อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

เปิดใจ'ทิโมธี ชาลาเมท์' พระเอก Call Me by Your Name

เปิดใจหนุ่มน้อยน่ารัก "ทิโมธี ชาลาเมท์" ลูกครึ่งฝรั่งเศส อเมริกา พระเอกจากภาพยนตร์ Call Me by Your Name ส่งเจ้าตัวเข้าชิงสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560 เวลา 11.00 น.

อีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มที่กำลังเป็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ในขณะนี้ อย่าง "ทิโมธี ชาลาเมท์" หนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส อเมริกา พระเอกจากภาพยนตร์ Call Me by Your Name ซึ่งก่อนหน้านี้มีผลงานในซีรีส์ Homeland และเคยตกเป็นข่าวว่ากำลังศึกษาดูใจกับ ลอร์เดส ลีออน ลูกสาวของมาดอนน่าอีกด้วย ล่าสุดเจ้าตัวรับบท เอลิโอ ในภาพยนตร์ Call Me by Your Name และโด่งดังชั่วข้ามคืน ด้วยบทบาทการแสดงที่หลากหลายจากภาพยนตร์เรื่องนี้ 

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงหลัง Call Me by Your Name ออกฉาย
"หลังจากหนังออกฉายที่ซันแดนซ์ เมื่อต้นปี 2017 ผมก็เดินทางไม่หยุดหย่อนเลยครับ ผมต้องให้สัมภาษณ์คำถามเดิมๆ คำตอบเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ผมสนุกกับมันมากเลยล่ะ ผมรู้สึกดีมากจริงๆ (คุณไม่ใช่นักแสดงโนเนมแล้ว) อย่ายกย่องผมเกินไป (หัวเราะ) ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะยังไงต่อ เพียงแต่ผมชอบการแสดง อันที่จริง ผมก็ยังไม่ชินกับการแสดงหนังหรอกนะ ผมไม่ใช่คนที่ดูหนังเยอะ ผมโตมากับละครเวที และถนัดแสดงละครเวทีมากกว่า แต่จากนี้ไปชีวิตคงเปลี่ยน"



การเป็นนักแสดงเต็มตัว กระทบกับการดำเนินชีวิตหรือเปล่า
"ผมต้องลาออกจาก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย หลังจากเรียนได้แค่ปีเดียว ซึ่งผมเสียใจมาก แต่เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากการได้เข้าเรียนที่นั่น หมายถึงคุณต้องตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง คุณต้องโฟกัสไปที่ตำราและงานวิชาการ ซึ่งผมต้องเลือกแล้วล่ะ ว่าตอนนี้ผมอยากโฟกัสกับอะไรกันแน่"

มาร่วมงานกับภาพยนตร์  Call Me by Your Name ได้อย่างไร
"เริ่มจากเอเยนต์ของผม เป็นคนส่งผมไปเจอลูกา กัวดาญิโน ตอนนั้นเขากำลังทำบท Call Me by Your Name ร่วมกับเจมส์ ไอวอรี่ และผมเพิ่งอายุ 17 เอง ใสกว่าตอนนี้มาก (หัวเราะ) ผมค่อนข้างกล้าๆกลัวๆ นะ ผมไม่กลัวบทที่ท้าทาย แต่กลัวว่าจะทำให้พวกเขาผิดหวัง ซึ่งหลังจากนั้นก็ผ่านไปนานเป็นปี กว่าที่พวกเขาจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง แล้วบอกว่าพร้อมถ่ายทำแล้วล่ะ ลูกา กัวดาญิโน เป็นคนวางแผนการเตรียมตัวให้กับผมครับ ตอนนั้นผมกำลังเล่นละครเวทีอยู่ที่นิวยอร์ก ลูกาโทรบอกผมว่า เล่นเสร็จแล้วบินมาที่อิตาลีทันทีเลยนะ ผมเล่นละครรอบสุดท้ายเสร็จ วันรุ่งขึ้นก็ไปที่โน่นเลย มันเป็นเมืองเล็กๆ ชื่อว่า เครมา ซึ่งบ้านของลูกาก็อยู่ที่นั่น ผมต้องไปอยู่ล่วงหน้านานกว่าทุกคนเป็นเดือนๆ เพื่อให้ชินกับสถานที่ ผมต้องเรียนเปียโนเพิ่มเติม และต้องเรียนภาษาอิตาเลียนด้วย มันเหมือนการไปเรียนซัมเมอร์แคมป์น่ะ"



การทำงานร่วมกับอาร์มี แฮมเมอร์เป็นอย่างไรบ้าง
"อาร์มีเป็นคนตลก วันแรกที่เขามาถึงอิตาลี ผมกำลังซ้อมเปียโนอยู่ เขาตะโกนบอกให้ผมออกไปข้างนอกกัน และเนื่องจากผมไปอยู่ที่นั่นก่อนเขาเป็นเดือนแล้ว ผมเลยรู้จักเมืองแห่งนั้นดี ผมเลยพาเขาขี่จักรยานรอบเมือง ถ้าคุณได้ดูหนัง มันจะเหมือนในหนังเลยละ (หัวเราะ)"

อาร์มี แฮมเมอร์ให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะจูบเล่นกับคุณก่อนเข้าฉากทุกครั้ง
"เขาก็พูดเกินไป (หัวเราะ) เราก็มีซ้อมๆ กันบ้าง ส่วนหนึ่งเพราะเราแทบจะเป็นคนอเมริกัน 2 คนที่อยู่ในกองถ่ายก็เป็นได้ เราใช้ทีมงานที่เป็นคนต่างชาติเกือบทั้งหมด และอยู่ในโลเกชั่นที่ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเลย เราใช้เวลาด้วยกันเกือบตลอดเวลา อาร์มีเป็นเพื่อนและพี่ชายที่ยอดเยี่ยม ในความเห็นของผม หนังเรื่องนี้ลูกาและสยมภู (มุกดีพร้อม) ผู้กำกับภาพที่น่ารักของเรา ตัดสินใจว่าพวกเขาจะถ่ายหนังโดยใช้เลนส์เพียงตัวเดียว คุณนึกออกใช่ไหม หนังเรื่องอื่นๆ เขาก็จะใช้เลนส์หลากหลาย และจะมีเวลาที่ต้องพักเปลี่ยนเลนส์ แล้วแสดงใหม่ อะไรแบบนั้น แต่เรื่องนี้ เราเลยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเลนส์ นักแสดงจึงสามารถเล่นได้ยาวไปเลย การเล่นได้ยาวๆ นั้น มันทำให้เราไม่ต้องคอยทำอารมณ์ใหม่ มันจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า เราสามารถเล่นไปนานเท่าไหร่ก็ได้" 



ตอนคุณได้ดูหนังครั้งแรก คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
"ผมได้ดูหนังครั้งแรกที่งานซันแดนซ์ พร้อมกับผู้ชมเต็มโรง ผมบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน มันท่วมท้น มันรู้สึกดี ตื่นเต้น พบหนังจบ ผมภูมิใจกับมันมาก ผมคิดว่าอย่างน้อยเราก็ไม่ได้ทำให้ฉบับนิยายต้องมัวหมอง และผมขอพูดอีกครั้งว่าลูกาเป็นคนที่เก่งจริงๆ"

ในความเห็นคุณ Call Me by Your Name พิเศษอย่างไร
"ผมจะไม่พูดเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ผมได้รับจากการทำงานก็แล้วกัน เพราะมันพิเศษสำหรับผมมากๆ แต่ผมจะพูดถึงตัวหนัง ผมคิดว่าคุณค่าอย่างหนึ่งของ Call Me by Your Name คือ การที่หนังแสดงท่าทีว่า สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตเรา คือการยอมรับสิ่งที่ตัวเราเป็น ผมมักจะเล่าเรื่องตอนเราพูดคุยกับผู้ชมหลังหนังฉายจบที่ซันแดนซ์เสมอ มีผู้ชมคนหนึ่งยกมือขึ้น แล้วบอกว่า ถ้าเขาขออะไรสักอย่างได้ เขาอยากให้พ่อของเขา พูดแบบเดียวกับที่พ่อของเอลิโอพูดในหนัง ผมคิดว่าฉากนั้นมันดีมากจริงๆ และมันสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์ยอมรับและมีความสุขกับความเป็นตัวเอง" 

สำหรับภาพยนตร์ Call Me by Your Name มีโปรแกรมเข้าฉายเมืองไทย 14 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป  เฉพาะที่โรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26