อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

1 ก.พ.2561 'วันปฏิรูปทรัพยากรป่าไม้ยุคใหม่'

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงความสำคัญของวันที่ 1 ก.พ.2561 ว่าจะเป็น “วันปฏิรูปทรัพยากรป่าไม้” แบบเต็มรูปแบบหรือไม่ ต้องติดตามกัน พุธที่ 27 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น.


มีข่าวสั้นๆ เมื่อวันที่ 23 ..2560 ว่า “บิ๊กเต่า” ของขึ้นจวกกรมป่าไม้-อุทยานฯ-ทรัพยากรฯ ทำงานไร้ทิศทาง ไม่มีคุณภาพ ไม่โปร่งใส ขีดเส้น 1 ..61 ทำไม่ได้ย้ายแน่!!

จากข่าวดังกล่าวนี้ รมต.ทส.พบว่าขณะนี้ การทำงานในการป้องกันปราบปรามและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ 1.ไม่มีทิศทาง 2.ไม่มีคุณภาพ และ 3.ไม่โปร่งใส จึงขีดเส้นให้มีการปฏิรูปการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 1 ก.พ.2561

และด้วยที่ในแวดวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีวันสำคัญอยู่แล้วหลายวัน เช่น วันสถาปนากรมป่าไม้ วันกำเนิดกระทรวง หรือกรมต่างๆ วันป่าไม้แห่งชาติ วันสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า วันสิ่งแวดล้อมโลก และอื่นๆ อีกหลายวัน ล้วนแต่เป็นวันสำคัญที่มีที่มาที่ไป หรือเพื่อเป้าหมายในแก้ปัญหาและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ



แต่จากข่าวข้างต้น เชื่อว่าต่อไปมีโอกาสที่ วันที่ 1 ก.พ.ของทุกปี จะสามารถบรรจุเป็นวันสำคัญได้อีกหนึ่งวัน ถือเป็นวันสำคัญของยุคใหม่ เพราะในวันที่ 1 ก.พ.2561 เป็นวันที่ พล..สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้คาดคั้นและมีคำขาดให้ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการให้แล้วเสร็จจำนวน 4 เรื่องไม่เช่นนั้นจะดำเนินการปรับเปลี่ยนโยกย้ายเพราะถือว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพมีดังนี้


1.ให้มีการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการหน่วย ให้สามารถทำงานรักษาป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ รมต.ทส. มองว่า “ขณะนี้หน่วยงานไม่สามารถตอบสนองภารกิจได้ ยังไม่มีทิศทาง” ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แม้บางหน่วยงานมีการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อีกหลายหน่วย ยังด้อยประสิทธิภาพมากๆ ซึ่งมีขีดความสามารถแค่เฝ้าหน่วยเท่านั้น ไม่สามารถเฝ้าป่าได้ ปล่อยปละละเลยให้ขาดทั้งเครื่องไม้เครื่องมือและเจ้าหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพ จึงไม่สามารถดูแลปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ได้

และที่เลวร้ายบางหน่วยงานก็มีไว้เพื่อใช้หาผลประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจเท่านั้น เช่นมีไว้เพื่อเบิกเงินงบประมาณ หรือมีไว้เพื่อเก็บและใช้เงินนอกงบประมาณทำหน้าที่เป็นที่ทอนเงิน โดยที่ทาง รมต.ทส.สามารถสังเกตเห็นหน่วยงานเหล่านี้ได้ไม่ยาก ดูได้จากมีการวิ่งเต้นเข้าไปเป็นหัวหน้าหน่วย หรือหัวหน้าหน่วยจะเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่หรือผู้ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ หรือสังเกตุได้จากเวลาผู้มีอำนาจไปราชการก็จะวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อเสนอหน้า


2.ให้มีการปฏิรูปเรื่องการปลูกป่า เพาะกล้าไม้ ทวงคืนผืนป่า ฯลฯ โดยที่ รมต.ทส.มองว่าหากทำแบบที่เคยทำมา คงรักษาป่าไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่สุด ต้องปฏิรูปการทำงานทุกด้านที่กล่าวถึง จึงจะสามารถอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ไว้ได้ จึงต้องเปลี่ยนทั้งแนวคิด และวิธีการการทำงาน รมต.ทส. คงเห็นข้อเท็จจริงของการทำงานที่ผ่านมาว่าเป็นเช่นไร เพราะการปลูกป่าที่ผ่านมาก็ไม่สามารถเพิ่มผืนป่าขึ้นมาได้เท่าที่ควรจะเป็น

การทวงคืนพื้นป่าก็ยังไม่ประสบความสำเร็จตามโฆษณาแต่อย่างใด การเพาะชำกล้าไม้ก็มีรูปแบบวิธีการที่ล้าหลังสู้เอกชนไม่ได้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณไปมากมายกว่าหลายเท่าก็ตาม จึงต้องมีปฏิรูปด้านนี้อย่างจริงจังทั้งหมด เพราะเป็นหัวใจของอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้



3.ให้มีการปฏิรูปบุคลากรของแต่ละกรม เพราะรัฐมนตรีมองว่า “ผู้บริหารในแต่ละระดับหย่อนคุณภาพ ขาดอุดมการณ์ความมุ่งมั่นและไม่โปร่งใส ซึ่งไม่สามารถรักษาป่าได้” เรื่องนี้มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกันมายาวนาน ทั้งเรื่องการศึกษา การฝึกอบรมเพื่อรองรับการทำงาน และโดยเฉพาะการโยกย้ายแต่งตั้งที่ยึดหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาล จะทำให้คนดีมีความรู้สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้

ขณะนี้หลักเกณฑ์ส่วนใหญ่ยังไม่แน่นอน บางคราววางไว้เพื่อที่จะให้ใครบางคนได้เข้าสู่ตำแหน่งเท่านั้น เช่น บางครั้งใช้หลักอาวุโส บางครั้งก็ใช้ความสามารถ และข่าวลือเรื่องการวิ่งเต้นก็ยังไม่เคยจางหาย มีตัวอย่างที่เห็นเป็นปัญหา อาทิเช่น หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นครุฑทองคำ ใจซื่อมือสะอาด อาวุโสก็ได้ สามารถยึดคืนฝืนป่ากลับคืนมานับหมื่นๆ ไร่ เข้าสอบสัมภาษณ์คัดเลือกเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ มาจำนวนร่วม 10 ครั้งแล้ว ไม่เคยได้รับการพิจารณา หรือสนับสนุนแต่อย่างใด เรื่องนี้เชื่อว่า รมต.คงไม่ทราบ ซึ่งควรมาตรวจสอบดูเบื้องหลังของกระบวนการสอบคัดเลือกว่ามีสิ่งที่บิดเบี้ยวอยู่แค่ไหนอย่างไร และอีกหลายตัวอย่างที่ทำให้คนดีๆ ท้อแท้ เสียขวัญหมดกำลังใจในการทำงาน


4.ให้มีการปฏิรูปการทำงาน โดย รมต.ทส.มีแนวคิด“ให้หน่วยงานสามารถทำงานโดยพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด ให้พึ่งพาหน่วยงานอื่นๆ ให้น้อยที่สุด” เพราะสภาพการณ์ขณะนี้ รมต.ทส. เห็นว่า พึ่งพาตำรวจเรื่องการจับกุม พึ่งพาทหารกรณีเป็นกองกำลังหรือผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ หากจับกุมคนบุกป่าหรือจับรีสอร์ท ยังต้องพึ่งพากำลังทหาร การเพาะกล้าไม้ ต้องเปลี่ยนแนวความคิด เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้แล้วสอนให้ประชาชนนำไปเพาะเอง ต้องเปลี่ยนแนวความคิดเดิมๆ ที่ไม่ประสบผลได้แล้ว



เรื่องดังกล่าวทั้งหมด เป็นเรื่องจริงที่ทุกฝ่ายรอคอยการปฏิรูปอย่างจริงจังมาอย่างยาวนาน รมต.ทส ได้สะกิดได้ตรงจุดที่สุด เพราะกองกำลังที่มีอยู่ก็จำนวนไม่น้อยเลย ไม่ขาดด้านปริมาณ แต่ขาดคุณภาพ ทำให้มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน การเพาะชำกล้าไม้ ก็ควรได้รับการปฏิรูปตามแนวคิด รมต.ทส.อย่างจริงจัง


สังคมจึงกลับจับตามองว่าวันที่ 1 ..2561 ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดตามที่ รมต.ทส.ได้คาดคั้นคาดโทษไว้ว่าในวันนั้นผู้บริหารที่ไม่สามารถสนองงานตามแนวทางของ รมต.ทส. ทั้ง 4 ประการได้ จะถูกโยกย้ายหรือเปลี่ยนแปลง หรือจะมีดำเนินการบางประการกับผู้บริหารบางกรม ทำให้ทุกคนจะเฝ้าดูวันนั้น ซึ่งหากไม่เป็นจริงตามที่พูดไว้ทั้งหมด ความรับผิดชอบจะตกอยู่กับ รมต.ทส.ที่เป็นชายชาติทหารว่าจะแสดงสปิริตอย่างไร?

และหากสามารถทำได้ วันที่ 1 .. ก็จะเป็นวันสำคัญที่สุดของยุคสมัยนี้ ถือเป็น “วันปฏิรูปทรัพยากรป่าไม้” อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ รมต.ทส ที่ฝากไว้ให้กับประเทศชาติและบ้านเมืองอย่างสมภาคภูมิ.
…......................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอบคุณภาพจาก : กรมป่าไม้

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 128