อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

ดูแล"แอร์รถยนต์"!! ใช้ถูกวิธีดีต่อสุขภาพ

แอร์รถยนต์ นอกจากจะช่วยคลายร้อน ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบหายใจเนื่องจากตลอดเวลาที่คุณอยู่ในรถ ต้องสูดดมอากาศที่ไหลเวียนผ่านระบบแอร์จึงควรดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ ศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560 เวลา 08.00 น.

ในยุคที่เมืองไทยมีแต่ ฤดูร้อนนิดหน่อย-ร้อนลิ้นห้อย-ร้อนตับแลบ ระบบปรับอากาศ (แอร์รถยนต์) จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเย็นสบายไม่เครียดแม้ยามการจราจรติดขัด แต่นอกจากจะช่วยคลายร้อนแล้ว แอร์รถยนต์ยังมีผลต่อระบบหายใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เนื่องจากต้องสูดดมอากาศที่ไหลเวียนผ่านระบบแอร์ตลอดเวลาเมื่ออยู่ในรถ โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าอาจจะเต็มไปด้วย 'เชื้อโรค' ก็เป็นได้ “รู้ก่อนเหยียบ” จึงขอนำเสนอวิธีการใช้งานระบบแอร์รถยนต์อย่างถูกต้อง รวมทั้งยังยืดอายุระบบแอร์ให้ทนทานมาฝากกัน


ต้นเหตุแอร์ไม่เย็น

-น้ำยาแอร์ขาด-หมด ส่วนใหญ่มักเกิดจากการรั่ว-ซึม ถึงแม้ระบบแอร์จะเป็นระบบปิดแต่ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาการขับขี่จึงทำให้น้ำยาแอร์สามารถซึมออกตามข้อต่อต่าง ๆ ได้ และเมื่อน้ำยาขาดจนถึงระดับหนึ่งสวิทซ์แรงดันก็จะตัดการจ่ายไฟไปยังคอมเพรสเซอร์เพื่อปกป้องไม่ให้ทำงานหนักจนน็อกในที่สุด ทั้งนี้เมื่อคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานจึงส่งผลให้แอร์มีแต่ลมออกมาอย่างเดียว

-การระบายความร้อนไม่ดี แอร์รถยนต์ก็ไม่แตกต่างจากระบบทำความเย็นอื่น ๆ กล่าวคือหากระบบระบายความร้อนได้ไม่ดีการสร้างความเย็นก็ทำได้ไม่ดีเช่นเดียวกัน โดยส่วนใหญ่เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือคอยล์ร้อนตัน-สกปรก หรือพัดลมเสีย

-คอมเพรสเซอร์หลวม-ไม่มีกำลังอัด สังเกตุได้ง่าย ๆ หากน้ำยาแอร์รถยนต์ของเราไม่ขาด แต่ติดเครื่องเปิดแอร์จอดอยู่กับที่ไม่เย็นแต่พอเร่งเครื่องค้างไว้หรือขับขี่ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง แอร์จะกลับมาเย็นปกติ

-ไดเออร์-วาล์ว สกปรกอุดตัน ส่งผลให้แรงดันของน้ำยาแอร์ผ่านเข้าคอยล์เย็นไม่สะดวก จะทำให้แอร์เย็นบ้าง ร้อนบ้าง

-คลัตช์คอมเพรสเซอร์แอร์ลื่น ส่งผลให้ไม่ทำงานในบางจังหวะจึงทำให้แอร์เย็นบ้างไม่เย็นบ้าง โดยเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1.คอยล์แม่เหล็กไฟเสื่อมสภาพเมื่อร้อนแล้วไม่ทำงาน 2.หน้าคลัตช์สึกหรอ จนไม่สามารถจับได้สนิทส่งผลให้ลื่นเป็นจังหวะ ๆ 3.ระยะหน้าคลัตช์ ชิดหรือห่างจนเกินไป

-สายพานคอมแอร์หย่อน ทำให้เกิดการฟรีขณะทำงาน



การใช้แอร์รถยนต์อย่างถูกวิธี

ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกครั้ง ควรปิดสวิตช์ควบคุมคอมเพรสเซอร์ ( A/C) เพื่อไม่ให้คอมเพรสเซอร์ เป็นตัวฉุดกำลังขณะสตาร์ท เมื่อสตาร์ทและวอร์มอัพจนเครื่องยนต์อยู่ในอุณภูมิพร้อมใช้ ควรเปิดแอร์โดยใช้ความเร็วพัดลมสูงก่อน เพื่อเป็นการไล่ความร้อนในระบบแอร์ จากนั้นเปิดสวิช์ A/C และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ หากรู้สึกว่าเย็นเกินไป ให้ปรับอุณหภูมิสูงขึ้น แทนการใช้วิธีหันช่องแอร์หนีเพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

ก่อนถึงจุดหมายปลายทาง ประมาณ5 - 10นาที ให้ปิดสวิตซ์A/C และเปิดพัดลมไปที่ความเร็วสูงสุด ทั้งนี้เพื่อลดการทำงานคอมเพรสเซอร์และไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็นไม่ให้สะสมจนเกิดเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของกลิ่นอับ จากนั้นจึงปิดพัดลมแล้วดับรถยนต์


เทคนิคควรรู้

-ไม่ควรนำน้ำหอมชนิดที่เป็นแบบมีแอลกอฮอลเป็นส่วนประกอบ ไปเสียบไว้หน้าช่องแอร์ เพราะจะทำให้ตู้แอร์ผุกร่อนเร็วขึ้น

-เมื่อนำรถจอดตากแดดเป็นเวลานานๆ ก่อนใช้รถควรเปิดลมเปล่า ๆ ให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) เพื่อไล่ความร้อนที่มีอยู่ในระบบแอร์ออกเสียก่อน แล้วจึงค่อยเปิดน้ำยาแอร์ (เปิดสวิตซ์ A/C)

-ก่อนจอดรถทิ้งไว้นานๆ เช่น จอดข้ามคืน ควรเปิดลมเปล่า ๆ ให้แรงสุด(ปิดสวิตซ์ A/C) ประมาณ 5 นาที เพื่อไล่ความชื้น ไล่น้ำ ที่ค้างอยู่ในตู้แอร์ออกก่อน เพราะตู้แอร์ทำจากอลูมิเนียม เกิดการผุกร่อนได้ง่าย นอกจากนี้ยังช่วยลดการเหม็นอับของตู้แอร์ได้อีกด้วย

-จงจำไว้เสมอว่า ระบบแอร์ เป็น “ระบบปิด” ดังนั้นเมื่อรถคุณเติมน้ำยาแอร์บ่อยๆ แสดงว่าเกิดการรั่วของระบบแอร์รถของคุณแล้ว

-ไม่ควรเปิดกระจกขับรถบ่อย เพราะจะทำให้ฝุ่นละอองจากภายนอก เข้ามาอุดตันในตู้แอร์ได้เร็วยิ่งขึ้น

-เมื่อแอร์ไม่เย็นให้รีบปิด น้ำยาแอร์หรือ สวิตซ์ A/C ทันที เพื่อเป็นการป้องกัน คอมเพรสเซอร์เสียหาย แล้วรีบนำรถไปตรวจเช็ค โดยยังสามารถใช้ลมเปล่า ๆ ได้

-ควรล้างตู้แอร์ ทุกๆ 2 ปี แต่ถ้าชอบเปิดกระจกขับรถบ่อย ๆ ให้ล้างทุก ๆ ปี หรือตามเห็นสมควร อย่างไรก็ตามสำหรับรถรุ่นใหม่ ๆ ที่มีกรองแอร์ และเจ้าของดูแลทำความสะอาด-เปลี่ยนอยู่สม่ำเสมอ สามารถยืดอายุออกไปได้อีก

-เมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเปิดกระจกขับรถ ควรปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซลหรือจุดที่แอร์ออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์น้อยที่สุด

........................................................
 
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ
 
โดย “ช่างเอก”
 
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com
 
........................................................
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 275