อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"อีไอเอ"เป็นพระเอกช่วยปกป้อง หรือหลอกหลอนใคร??

สัปดาห์นี้มาดูการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ“อีไอเอ” ว่าจะช่วยประชาชนด้านสุขภาพหรือเป็นผู้ร้ายหลอกหลอนใครกันแน่?? พุธที่ 6 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น.

 
“อีไอเอ” (EIA) หรือการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ “อีเอชไอเอ” (EHIA) หรือกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ  ทั้ง 2 คำนี้จะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างกว้างขวางเสมอ เมื่อมีการจัดทำโครงการใหญ่ๆ ขึ้นในประเทศ เช่น ขณะนี้คือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้งเทพา และกระบี่ จึงมาทำความรู้จัก EIA และ EHIA กันครับ

ทั้ง EIA และ EHIA ถือเป็นเครื่องมือของรัฐในการคุ้มครองประชาชนที่เกิดผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต และอีกหลากหลายด้าน อันเกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อม มีใช้กันทั่วโลก ซึ่งแต่ละประเทศออกแบบอย่างไร? เข้มจางอย่างไร? ขึ้นอยู่กับพื้นฐานและปัญหาของแต่ละประเทศ จึงแตกต่างกันออกไป

โดยที่สำคัญจะขึ้นอยู่กับท่าที และความคิดความเห็นของผู้นำ หรือผู้บริหารของแต่ละประเทศนั้นด้วย ยกตัวอย่างในประเทศไทย อดีตนายกทักษิณ ชินวัตร เคยมองว่า EIA เป็นปัญหาและขัดขวางการพัฒนาประเทศ จึงใช้อำนาจสั่งให้ดำเนินการ โครงการแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี โดยไม่ต้องทำ EIA 

หรือ อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้อภิปรายในสภาว่า EIA เป็นอุปสรรคของประเทศในการพัฒนาบ้านเมือง และอีกหนึ่งตัวอย่างคือ ครม.สมัยอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ฯ ได้อนุมัติให้สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ก่อน EIA อนุมัติ เหล่านี้เป็นต้น ท่าทีแบบนี้เป็นการปฏิเสธ EIA และ EHIA



แต่อย่างไรก็ตาม EIA ก็ยังคงอยู่มาได้อย่างยาวนาน และทำหน้าที่คุ้มครองปกป้องประชาชนและประเทศชาติเรื่อยมา เห็นได้จาก กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และโดยเฉพาะปี 2550 บัญญัติไว้ใน มาตรา 67 เกี่ยวกับการให้สิทธิประชาชนในการดูแลรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคุ้มครองให้ประชาชนดำรงชีพอยู่ดีโดยไม่มีอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรือคุณภาพชีวิต 

โดยกำหนดให้การดำเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน
 
รวมทั้งให้มีองค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว และให้สิทธิชุมชนที่จะฟ้องหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้
 

บทบัญญัติดังกล่าวนี้ถือเป็นการดูแลและคุ้มครองประชาชนที่ก้าวหน้ากว่าทุกฉบับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวกลับถูกฉีกด้วย คสช. ความในบทบัญญัติดังกล่าวได้หายไป หรือคือไม่มีการคุ้มครองประเทศชาติและประชาชนจากปัญหาสิ่งแวดล้อมไปชั่วเวลาหนึ่ง เพราะไม่ไปปรากฏในรัฐธรรมนูญชั่วคราว หรือคำสั่ง คสช.ใดๆ แล้ว

จนภายหลังมีคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติว่า...
 
“ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการหรือกิจการด้านการคมนาคมขนส่ง การชลประทาน การป้องกันสาธารณภัย โรงพยาบาล หรือที่อยู่อาศัย ในระหว่างที่รอผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการหรือกิจการนั้น อาจเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้พิจารณาอนุมัติดำเนินการเพื่อให้ได้มา ซึ่งเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไปพลางก่อนได้ แต่จะลงนามผูกพันในสัญญาหรือให้สิทธิกับเอกชนผู้รับดำเนินการตามโครงการหรือกิจการไม่ได้”


 
ถือว่าได้มีการคุ้มครองในระดับหนึ่ง จนคลอดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 2560 จึงได้กลับมามีการคุ้มครองในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะไม่เข้มข้นเหมือนเดิมก็ตาม

แต่อย่างไรก็ตาม EIA เป็นทั้ง
“พระเอกของบางคน” และเป็น “ผู้ร้ายที่คอยหลอกหลอนของบางคน” ไปด้วยกัน เพื่อให้ได้รับการยอมรับ จึงต้องมีการแก้ไขทุกอุปสรรค ทั้งการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความล่าช้าของ EIA และพัฒนา EIA ให้มีความแม่นยำ น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น หรือให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสามารถทำได้และทำกันมาแล้วในหลายๆ ประเทศ ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาให้เอกชนผู้รับเหมาเท่านั้น

การแก้ปัญหาและพัฒนา EIA ต้องสร้างความมั่นใจให้กับ “กลุ่มนักวิชาการ” หรือ “นักอนุรักษ์” และพี่น้องประชาชน ว่าได้รับการคุ้มครอง ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน และไม่ใช่แก้ไขไปเอื้อใคร โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ด้านการคมนาคม ด้านชลประทาน และโรงไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งมักจะกระทบ และเป็นปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนท้องถิ่นตลอดมา

จนถึงเวลานี้...เห็นสมควรว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ทส.) ต้องเป็นเจ้าภาพหลัก หยิบยกขึ้นมาทบทวนได้แล้ว เพราะหากปล่อยเช่นนี้ โดยไม่มีการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น จะทำให้รัฐบาลได้รับความเสียหายได้ เพราะทั้ง EIA และ EHIA เป็นสิ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของรัฐบาล และผู้บริหารประเทศว่าเป็นเช่นไร และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และเฝ้าจับตามองอยู่ตลอดเวลา...
…………………………………
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 43