อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561

'คำสอนของพ่อ' รอให้ลูกเป็นชาวพุทธที่มีปัญญา

สัปดาห์นี้ขอน้อมนำคำสอนของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ให้เราได้มีความรู้ความเข้าใจในการเป็นชาวพุทธที่ดี มีอะไรบ้างไปอ่านกัน พฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2561 เวลา 10.00 น.


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพุทธมามกะที่มีความศรัทธาและเคารพในพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของ “พระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า” พระองค์ทรงผนวชในบวรพระพุทธศาสนาเป็นเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระองค์ทรงได้รับฉายา
“ภูมิพโลภิกขุ” และประทับจำพรรษา ที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในระหว่างประทับจำพรรษานั้น สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) พระองค์ทรงศึกษาพระธรรม ด้วยความเคารพและทรงครองพระองค์ตามสิกขาบทในพระวินัยอย่างเคร่งครัด

ตลอดรัชสมัยแห่งการครองราชย์เป็นระยะเวลา 70 ปี ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมด้วยทศพิธราชธรรมซึ่งเป็นจริยาวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจําพระองค์ หรือคุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมืองมี 10 ประการ ได้แก่
1. การให้ (ทาน)
2. การรักษากายวาจาให้เรียบร้อย (ศีล)
3. ความเสียสละ (บริจาค)
4. ความซื่อตรง (อาชชวะ)
5. ความอ่อนโยน (มัททวะ)
6. การข่มกิเลส (ตบะ)
7. ความไม่โกรธ (อักโกธะ)
8. ความไม่เบียดเบียน (อวิหิงสา)
9. ความอดทน (ขันติ)
10. ความไม่คลาดจากธรรม (อวิโรธนะ)



เพื่อให้ชาวพุทธมีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง จึงขออัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทมาให้ได้พิจารณาไตร่ตรองเพื่อประโยชน์สุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ดังนี้...

ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัสเพื่อเชิญไปอ่านในวันเปิดประชุมใหญ่ขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ณ ประเทศเนปาล วันที่ 27 พฤศจิกายน 2529 “...พระพุทธศาสนานั้นหากหมายถึงคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแท้ๆ ย่อมมีความแน่นอนมั่นคงเพราะคำสอนของพระบรมศาสดาเป็นธรรม คือ หลักความจริงที่คงความจริงอยู่ตลอดกาลทุกเมื่อไม่มีแปรผัน...”

ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในการเปิดประชุมใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ณ พุทธสถาน จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 27 ตุลาคม 2515 “...พระพุทธศาสนานั้น มีลักษณะพิเศษประเสริฐในการที่อาศัยเหตุผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริง เป็นพื้นฐานและหยิบยกขึ้นปฏิบัติเพื่อความสุขความเจริญและความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตนจึงเป็นศาสนาที่เข้ากับหลักวิทยาศาสตร์...”

ความตอนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในการเปิดประชุมใหญ่สมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ วันที่ 17 ธันวาคม 2512 “...พระพุทธศาสนา บริบูรณ์ด้วยสัจธรรมที่เป็นสาระและเป็นประโยชน์ในทุกระดับ แต่จะต้องศึกษา ให้มีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติ ให้เหมาะสมแก่ภาวะปัจจุบันด้วยศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้องจึงจะเกิดเป็นประโยชน์ขึ้นได้...”

ความตอนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท พระราชทานแก่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย วันที่ 26 พฤศจิกายน 2513 “...พระพุทธศาสนาแสดงความจริงของชีวิต แสดงทางปฏิบัติที่จะให้บรรลุความสุขสูงสุดของชีวิต มีวิธีการสั่งสอนที่ยึดหลักเหตุและผลว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ผู้ใดประกอบเหตุอย่างไร เพียงใด ก็ได้ผลอย่างนั้นเพียงนั้น...”

ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านใน การเปิดประชุมใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร ณ วิทยาลัยครูจันทบุรี วันที่ 6 ธันวาคม 2518 “...พระพุทธศาสนาชี้ทางดำเนินชีวิตที่ปราศจากโทษ ช่วยให้เกิดความเจริญร่มเย็นได้อย่างแท้จริง เพราะมีคำสั่งสอนที่มีลักษณะพิเศษประเสริฐ ในประการอาศัยเหตุผลอันถูกต้องเที่ยงตรง ตามความเป็นจริง เป็นพื้นฐาน เป็นประโยชน์แท้จริงแก่ทุกคน...”

ความตอนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท พระราชทานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร วันที่ 19 ธันวาคม 2524 “...ธรรมะในพระพุทธศาสนามีความหมดจดบริสุทธิ์ และสมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยเหตุผล ซึ่งบุคคลสามารถจะศึกษา และปฏิบัติด้วย ปัญญา ความเพ่งพินิจ ให้เกิดประโยชน์คือความเจริญผาสุกแก่ตนได้อย่างแท้จริง...”



ความตอนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท พระราชทานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่ของสมาคมพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร 14 ธันวาคม 2534 “...ธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่แสดงสัจธรรมความแท้จริงของสภาวธรรมทุกสิ่ง ดังนั้นถึงหากสังคมจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่เกินไปกว่าที่ชาวพุทธจะพิจารณารู้เท่าทันได้ เมื่อได้ปฏิบัติ อยู่ในธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยถูกต้องมั่นคงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในสังคม ก็ไม่ใช่เหตุที่ควรวิตกอีกต่อไป...”

ความตอนหนึ่งจากพระราชดำรัส พระราชทานแก่ที่ประชุมใหญ่ขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ณ ประเทศเนปาล 27 พฤศจิกายน 2529 “...ทุกคนที่ถือตัวว่าเป็นชาวพุทธจะต้องสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญา ความสามารถ และโอกาสของตนที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่กระจ่างถูกต้องพระศาสนาก็จะมั่นคง ขึ้นได้...”

ความตอนหนึ่งจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรีที่สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา 2528 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันที่ 10 มีนาคม 2529 “…การทำความดีนั้นโดยมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยากและเห็นผลช้าแต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ ความชั่ว ซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่ แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว…”
…...................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

ภาพจาก : dhammajak

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 111