวางมากมายหลายเมือง ยกตัวอย่างเช่น สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ขนาด 3.4 ตารางกิโลเมตร ในเขตแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ ที่ได้รับรางวัลมรดกโลก สวนพฤกษศาสตร์แพดัว ประเทศอิตาลี และ Royal Botanic Gardens ในเขตคีว (Kew) ประเทศอังกฤษ

โดย กระทรวง ทส. ได้เริ่มดำเนินโครงการป่าในเมือง หรือ
“สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” เพื่อไปสนองตอบการเพิ่มพื้นที่ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ นอกนั้นจะมีผลตามมา ก็คือยังสร้างความร่มรื่น สวยงาม ลดความร้อน สร้างความชุ่มชื้น ลดมลพิษ และภัยธรรมชาติต่างๆ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนเมือง และท้องถิ่นอีกด้วย



ในการนี้ กระทรวง (ทส.) จะสตาร์ทอัพ หรือเปิดตัวโครงการป่าในเมืองครั้งแรกในเร็วๆ ที่จังหวัดระยอง คือ โครงการป่าในเมือง “ป่าชายเลนพระเจดีย์กลางน้ำ อัญมณีหนึ่งเดียวในระยอง” จำนวนเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งเป็นป่าชายเลนภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และจะมีโครงการต่อเนื่องในป่าชายเลน อีก 20 แห่ง กระจายทั่วประเทศ

นอกนั้น หากรัฐบาลนี้ได้นำป่าในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ของส่วนราชการอื่น ที่สาธารณะ ที่รกร้างว่างเปล่า ที่วัดวาอาราม และที่ของเอกชน มาทำเป็น
“สวนป่าในเมือง” นอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว ยังตอบสนองความโหยหาที่คนต้องการใกล้ชิดธรรมชาติเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น และตอบสนองนโยบายการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศอยู่ในขณะนี้

การทำ
“ป่าในเมือง” ได้เร็วเท่าไหร่ และได้มากเท่าไหร่ ก็เป็น “การคืนความสุขให้ประชาชนได้มากเท่านั้น” รีบทำเถอะนะครับ...ประชาชนเริ่มไม่ค่อยมีความสุขในเรื่องอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

เรื่องนี้จะเป็น “ผลงานชิ้นโปว์แดง” ทั้งของ รมต. ทส. และของรัฐบาล เพราะสามารถคืนความสุขให้ประชาชนได้จริง.
…...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอบคุณภาพขาก : bloggang

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 82