อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

'โรคหลอดเลือดโป่งพองแตก สาเหตุการเสียชีวิตในคนสูงอายุ'

หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง รู้สึกมีก้อนเต้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ก้อนไม่เจ็บและอยู่รอบ ๆ สะดือ ก้อนจะค่อย ๆ โตขึ้นอาจกินเวลาเป็นปี ในที่สุดจะมีอาการปวดหลังและปวดท้องรุนแรงทันที ความดันโลหิตตก และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว อาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 เวลา 05.00 น.

สาเหตุหนึ่งของการเสียชีวิตกะทันหันในคนสูงอายุคือการแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง คนไข้ไม่มีอาการมาก่อนเลย แต่อาจรู้สึกมีก้อนเต้นตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ก้อนไม่เจ็บและอยู่รอบ ๆ สะดือ ก้อนจะค่อย ๆ โตขึ้นอาจกินเวลาเป็นปี ในที่สุดจะมีอาการปวดหลังและปวดท้องรุนแรงทันที ความดันโลหิตตก และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ในคนอ้วนอาจไม่สามารถคลำก้อนได้เพราะหน้าท้องหนา ก้อนจะซ่อนอยู่หลังอวัยวะอื่นในช่องท้องเช่นลำไส้ และจะวางอยู่บนกระดูกสันหลังส่วนเอวตั้งแต่ข้อที่ 2-5 ก้อนนี้อาจกดกระดูกสันหลังทำให้มีอาการปวดหลังเหมือนโรคกระดูกหลังเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกหลังส่วนเอวเสื่อม แต่จะไม่มีอาการร้าวมาที่ขาเหมือนอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมที่ยื่นมากดถูกเส้นประสาทที่มาเลี้ยงขาและตะโพก



หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ คนไข้ที่เสี่ยงต่อโรคนี้คือคนไข้อายุมากเช่นมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โรคที่เป็นปัจจัยเสริมคือโรคความดันโลหิตสูง ในคนไข้อายุน้อยเช่นประมาณ 20-30 ปีอาจเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ที่เรียกว่า Marfan’s syndrome ที่มีลักษณะภายนอกที่เด่นคือเป็นคนสูงมาก นิ้วมือและนิ้วเท้ายาว ข้อนิ้วสามารถเคลื่อนไหวได้มากกว่าคนทั่วไปมาก เนื่องจากมีความเสื่อมของเนื้อเยื่อที่ยึดเลนส์ตา จึงอาจเกิดการหลุดของเลนส์ตาได้ง่าย คนไข้มักสายตาสั้นมาก อาจมีกระดูกสันหลังคดงอ คนไข้กลุ่มนี้มักเสียชีวิตจากปัญหาทางหลอดเลือดแดงใหญ่เช่นโป่งพองแตก หรือเกิดเลือดเซาะเข้าไปในผนังหลอดเลือดแดงใหญ่แล้วแตกและเสียชีวิต ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเลือดแดงใหญ่อายุมักอยู่ได้ไม่เกิน 40 ปี โรคหลอดเลือดโป่งพองอาจเกิดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของหลอดเลือดแดงใหญ่ ทั้งในทรวงอกและในช่องท้อง ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือในช่องท้อง โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ต่ำกว่าหลอดเลือดแดงของไต โดยพบบ่อยกว่าการโป่งพองในทรวงอกถึง 7 เท่า



การตรวจค้นหาโรคนี้ก่อนมีอาการทำได้เช่นในทรวงอกอาจพบจาก การถ่ายภาพเอกซเรย์ทรวงอกจะเห็นเงาของหลอดเลือดแดงใหญ่โต กว่าผิดปกติ ในช่องท้องจะตรวจพบได้โดยการตรวจด้วยเครื่องสะท้องคลื่นเสียงหรืออัลตราซาวด์ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองจะค่อย ๆ โตขึ้นเพราะความดันโลหิตที่ดันจากภายในตลอดเวลา เมื่อโตขึ้นผนังจะบางลงจนในที่สุดจะทนแรงดันโลหิตไม่ได้และแยกออกเกิดการแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ซึ่งทำให้เลือดไหลออกจากระบบไหลเวียนโลหิต ถ้าเป็นหลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอก ส่วนแรกจะแตกเข้าไปในถุงหุ้มหัวใจ ซึ่งเลือดเพียง 100 มิลลิลิตรก็จะกดไม่ให้เลือดดำไหลกลับหัวใจซีกขวา ทำให้ความดันโลหิตตก และหัวใจอาจหยุดเต้นและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว หลอดเลือดแดงใหญ่ในทรวงอกส่วนที่สองจะเป็นส่วนที่มีแขนงไปเลี้ยงสมองและแขน และจะวางอยู่หน้าหลอดลม ถ้าโป่งพองจะกดหลอดลมทำให้หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง ส่วนที่สามจะอยู่ในทรวงอกด้านซ้ายข้าง ๆ กระดูกสันหลัง อาจกดกระดูกทำให้ปวดหลัง หรือกดเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงสายเสียงทำให้เสียงแหบ สำลักง่าย ถ้าหลอดเลือดแดงแตกจะเสียเลือดในทรวงอก เกิดความดันโลหิตตกและเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว อาจมีอาการเหนื่อยหายใจไม่ทันเพราะเลือดไปกดปอดทำให้หายใจลำบาก คนไข้จะซีดมากเพราะเสียเลือดออกจากระบบไหลเวียนโลหิต ส่วนหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้อง จะแตกเข้าไปด้านหลังเยื่อบุช่องท้องก่อนจึงอาจไม่เสียชีวิตทันที แต่จะปวดหลังและปวดท้องมาก ซีดมาก แต่พอได้น้ำเกลือหรือเลือดความดันโลหิตก็ดีขึ้น แต่เลือดที่ออกมาในช่องหลังเยื่อบุช่องท้องอาจแตกเข้าไปในท้องเมื่อไรก็ได้ ถ้าแตกเข้าช่องท้องก็จะเสียชีวิตทันที เพราะในช่องท้องอาจรับเลือดได้ถึง 5 ลิตร คือเลือดอาจออกจากระบบไหลเวียนจนไม่สามารถเกิดการไหลเวียนโลหิตได้ ถ้ามาพบแพทย์ในระยะนี้ก็ยากที่จะช่วยชีวิตคนไข้ไว้ได้

ธรรมชาติของหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองคือไม่มีอาการในระยะแรกก่อนแตก แตกถึงมีอาการปวดหรืออาการที่ไปกดอวัยวะข้าง ๆ ถ้าแตกแล้วไม่รักษาโดยการผ่าตัดหรือสอดใส่หลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดก็จะเสียชีวิต 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามาถึงโรงพยาบาลทันการรักษาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในสองวิธีก็ยังมีอัตราตายสูงอยู่คือสูงกว่ารักษาเมื่อหลอดเลือดแดงใหญ่ยังไม่แตกถึง 10 เท่า แม้ว่าพัฒนาการทางการแพทย์ในปัจจุบันจะมีไปถึงเพียงใด สภาพคนไข้ก่อนผ่าตัดก็จะเป็นปัจจัยต่อความเสี่ยงในการผ่าตัดมาก โรคร่วมต่าง ๆ เช่นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคถุงลมปอดโป่งพอง อัมพาตก่อนผ่าตัด ไตวายก่อนผ่าตัด ล้วนมีผลต่อความเสี่ยงในการรักษาทั้งสิ้น



ในปัจจุบันเราสามารถรักษาโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองโดยใช้หลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดได้เกือบทุกส่วนของหลอดเลือดแดงใหญ่ทั้งในอกและช่องท้อง แต่ส่วนแรกที่ติดกับหัวใจการรักษายังต้องผ่าตัดแบบเปิดแต่เพียงอย่างเดียว ส่วนที่สองที่ไปเลี้ยงสมอง แม้ว่าการผ่าตัดเป็นวิธีมาตรฐาน แต่การรักษาด้วยหลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดก็เป็นที่นิยมมากขึ้นจนอาจทดแทนการผ่าตัดได้เกือบทั้งหมด ส่วนที่สามในทรวงอกซ้ายการผ่าตัดแบบเปิดใช้ลดลงมากเพราะการรักษาด้วยหลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดได้ผลดี มีอัตราตายและภาวะแทรกซ้อนในระยะแรกน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดมาก โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในส่วนอกส่วนล่างและช่องท้องส่วนบน การผ่าตัดแบบเปิดอาจยุ่งยากน้อยกว่าการรักษาด้วยหลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวด เพราะมีแขนงของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงตับ ลำไส้ ไตออกจากส่วนนี้ แต่ในคนไข้ที่เสี่ยงต่อการผ่าตัดแบบเปิดสูงก็สามารถรักษาด้วยวิธีใหม่นี้ได้ ส่วนสุดท้ายของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ต่ำกว่าหลอดเลือดไต สามารถรักษาด้วยวิธีใหม่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีบางรายที่ไม่เหมาะสมที่จะรักษาด้วยวิธีใหม่เช่น ส่วนที่ต่ำกว่าไตสั้นมาก คือสั้นกว่า 2 เซนติเมตร มีความคดเคี้ยวมาก มีหินปูนเกาะที่ผนังมาก มีลิ่มเลือดภายในมากทำให้ขดลวดยึดเกาะไม่แข็งแรง ก็ควรผ่าตัดแบบเปิดดีกว่าเพราะผลการผ่าตัดในระยะยาวจะดีกว่า โอกาสเกิดปัญหาหลังปีแรกจะน้อยกว่าฝืนรักษาด้วยหลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดมาก



ความแตกต่างที่สำคัญของวิธีการรักษาโดยผ่าตัดแบบเปิดและการใส่หลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดคือ การผ่าตัดแบบเปิดทำได้ทุกตำแหน่ง แต่คนไข้ที่ไม่แข็งแรงโรคร่วมมากอาจมีความเสี่ยงมากหน่อย การรักษาด้วยเส้นเลือดเทียมหุ้มขดลวดรักษาได้ในบางตำแหน่งของหลอดเลือดใหญ่โป่งพอง ในคนไข้บางคนเท่านั้น เพราะต้องมีหลอดเลือดแดงที่ขาใหญ่พอที่จะให้ขดลวดผ่านได้คือต้องใหญ่กว่า 8 มิลลิเมตร หลอดเลือดแดงต้องไม่มีหินปูนหรือคดเคี้ยวมากจนดันขดลวดขึ้นลำบาก คนไข้ต้องไม่แพ้สารทึบแสง สารทึบแสงอาจทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังจนต้องฟอกเลือดไปตลอดชีวิตได้



คนไข้ที่รักษาด้วยหลอดเลือดเทียมหุ้มขดลวดได้จะเจ็บแผลน้อยกว่ามากเพราะไม่มีแผลเปิดทรวงอกหรือช่องท้อง มีเพียงแผลเล็ก ๆ ที่ขาหนีบ อยู่โรงพยาบาลไม่กี่วันก็ลุกเดินได้ฟื้นตัวเร็วกว่ามาก แต่อาจเกิดผลแทรกซ้อนระยะยาวเช่นขดลวดเคลื่อนที่ทำให้เลือดยังไหลเข้าไปในหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนที่โป่งพองได้ ตลอดชีวิตคนไข้ คนไข้ต้องตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ต้องฉีดสารทึบแสงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งไปตลอดชีวิต ซึ่งการได้รับรังสีเอกซเรย์ในระยะยาวอาจมีข้อเสียได้และสารทึบแสงระยะยาวอาจทำให้ไตวายได้ นับเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้และนำมาพิจารณาเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมสำหรับคนไข้รายนั้น ๆ ต่อไป

ข้อมูลจาก นายแพทย์กิตติชัย เหลืองทวีบุญ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยศาสตร์ทรวงอก โรงพยาบาลพญาไท 2 / https://www.phyathai.com

ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ได้ที่ “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” หรือ “สายด่วนสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย โทร. 0-2713-6793”.

-------------------------
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12